"เซ็นซะ... เมฆา ถ้าไม่อยากให้ตระกูลของแกกลายเป็นขอทานไร้บ้านชั่วข้ามคืน"
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของเมฆาก้องสะท้อนไปทั่วห้องประชุมใหญ่ของอาคารพลาซ่าใจกลางเมือง แสงไฟนีออนสีขาวสว่างจ้าสะท้อนกับใบหน้าอันเย่อหยิ่งของทายาทมหาเศรษฐีหนุ่มผู้กุมอำนาจในมือ เอกสารสัญญาโอนสิทธิ์ความเป็นเจ้าของตึกถูกโยนลงบนโต๊ะกระจกราคาแพงด้วยความดูถูกเหียดหยาม ราวกับชีวิตของคนตรงหน้าเป็นเพียงเศษฝุ่นที่เขาสามารถปัดทิ้งได้ตามอำเภอใจ
ศิลานั่งนิ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ใบหน้าของเขาเรียบเฉย แววตาที่เคยมีความเหนื่อยล้าจากการดิ้นรนในโลกทุนนิยมอันโหดร้าย บัดนี้กลับเปล่งประกายความเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก ด้านข้างของเขา รินรดากำลังกุมมือเขาไว้แน่น ฝ่ามือของเธอชื้นเหงื่อด้วยความกังวล แต่ดวงตากลมโตคู่นั้นกลับฉายแววเด็ดเดี่ยวและพร้อมจะยืนหยัดเคียงข้างเขา แม้ในวันที่โลกทั้งใบกำลังจะถล่มลงมา
"แกมันก็แค่ไอ้หนุ่มไอทีตกงาน อย่ามาทำเป็นเก่งเลยศิลา ตึกนี้มันหลุดมือแกไปนานแล้ว และวันนี้... แกก็แค่หมาตัวหนึ่งที่กำลังจะถูกไล่ออกจากบ้านของตัวเอง" เมฆายิ้มเยาะ ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ พลางเคาะนิ้วลงบนโต๊ะเป็นจังหวะราวกับผู้ชนะที่ถือไพ่เหนือกว่าทุกประตู
รินรดากัดริมฝีปากแน่น เธอสูดหายใจเข้าลึก and กำลังจะเอ่ยปากสวนกลับพวกมันด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่ศิลากลับยกมือขึ้นแตะแขนเธอเบาๆ เป็นสัญญาณให้ใจเย็นลง รอยยิ้มบางเบาแต่ทรงพลังปรากฏขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่ม
"มั่นใจในอำนาจเงินของตัวเองขนาดนั้นเลยสินะครับ... เมฆา" ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่กลับทำให้บรรยากาศในห้องประชุมอุณหภูมิลดฮวบทันที
"ทำไม? แกมีปัญญาทำอะไรฉันได้ล่ะวะ หรือจะเอาเศษเหรียญในกระเป๋ามาซื้อตึกราคาพันล้านนี้ ฮ่าๆๆๆ!" เมฆาหัวเราะลั่น สมุนบริวารรอบตัวต่างพากันหัวาะเยาะตามอย่างสนุกสนาน
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของศิลาไม่ได้ดังขึ้นแบบธรรมดา แต่มันเป็นเสียงกังวานลึกล้ำที่สะท้อนก้องในโสตประสาทของเขาเพียงคนเดียว หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบพร้อมกับตัวเลขรหัสผ่านและข้อความจากระบบลึกลับที่เขาเพิ่งได้รับ
[ ตรวจพบเงื่อนไขการปลดล็อกสมบูรณ์... ]
[ ระบบอัปเกรดเป็นระดับสูงสุด: "อำนาจเงินตราไร้ขีดจำกัด" (Unlimited Wealth Protocol Activated) ]
[ วงเงินเครดิตปัจจุบัน: ∞ (อนันต์) ]
[ ทุกบัญชีธนาคารทั่วโลกเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบหลักทรัพย์ส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว ]
ดวงตาของศิลาวาวโรจน์ขึ้นวูบหนึ่ง ความรู้สึกอัศจรรย์พรั่งพรูเข้าสู่กระแสเลือด ทุกเซลล์ในร่างกายราวกับถูกชุบชีวิตด้วยพลังงานมหาศาล เขาไม่ใช่ไอ้หนุ่มยากจนผู้ไร้ทางสู้คนเดิมอีกต่อไปแล้ว ในเมื่อพวกมันอยากเล่นเกมอำนาจเงิน เขาก็พร้อมจะใช้เงินฟาดหัวพวกมันให้จมดินแบบไม่ให้ผุดไม่ได้เกิด
ศิลาค่อยๆ หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาปลดล็อกหน้าจออย่างใจเย็น ท่ามกลางสายตางงงวยของเมฆาและเหล่าคณะกรรมการบริหารที่มองมาด้วยความเวทนา
"แกจะโทรเรียกแม่มาช่วยหรือไงวะไอ้ศิลา?" เมฆาเหยียดยิ้ม
ศิลาไม่ตอบคำถามโง่ๆ นั้น เขาเพียงแต่กดเปิดแอปพลิเคชันธนาคารสีดำสนิท ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันพิเศษที่ถูกติดตั้งลงในเครื่องโดยระบบอัปเกรดระดับสูงสุด หน้าจอแสดงยอดเงินคงเหลือที่เป็นสัญลักษณ์เครื่องหมายอนันต์ (∞) ทอประกายแสงสีทองอร่าม
"ริน... เธอเชื่อใจผมไหมครับ" ศิลาหันไปมองหญิงสาวข้างกาย สายตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและความมั่นใจที่ล้นปรี่
รินรดากะพริบตาปริบๆ แม้จะไม่เข้าใจสถานการณ์ทั้งหมด แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มและแววตาที่เปลี่ยนไปของชายหนุ่ม หัวใจเธอก็เต้นรัวแรง เธอพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น "ฉันเชื่อใจศิลาเสมอค่ะ... ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น"
"ดีมากครับ งั้นเรามาดูการแสดงมายากลกันสักหน่อยดีกว่า"
ศิลาหันกลับมามองหน้าเมฆา รอยยิ้มสุภาพแต่แฝงด้วยความเหี้ยมเกรียมถูกส่งไปให้คู่ปรับ นิ้วเรียวยาวกดเลือกฟังก์ชัน 'โอนเงินด่วนพิเศษ' และกรอกหมายเลขบัญชีนิติบุคคลของบริษัทเมฆาลงไปอย่างไม่ลังเล ตามด้วยจำนวนเงินที่ทำให้คนทั้งห้องต้องช็อกตาค้าง
ยอดเงิน: 5,000,000,000 บาท (ห้าพันล้านบาทถ้วน)
"แก... แกจะทำอะไรวะ?" เมฆาเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง เมื่อเห็นศิลากดหน้าจอด้วยความรวดเร็วและมั่นใจ
"ผมไม่ได้ทำอะไรมากหรอกครับ... แค่ซื้อบริษัทของแกทั้งหมด รวมถึงตึกหลังนี้ด้วยเงินสด ในราคาที่สูงกว่ามูลค่าจริงสามเท่า เพื่อที่ผมจะได้มีอำนาจในการ 'ไล่ตะرد' พวกแกออกไปให้พ้นหน้าผมเสียที"
สิ้นคำพูดของศิลา เสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าจากโทรศัพท์มือถือของประธานกรรมการบริหารบริษัทคู่แข่งและของเมฆาก็ดังขึ้นพร้อมกัน... ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง! โทรศัพท์นับสิบเครื่องในห้องประชุมสั่นสะเทือนพร้อมเพรียงกันอย่างน่ากลัว
เมฆานิ่งอึ้ง มือที่ถือโทรศัพท์สั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เมื่อเขาเปิดหน้าจอขึ้นมาดูยอดเงินและข้อความแจ้งเตือนจากธนาคารหลัก ใบหน้าที่เคยยโสโอหังกลับซีดเผือดไร้สีเลือด ราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง ดวงเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด
[ แจ้งเตือน: บัญชีบริษัทของคุณได้รับการโอนเงินจำนวน 5,000,000,000 บาท จาก 'ศิลา อินฟินิตี้ กรุ๊ป' ]
[ แจ้งเตือน: สิทธิ์การถือครองหุ้นทั้งหมดถูกโอนถ่ายไปยังผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่เรียบร้อยแล้ว ]
[ แจ้งเตือน: สถานะของคุณในปัจจุบันคือ 'บุคคลว่างงาน' และไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเหยียบย่างเข้ามาในอาคารแห่งนี้ ]
ความเงียบสงบปกคลุมห้องประชุมใหญ่อย่างฉับพลัน ไม่มีใครกล้าส่งเสียงหายใจแรง ทุกสายตาจับจ้องมาที่ชายหนุ่มผู้เคยถูกมองว่าเป็นแค่เศษสวะ แต่บัดนี้เขากลับนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีสง่างามราวกับราชาผู้กุมชะตากรรมของทุกคนไว้ในกำมือ
ศิลานำบัตรเครดิตสีดำสนิทลวดลายทองคำแท้ (Black Infinite Card) ที่เพิ่งปรากฏขึ้นในกระเป๋าเงินของเขาอย่างลึกลับ วางลงบนโต๊ะกระจกเบาๆ เสียงกระทบกันของวัตถุดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงัน
"เอาล่ะครับ..." ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพ นัยน์ตาคมกริบจ้องมองเมฆาที่ตอนนี้ทรุดตัวลงคุกเข่าแทบเท้าด้วยความสิ้นหวัง "ในฐานะเจ้าقของตึกคนใหม่ และเจ้าของบริษัทของแก... ผมขอเชิญพวกแก 'ไสหัว' ออกไปจากที่นี่ได้แล้วครับ"
มือใหญ่ของศิลาเอื้อมไปกุมมือรินรดาไว้แน่น รอยยิ้มแห่งชัยชนะระบายบนใบหน้า ขณะที่เสียงลมหายใจหอบถี่ของเมฆาและเหล่าสมุนที่กำลังจะหมดอนาคตดังระรัว
ทว่า... ในวินาทีที่ทุกคนคิดว่าเกมนี้ได้บทสรุปแล้วนั้น ประตูห้องประชุมบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลปริศนาในชุดสูทสีดำสนิทที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาเยือนที่นี่...
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความสะใจใน1บรรทัดนี้นะครับ
ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นเจ้าของตึกที่คุณกำลังจะไล่ผมออก•ตอนที่ 29
ระบบอัปเกรดเป็นระดับสูงสุด
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นเจ้าของตึกที่คุณกำลังจะไล่ผมออก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!