"ถ้ารู้สึกว่าอากาศในห้องนี้มันหายใจลำบากเกินไป... เชิญออกไปยืนสูดออกซิเจนข้างนอกได้นะครับ ประธานเมฆา"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่มั่นคงดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่ราวกับเข็มตกพื้นก็ยังได้ยิน ประตูห้องประชุมใหญ่ของกลุ่มการเงินไพศาลพิทักษ์ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้เสียงกระแทก แต่มันกลับทรงพลังพอที่จะดึงดูดสายตานับร้อยคู่ให้หันขวับไปมองเป็นตาเดียว บุคคลในชุดสูทสีดำสนิทตัดเย็บอย่างประณีตด้วยมือจากอิตาลี ก้าวเข้ามาทีละก้าวอย่างสุขุม รัศมีบางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวเขากดทับให้บรรยากาศรอบข้างลดอุณหวบลงจนหนาวเยือก
เมฆาที่กำลังยืนยิ้มเยาะด้วยความเหนือกว่าเมื่อครู่ ถึงกับหน้าถอดสี รอยยิ้มค้างเติ่งบนใบหน้า ดวงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบถลنออกจากเบ้า เมื่อพบว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น 'ศิลา' หนุ่มไอทีตกงานที่เขาเพิ่งเหยียบย่ำศักดิ์ศรีไปหมาดๆ เมื่อไม่กี่วันก่อน!
"มะ... เป็นไปไม่ได้!" เมฆากัดฟันกรอด มือที่ถือแฟ้มเอกสารสั่นเทาโดยไม่รู้ตัว "แก... แกเข้ามาในนี้ได้ยังไง ร่างกายแกควรจะตกอับอยู่ข้างถนนไม่ใช่หรือไงวะ! การประชุมนี้เป็นวาระลับของระดับผู้บริหารสูงสุด ห้ามคนนอกเข้าเด็ดขาด รปภ.! รปภ. อยู่ไหน ลากคอมันออกไปเดี๋ยวนี้!"
ไม่มีการขยับเขยื้อนจากพนักงานรักษาความปลอดภัยหน้าห้อง แม้แต่เงาก็ไม่ปรากฏ ทุกคนต่างก้มหน้าหลบสายตาด้วยความหวาดกลัว บางคนถึงกับตัวสั่นเทิ้มราวกับลูกนกตกน้ำ เพราะพวกเขารู้ดีกว่าเมฆา... ว่าในเวลานี้ ใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของเก้าอี้ประธานที่แท้จริง
ศิลาแย้มรอยยิ้มจางๆ บนมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยวเจือปนอยู่เลย แต่มันกลับน่ากลัวเสียยิ่งกว่าพายุฝนตั้งเค้า เขากวาดสายตามองหน้าบอร์ดบริหารทีละคนอย่างใจเย็น ก่อนจะเดินตรงไปยังเก้าอี้ประธานตัวใหญ่ที่ตั้งอยู่หัวโต๊ะ รินรดาที่เดินตามหลังมาในฐานะเลขาฯ ส่วนตัว ยื่นเอกสารชุดหนึ่งให้เขาด้วยท่าทีสง่างามและมั่นใจ ดวงตากลมโตคู่นั้นฉายแววความสะใจอย่างปิดไม่มิด เมื่อเห็นสีหน้าของพวกที่เคยเหยียบย่ำพวกเขา บัดนี้กำลังซีดเผือดราวกับศพไร้วิญญาณ
"เรียก รปภ. งั้นหรือครับ?" ศิลากลั้วหัวอกเบาๆ ในลำคอ น้ำสุภาพนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงกระดูก "น่าเสียดายจังนะครับ... ที่ตอนนี้ คนที่จะสั่งใครให้ออกไปจากตึกนี้ได้... คือผมน่ะครับ"
"เพ้อเจ้ออะไรของแกวะ!" เมฆาตวาดลั่นด้วยความประหม่า ความหวาดกลัวลึกๆ เริ่มกัดกินจิตใจเมื่อเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปราวคนละคนของศิลา "แกมันก็แค่ไอ้กระจอกไม่มีหัวนอนปลายเท้า! ตึกนี้ บริษัทนี้ และหุ้นทั้งหมดในเครือนี้ เป็นของตระกูลฉัน! บอร์ดบริหารทุกคนอยู่ที่นี่ ไม่มีใครขายหุ้นให้แกหรอกเว้ย!"
เมฆารีบหันไปหาชายสูงวัยสวมแว่นตาหนาเตอะ ซึ่งเป็นประธานกรรมการอาวุโสและผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดรองจากครอบครัวของเขา "คุณลุงครับ อย่าไปฟังมันพูดเลยครับ มันบ้าไปแล้ว!"
ชายสูงวัยคนนั้นกลับหลบสายตา ถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความปลงตก ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนแฟ้มเอกสารสีน้ำเงินเข้มข้นมาตรงหน้าเมฆา มือที่ถือปากกาของเขาถึงกับสั่นเทาขณะเอ่ยประโยคที่ทำเอาเมฆาราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางกระบาล
"เสียใจด้วยนะเมฆา... แกหมดอำนาจแล้ว"
"ลุง... ว่าอะไรนะ1?" เมฆาอุทานเสียงหลง หน้าซีดเผือดไร้สีเลือด "หมดอำนาจอะไรกัน! ผมคือผู้สืบทอดนะ!"
"ผู้สืบทอดอะไรกันล่ะ หุ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์สุดท้ายที่แกค้ำประกันไว้กับธนาคาร... ถูกกว้านซื้อไปจนหมดเกลี้ยงแล้วในเวลาไม่ถึงสิบวินาที..." ชายสูงวัยกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะชี้ไปยังชายหนุ่มที่ยืนสงบนิ่งอยู่หัวโต๊ะ "และคนที่ถือครองหุ้นใหญ่ที่สุดถึงเจ็ดสิบเอ็ดเปอร์เซ็นต์... คือคุณศิลา... เจ้าของใหม่ที่แท้จริงของกลุ่มการเงินไพศาลพิทักษ์แห่งนี้"
ราวกับมีค้อนยักษ์ตกลงมาทุบซ้ำที่กลางศีรษะ เมฆาเซถอยหลังไปหลายก้าว ร่างกายสะท้านเฮือก ดวงตาเบิกโพลงด้วยความไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง "ไม่จริง... ไม่จริงน่า! เป็นไปได้ยังไง! แกเอาเงินมาจากไหนมหาศาลขนาดนั้น! บริษัทนี้มูลค่าเป็นหมื่นล้านนะเว้ย!"
ศิลาไม่ได้ตอบคำถามนั้น เขาเพียงแค่หย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ประธานอย่างสบายอารมณ์ ประสานมือเข้าหากันแล้วมองไอ้คนที่เคยคิดจะเหยียบเขาให้จมดินด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตา... ความเมตตาที่น่ากลัวที่สุด
"เงินน่ะเหรอครับ..." ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าก้องกังวานไปทั่วห้องประชุม "ก็แค่เงินเก็บก้นบัญชีที่บังเอิญมันงอกเงยขึ้นมาเรื่อยๆ จนผมเองก็ขี้เกียจจะนับแล้วเหมือนกันครับ... อ้อ อีกอย่างนะเมฆา"
ศิลาหยิบโทรศัพท์มือถือราคาแพงขึ้นมาหมุนเล่นเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายตรงๆ
"โปรเจกต์อสังหาริมทรัพย์ที่คุณกำลังกุมความลับอยู่ และหวังว่าจะใช้มันพลิกฟื้นบริษัทขึ้นมาน่ะ... ตอนนี้ที่ดินแปลงนั้นอยู่ในมือของผมเรียบร้อยแล้วนะครับ และทางธนาคารก็โทรมาแจ้งผมเมื่อกี้เองว่า... พวกเขาเตรียมฟ้องล้มละลายบริษัทของคุณในอีกสามวินาทีข้างหน้า"
"แก... ไอ้สารเลว!" เมฆาสติหลุดกระเจิง พุ่งตัวจะเข้าไปกระชากคอเสื้อศิลาด้วยความโกรธแค้นถึงขีดสุด
แต่ทว่า...
*กริ๊งงงง!*
เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเมฆาดังขึ้นขัดจังหวะ ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัด เขาชะงักมือที่กำลังจะพุ่งเข้าไปหา หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทอะอย่างรุนแรง หน้าจอแสดงเบอร์ของผู้จัดการธนาคารใหญ่ที่คอยหนุนหลังเขาอยู่
เมฆากดรับด้วยความหวังริบหรี่ "ฮะ... ฮัลโหลครับท่าน... เรื่องเงินกู้..."
*(เสียงปลายสายตะโกนกลับมาด้วยความตื่นตระหนกและเกรี้ยวกราด)* "คุณเมฆา! พวกคุณไปทำอีท่าไหนถึงไปหาเรื่องท่านประธานศิลาวะ! ตอนนี้บัญชีทั้งหมดของบริษัทถูกอายัดแล้ว! คณะกรรมการธนาคารสั่งถอนทุนคืนทันที! พวกเราฉิบหายกันหมดแล้วไอ้บ้าเอ๊ย—!"
*ติ๊ด!* สายถูกตัดไปพร้อมกับเสียงอือึงในหัวของเมฆา โลกทั้งใบพังทลายลงตรงหน้าในชั่วพริบตา เข่าทั้งสองข้างอ่อนแรงทรุดฮวบลงกระแทกกับพื้นพรมราคาแพงอย่างไร้ศักดิ์ศรี ใบหน้าที่เคยหยิ่งผยองบิดเบี้ยวด้วยความสิ้นหวัง น้ำตาแห่งความอัปยศไหลพรั่งพรูออกมาโดยไม่อายใคร
รินรดามองภาพนั้นด้วยแววตาเรียบเฉย เธอไม่ได้รู้สึกสงสารแม้แต่น้อย คนที่เคยทำลายชีวิตคนอื่นอย่างไร้ความปรานี สมควรได้รับผลกรรมที่สาสมแล้ว
ศิลานั่งไขว่ห้าง มองดูอดีตคู่แข่งที่ตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับสุนัขจนตรอก เขายื่นมือไปหยิบแฟ้มเอกสารการไล่ออกจากโต๊ะ เลื่อนมันไปตรงหน้าเมฆาที่นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น พร้อมกับรอยยิ้มสุภาพตามแบบฉบับสุภาพบุรุษ
"ในฐานะเจ้าของตึกคนใหม่... ผมขอใช้สิทธิ์ไล่คุณออกจากอาคารนี้เป็นคนแรกนะครับ" ศิลากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "อ้อ แล้วก็... อย่าลืมเก็บข้าวของออกจากโต๊ะทำงานของคุณให้เรียบร้อยก่อนพระอาทิตย์ตกดินด้วยนะครับ เพราะพรุ่งนี้เช้า... ผมจะให้คนมาทุบตึกปีกขวาที่เคยเป็นห้องทำงานของคุณทิ้ง เพื่อสร้างเป็นลานจอดเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวซะหน่อย"
เมฆาเงยหน้าขึ้นมองศิลาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความแค้นเคืองสุดชีวิต แต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ
ในจังหวะนั้นเอง ท่ามกลางความเงียบที่กดดันถึงขีดสุด ประตูห้องประชุมด้านหลังสุดก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักแน่นของชายชราลึกลับในชุดสูทจีนโบราณ ที่เดินเข้ามาพร้อมกับสมุดบัญชีเล่มสีทองอร่ามในมือ—
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้กันมาตลอดนะครับ!
ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นเจ้าของตึกที่คุณกำลังจะไล่ผมออก•ตอนที่ 30
ชัยชนะในห้องประชุม
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นเจ้าของตึกที่คุณกำลังจะไล่ผมออก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!