"ถ้าสมุดเล่มนั้นคือหลักฐานการฉ้อโกง... ผมเกรงว่าอาชีพนักธุรกิจของคุณคงจบลงในสามวินาทีข้างหน้าครับ คุณเมฆา"
เสียงของศิลาราบเรียบ หากแต่ทรงพลังดุจค้อนเหล็กที่ทุบลงบนแผ่นกระจกที่แตกร้าวอยู่แล้ว ความเงียบงันในห้องประชุมพุ่งสูงขึ้นจนได้ยินเสียงลมหายใจที่สั่นพร่าของเหล่าบอร์ดบริหาร เมฆาที่กำลังจะอ้าปากเยาะเย้ยถึงกับชะงักค้าง เมื่อชายชราในชุดสูทจีนโบราณก้าวผ่านเขาไปราวกับเขาเป็นเพียงฝุ่นละอองบนพื้น
ชายชราผู้นั้นยื่นสมุดบัญชีสีทองอร่ามให้ศิลาด้วยความนอบน้อมระดับที่ทำให้ทุกคนในห้องต้องเบิกตากว้าง "ท่านประธานครับ ข้อมูลธุรกรรมสีเทาทั้งหมดที่ตระกูลเมฆาแอบทำผ่านบริษัทลูก... รวมอยู่ในนี้เรียบร้อยครับ"
เมฆาหน้าถอดสี มือที่ถือปากกาเซ็นเอกสารสั่นระริก "แก... แกจะทำอะไร! สมุดเล่มนั้นมันก็แค่ของเล่น แกไม่มีสิทธิ์เอามาใส่ความฉัน!"
ศิลาไม่ตอบ เขาเพียงแค่ยิ้ม—ยิ้มที่ไม่ได้มีความใจดีซ่อนอยู่เลยแม้แต่น้อย เขากดปุ่มรีโมทบนโต๊ะ จอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ด้านหลังฉายภาพเอกสารโอนเงินเข้าบัญชีลับในต่างประเทศ พร้อมกับรายชื่อพยานที่ถูกซื้อตัวมาด้วยเงินมหาศาล ทั้งหมดเชื่อมโยงตรงไปยังเมฆาอย่างไม่มีทางปฏิเสธได้
"การดูถูกคนอื่นว่าเป็นไอ้ขี้แพ้มันก็สนุกดีนะครับ" ศิลากล่าวพลางเดินเข้าไปใกล้เมฆาที่เริ่มถอยหลังกรูด "แต่การที่คนอย่างคุณพยายามจะเขี่ยเจ้าของตึกที่ตัวเองเช่าอยู่... ผมว่ามันแสดงให้เห็นถึง 'ความเขลา' ที่มีมากกว่า 'ความรวย' นะครับ"
รินรดายืนอยู่ข้างกายศิลา มือบางของเธอวางลงบนแขนเขาเบาๆ เธอไม่ได้กล่าวคำใด แต่นัยน์ตาที่ทอดมองศิลานั้นเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นและหยิ่งทะนงแทนเขาไปแล้ว ศิลาหันไปสบตารินรดาครู่หนึ่งก่อนจะเบนสายตากลับมาที่เมฆาที่ล้มลงไปกองกับพื้นเพราะขาอ่อนแรง
"ผมไม่ได้จะไล่คุณออกหรอกครับ" ศิลาโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูเมฆาที่ตัวสั่นเทา "เพราะผมจะแจ้งความจับคุณในข้อหาฉ้อโกงและฟอกเงิน แล้วหลังจากนั้น... ตึกนี้จะถูกรื้อถอนเพื่อสร้างสวนสาธารณะสาธารณะกุศลแทนที่ออฟฟิศเน่าๆ ของคุณ"
เมฆาคว้าชายกางเกงของศิลาไว้แน่น เสียงร้องขอชีวิตหลุดออกมาอย่างน่าสมเพช "ศิลา! อย่าทำแบบนี้... ฉันขอโทษ ฉันมีเงิน... ฉันจะเอาเงินทั้งหมดที่มีให้แก!"
"เก็บเงินพวกนั้นไว้จ่ายค่าทนายเถอะครับ เพราะตลอดชีวิตที่เหลือของคุณ... คงได้ใช้มันไปกับการนับตารางเมตรในห้องขังแคบๆ เท่านั้น"
ศิลาสะบัดชายกางเกงออกอย่างสุภาพแต่เย็นชา เขาส่งสัญญาณมือให้ชายชราชุดจีน ชายชราคนนั้นพยักหน้าก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดเพียงครั้งเดียว เสียงไซเรนตำรวจนับสิบคันก็ดังสนั่นมาจากภายนอกตึก ทุกคนในห้องประชุมต่างลุกขึ้นยืนด้วยความหวาดกลัว แต่ศิลากลับยืนนิ่งสงบดุจขุนเขา
เขาหันไปหารินรดา "ไปหาอะไรอร่อยๆ ทานกันดีไหมครับ? เรื่องขยะพวกนี้ ให้เจ้าหน้าที่จัดการต่อเถอะครับ"
รินรดายิ้มกว้าง เธอพยักหน้าตอบรับด้วยความยินดี แต่ในจังหวะที่พวกเขากำลังจะก้าวออกจากห้องประชุม เสียงโทรศัพท์ของศิลาก็ดังขึ้น เป็นสายเรียกเข้าจาก 'บุคคลนิรนาม' ที่เขาไม่เคยบันทึกชื่อไว้
ศิลาหยุดเดิน รอยยิ้มบนใบหน้าหายไปในทันที เขาค่อยๆ กดรับสาย เสียงทุ้มต่ำและเยือกเย็นจากปลายสายดังลอดออกมาจนรินรดาที่ยืนข้างๆ ยังสัมผัสได้ถึงความไม่ชอบมาพากล
"ศิลา... นายทำลายเมฆาได้สำเร็จ แต่นายคิดจริงๆ หรือว่าทุกอย่างจะจบลงแค่ที่นี่?" ปลายสายเว้นจังหวะ ก่อนจะหัวเราะเบาๆ "นายลืมไปแล้วหรือว่า... ตึกที่นายยืนอยู่นี้ ไม่ได้มีแค่ 'โฉนด' ที่แสดงความเป็นเจ้าของเพียงฉบับเดียว แต่ยังมี 'พันธสัญญาเลือด' ที่นายยังไม่ได้ปลดล็อกอีกชั้นหนึ่ง"
ศิลาขมวดคิ้วแน่น เขามองไปที่พื้นห้องประชุมที่จู่ๆ ก็เกิดรอยร้าวเป็นเส้นใยสีดำแผ่ขยายออกมาราวกับแมงมุม ราวกับว่าอาคารแห่งนี้กำลังจะเปลี่ยนสภาพไปเป็นอะไรบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัวกว่าเดิม
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเดินทางร่วมกับผมมาจนถึงจุดวิกฤตินี้ครับ/นะครับ
ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นเจ้าของตึกที่คุณกำลังจะไล่ผมออก•ตอนที่ 31
วันที่ศัตรูคุกเข่าขอชีวิต
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นเจ้าของตึกที่คุณกำลังจะไล่ผมออก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!