"สาม... สอง... หนึ่ง..."
เสียงนับถอยหลังของศิลาดังก้องไปทั่วชั้นทำงานของบริษัท ‘ไบรท์เทค โซลูชันส์’ ราวกับเสียงประกาศิตจากยมบาล บรรยากาศภายในห้องโถงใหญ่เวลานี้เงียบสงบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ เมฆายืนตัวแข็งทื่อ รอยยิ้มเยาะเย้ยเมื่อครู่แข็งค้างอยู่บนใบหน้า ดวงตาเบิกโพ้าด้วยความตกตะลึงระคนหวาดระแวง ขณะที่พนักงานนับร้อยชีวิตต่างกลั้นหายใจ ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว
เมื่อครู่นี้... ชายหนุ่มที่พวกเขากล้าหัวเยาะเย้ยว่าเป็นแค่ "ไอ้กระจอกตกงาน" เพิ่งจะสั่งให้พวกเขาไสหัวออกไปจากตึกที่ตัวเองเป็นเจ้าของ
"คุณ... คุณพูดบ้าอะไรออกมาวะศิลา!" เมฆาเค้นเสียงลอดไรฟัน ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกหักหน้าต่อหน้าลูกน้องนับร้อย "เจ้าของตึกนี้คือกลุ่มทุนต่างชาติมูลค่าหลายพันล้าน! แกเป็นแค่เศษสวะที่เพิ่งโดนไล่ออกจากบริษัทลูก จะเอาปัญญาที่ไหนมาเป็นเจ้าของตึกนี้! อย่ามาสติฟั่นเฟือนแถวนี้ซะให้มันยาก!"
ศิลาไม่ได้โกรธเคืองแม้แต่น้อย เขายังคงยืนเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงด้วยท่าทีสบายๆ สายตากวาดมองชายผู้เย่อหยิ่งตรงหน้าด้วยความเวทนา รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากทำให้เมฆารู้สึกเหมือนตนเองเป็นตัวตลกในสายตาของอีกฝ่าย
"ผมไม่ได้สติฟั่นเฟือนหรอกครับคุณเมฆา..." ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลังจนแทรกซึมไปถึงโสตประสาทของทุกคน "แต่ดูเหมือนว่าสมองของคุณจะประมวลผลช้าไปหน่อย... ในเมื่อคุณบอกว่าผมพูดบ้า งั้นเรามาลองฟังเสียงจากคนที่มีอำนาจตัดสินใจจริงๆ ดูดีกว่าไหมครับ"
พลันนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นและรวดเร็วก็ดังขึ้นจากทางลิฟต์ส่วนตัว ผู้จัดการฝ่ายบริหารอาคารวัยกลางคนในชุดสูทสากลเนี๊ยบกริบ วิ่งหน้าตาตื่นกระหืดกระหอบออกมา พร้อมกับแฟ้มเอกสารสีทองคำในมือ เมฆาหันไปมองตามเสียงนั้น ใบหน้าของเขาเริ่มซีดเผือดเมื่อจำได้ว่านั่นคือผู้บริหารสูงสุดของตึกแห่งนี้
"ท่าน... ท่านประธานหลี่?" เมฆารีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มแล้วก้าวเข้าไปต้อนรับทันที "เกิดอะไรขึ้นครับ ทำไมถึงรีบร้อนขนาดนี้ หรือว่าระบบแอร์มีปัญหา? ไม่ต้องห่วงครับ เดี๋ยวผมจัดการเคลียร์พวกน่ารำคาญตรงนี้ให้อย่างรวดเร็ว..."
เพียะ!
เสียงตบหน้าดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ ประธานหลี่ไม่ได้สนใจเมฆาเลยแม้แต่น้อย เขาสลัดมือออกจากการเกาะกุมแล้วเดินดุ่มๆ ผ่านหน้าเมฆาไปอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะไปหยุดยืนโค้งคำนับให้ศิลาในมุมเก้าสิบองศาอย่างนอบน้อมที่สุด จนเหล่าพนักงานในออฟฟิศต่างพากันอ้าปากค้างจนแทบคาบลูกแก้วได้
"เรียนท่านประธานศิลาครับ..." เสียงของประธานหลี่สั่นเทาด้วยความเคารพยำเกรง "กรรมสิทธิ์โฉนดที่ดินและอาคารชุดทั้งหมดแปดสิบชั้น ถูกโอนเข้าสู่บัญชีทรัพย์สินส่วนตัวของท่านเรียบร้อยสมบูรณ์แล้วครับ เอกสารทุกฉบับผ่านการรับรองทางกฎหมายสูงสุด... และตามคำสั่งด่วนที่สุดของท่าน ผมได้สั่งระงับสัญญาเช่าของบริษัท ‘ไบรท์เทค โซลูชันส์’ เป็นที่เรียบร้อยแล้วเช่นกันครับ!"
ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางกบาลของเมฆา ร่างกายของเขาสั่นสะท้าน ดวงตาเบิกกว้างจนแทบทะลักออกมานอกเบ้า เขาหันขวับกลับมามองศิลาที่ยืนมองตนด้วยสายตาเรียเฉย ความจริงอันโหดร้ายกระแทกเข้าใส่หน้าจนชาดิก นายทุนหนุ่มผู้เคยหยิ่งยโสทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง
"เป็นไปไม่ได้... เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!" เมฆาพึมพำกับพื้นพรมซ้ำไปซ้ำมา ราวกับคนเสียสติ "แกเป็นใครกันแน่... แกเป็นใครกันแน่ศิลา!"
ศิลาไม่ได้สนใจคำคร่ำครวญของสุนัขจนตรอก เขาก้าวเดินผ่านร่างที่กำลังสั่นเทาของเมฆาไปอย่างช้าๆ สายตาอบอุ่นทอดมองไปยังหญิงสาวคนเดียวที่ยืนหยัดเคียงข้างเขามาตลอด รินรดายืนกอดแฟ้มงานแน่น ดวงตากลมโตเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความตื้นตัน เธอมองชายหนุ่มที่เธอแอบรักและเป็นห่วงมาตลอดด้วยความรู้สึกที่บรรยายเป็นคำพูดไม่ได้
ตลอดเวลาที่ผ่านมา... ในวันที่เขาลำบากที่สุด ถูกเหยียบย่ำที่สุด รินรดาคือคนเดียวที่คอยส่งยิ้มให้กำลังใจ และแบ่งปันแซนด์วิชราคาถูกครึ่งหนึ่งให้เขาทานร่วมกัน
ศิลาเดินมาหยุดตรงหน้าหญิงสาว ดวงตาคมกริบฉายแววอ่อนโยนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขายกมือขึ้นปัดปอยผมที่ปรกลงมาข้างแก้มของเธออย่างแผ่วเบา
"เหนื่อยมามากแล้วนะครับริน" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทะนุถนอมราวกับเธอกลัวว่าเธอจะแตกสลาย
รินรดาส่ายหัวช้าๆ หยาดน้ำตาไหลอาบแก้มเนียน "ฉัน... ฉันไม่เหนื่อยเลยค่ะศิลา ฉันแค่อยك... แค่อยากให้คุณปลอดภัย"
[ติ๊ง! ตรวจพบความรู้สึกจริงใจและภักดีระดับสูงสุด ระบบปลดล็อกฟังก์ชันพิเศษ: 'ระบบสั่งซื้อความบันเทิง'!]
[เงื่อนไขภารกิจพิเศษ: มอบของขวัญล้างตาเพื่อลบความทรงจำอันเลวร้ายในออฟฟิศนี้ให้แก่หญิงสาวผู้เคียงข้าง]
[วงเงินชั่วคราว: 1,000,000,000 บาท (หนึ่งพันล้านบาทถ้วน) - ต้องใช้ให้หมดภายใน 10 นาที!]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหัวของศิลา พร้อมกับหน้าจอโฮโลแกรมใสสีทองที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า ชายหนุ่มมุมปากกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เขารู้ทันทีว่าควรจะจัดการกับความรู้สึกของหญิงสาวตรงหน้าอย่างไร
"รินครับ..." ศิลาเอ่ยเรียกเสียงนุ่ม พร้อมกับหยิบการ์ดสีดำสนิททำจากวัสดุไทเทเนียมฝังเพชรแท้ ออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทรุ่นพิเศษ "ช่วยไปช่วยผมเลือกซื้อของขวัญเล็กๆ น้อยๆ เพื่อฉลองการเริ่มต้นใหม่หน่อยสครับ"
รินรดากระพริบตาปริบๆ ด้วยความงุนงง เธอมองการ์ดในมือของศิลาที่มีสัญลักษณ์โลโก้ธนาคารกลางระดับโลกสลักไว้ด้วยทองคำแท้ "เอ่อ... ศิลาคะ นี่มันการ์ดอะไรเหรอคะ แล้วเราจะไปซื้ออะไรกัน... ฉันมีเงินเก็บอยู่นะคะ เอามาใช้ก่อนก็ได้..."
ศิลาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ความน่ารักและซื่อตรงของเธอยิ่งทำให้เขาอยากปกป้องเธอให้มากขึ้นไปอีก
"เงินเก็บของคุณเก็บไว้ใช้ส่วนตัวเถอะครับ" ศิลาหันไปพยักพริบตากับประธานหลี่ที่ยืนรอคำสั่งอยู่ไม่ไกล "ประธานหลี่ครับ ช่วยประสานงานให้ห้างสรรพสินค้าที่หรูที่สุดในเครือ ปิดชั้นเพנט์เฮาส์โซนแบรนด์เนมระดับโลกทั้งหมดทันที... และเตรียมรถโรลส์-รอยซ์ แฟนธอม สองคันมารับพวกเราที่หน้าตึกภายในสามนาทีนี้ด้วยครับ"
"รับทราบครับท่านประธาน!" ประธานหลี่โค้งรับคำสั่งด้วยความรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ก่อนจะกดโทรศัพท์สั่งการลูกน้องทันที
เหล่าพนักงานในออฟฟิศต่างอ้าปากค้างยิ่งกว่าเดิม พวกเขาได้แต่มองหน้ากันด้วยความหวาดผวาและความอิจฉาริษยาที่พวยพุ่งขึ้นมาถึงขีดสุด เมฆาที่คุกเข่าอยู่กับพื้นถึงกับกัดฟันกรอดจนเลือดออกซอยปาก เขาพยายามจะคลานเข้ามาหาศิลาเพื่ออ้อนวอนขอความเมตตา แต่กลับถูกบอดี้การ์ดชุดสูทสีดำสองคนเข้ามาเตะตัดขาจนล้มคว่ำหน้าไปกับพื้นอย่างไร้ความปรานี
"ศิลา! แกมัน... แกมันไอ้คนหน้าตัวเมีย! กล้าดียังไง..." เมฆาตะโกนด่าทอด้วยความคลุ้มคลั่ง
ศิลาหยุดเดิน เขาเหลียวกลับมามองเมฆาด้วยหางตา รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย
"จำไว้นะครับคุณเมฆา..." ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่เยียบเย็นจนน่าขนลุก "คนที่ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะยืนอยู่ในตึกนี้... ไม่ใช่ผม แต่เป็นคุณต่างหาก"
พูดจบ ศิลาก็จูงมือรินรดาที่กำลังตัวสั่นด้วยความตื่นเต้นและประหม่า เดินก้าวผ่านกลุ่มพนักงานที่พากันหลีกทางให้เป็นทางยาวราวกับองค์ชายกำลังเสด็จ ประตูลิฟต์แก้วส่วนค่อยๆ เปิดออกเผยให้เห็นทัศนียภาพภายนอก ทันใดนั้นเอง... เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำยักษ์สลักตราสัญลักษณ์ตระกูลดัง ก็บินมาลอยลำเทียบเคียงกับกระจกสำนักงานชั้นบนสุดอย่างสง่างาม
รินรดาลืมตาโพรงด้วยความตกตะลึง เธอมองหน้าศิลาที่หันมาส่งยิ้มอบอุ่นให้เธอท่ามกลางความอลหม่านเบื้องหลัง
รถหรูระดับโลกจอดรออยู่เบื้องล่าง เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลอยลำรอรับ และวงเงินหนึ่งพันล้านบาทที่พร้อมจะละลายเพื่อรอยยิ้มของเธอคนเดียว
ศิลาหยิบการ์ดไทเทเนียมสีดำขึ้นมาหมุนเล่นในมือเบาๆ ก่อนจะเอ่ยกระซิบข้างหูหญิงสาวด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาหัวใจเธอกระหน่ำเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ
"ไปกันเถอะครับ... ไปช้อปปิ้งล้างซวยกันให้หมดล้านแรกของวันนี้"
[CLIFFHANGER HOOK]:
ทว่า ในวินาทีที่ประตูเฮลิคอปเตอร์กำลังจะปิดลงเพื่อพาพวกเขาทั้งสองทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า จู่ๆ หน้าจอโทรศัพท์มือถือของศิลาก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับสายเรียกเข้าจากเบอร์แปลกประหลาดไร้ที่มา ปลายสายส่งเสียงหัวเราะแหบพร่าเย็นยะเยือกเข้ามาในความเงียบงัน... "ยินดีด้วยนะหลานรัก... แต่แกคิดจริงๆ หรือว่าสมบัติทั้งหมดนี้... มันเป็นของแกคนเดียวโดยชอบธรรม?"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของผมเสมอนะครับ
ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นเจ้าของตึกที่คุณกำลังจะไล่ผมออก•ตอนที่ 9
ระบบสั่งซื้อความบันเทิง
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นเจ้าของตึกที่คุณกำลังจะไล่ผมออก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!