กลิ่นอายจางๆ ของดินชื้นหลังฝนตกยังคงลอยอวลอยู่ภายในห้องสมุดโบราณเขต 4 แสงสีฟ้าอมม่วงจากหน้าจอโฮโลแกรมของระบบฉายสะท้อนลงบนแว่นตาเลนส์ใสของผม เรย์ โปรแกรมจำลองหมายเลข 001 กำลังจ้องมองตัวเลขถอยหลังที่ค้างเติ่งอยู่บนอากาศอย่างพินิจพิจารณา
*[สถานะ: รอยรั่วของระบบที่กำลังจะถูกลบ... 3... 2... 1...]*
ตัวเลขหยุดนิ่งที่เลขหนึ่ง ไม่มีเสียงระเบิด ไม่มีแสงสีขาวจ้าเพื่อลบตัวตนของผมทิ้งอย่างที่โปรแกรมการจัดการขยะควรจะเป็น มีเพียงเสียง "ติ๊ด" เบาๆ เหมือนเครื่องพิมพ์ใบเสร็จหมดหมึก ตามด้วยข้อความใหม่ที่เลื่อนขึ้นมาแทนที่ด้วยฟอนต์สีทองอร่าม
*[ตรวจพบความตั้งใจจริงของผู้ใช้งาน (User Intent) เกินขีดจำกัดระบบ... ทำการแปลงสถานะ "ข้อผิดพลาด" เป็น "สิทธิ์พิเศษถาวร" สำเร็จ]*
*[ท่านได้รับทักษะติดตัวระดับตำนาน: "หัวใจที่ไม่อาจลบเลือน" (Inerasable Heart)]*
ผมถอนหายใจยาวเหยียด ยืดตัวพิงพนักเก้าอี้หนังแท้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเบาๆ ความรู้สึกเหมือนมีหินก้อนใหญ่กดทับหน้าอกเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงความอุ่นวาบที่แผ่ซ่านอยู่บริเวณกลางอกอย่างน่าประหลาด
"เจ้า... ยังอยู่สินะ"
เสียงแหบพร่าแต่นุ่มนวลดังขึ้นจากมุมมืดของชั้นหนังสือ เซร่า อดีตหัวหน้าหน่วยอัศวินศักดิ์สิทธิ์ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเย็นชาและไร้ความปรานี ยืนกอดอกพิงชั้นไม้มะฮอกกานี แสงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่างกระจกสีส่องกระทบเข้ากับเกราะอ่อนสีเงินยวงและเส้นผมสีบลอนด์เงินของเธอ ใบหน้าคมคายนั้นไม่มีร่องรอยของความหวาดระแวงเหมือนเช่นเคย มีเพียงแววตาที่ซับซ้อนยากจะคาดเดา
ผมลุกขึ้นยืนแล้วผายมือเชิญเธอนั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามโต๊ะทำงานไม้ตัวใหญ่ "ถ้าหมายถึงลมหายใจและการตระหนักรู้ล่ะก็... ครับ ผมยังอยู่ครบทุกส่วนดี คุณเซร่าเองก็ดูเหมือนจะนอนไม่หลับเช่นกันนะครับ"
เซร่าไม่ตอบในทันที เธอเดินฝ่าความเงียบเข้ามาใกล้ ชายผ้าคลุมสีขาวสะอาดสะอ้านกวาดผ่านพื้นหินอ่อนแผ่วเบา ก่อนที่ร่างเพรียวจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ ดวงตาสีฟ้าครามคู่นั้นจ้องมองใบหน้าของผมราวกับต้องการจะค้นหาความลับบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยยิ้มสุภาพของผม
"ข้าคิดว่าเจ้าจะหายไป" เสียงของเธอแผ่วเบาจนแทบกลืนหายไปกับเสียงลมหายใจ "ตอนที่ตัวเลขบ้าๆ นั่นเริ่มนับถอยหลัง... ข้าสัมผัสได้ถึงพลังกดดันที่พยายามฉีกกระชากวิญญาณของเจ้าออกจากโลกใบนี้ มันเป็นเวทมนตร์ลบล้างระดับทวีปชัดๆ แต่เจ้า... กลับนั่งไขว่ห้างทำหน้าเหมือนกำลังตรวจบัญชีปลายเดือนเนี่ยนะ?"
ผมหัวเราะในลำคอเบาๆ ยกกาน้ำชาเซรามิกขึ้นรินน้ำชาคาโมมายล์อุ่นๆ ลงในถ้วยกระเบื้องเคลือบก่อนจะเลื่อนไปตรงหน้าเธอ "ความกลัวไม่ช่วยให้ปัญหาทางเทคนิคได้รับการแก้ไขหรอกครับคุณเซร่า อีกอย่าง... ผมค่อนข้างมั่นใจใน 'ระบบระเบียบ' ของตัวเองพอสมควร แม้ว่าเจ้าหน้าต่างสีฟ้านี่จะชอบสร้างภาระให้ผมอยู่เรื่อยก็เถอะ"
เซร่าก้มมองถ้วยชา ไอร้อนสีขาวลอยกรุ่นขึ้นมาปะทะกับปลายจมูกเรียวสวย นิ้วเรียวยาวของเธอยกขึ้นสัมผัสขอบถ้วยเบาๆ แต่ไม่ได้ยกขึ้นดื่ม เธอยังคงจมอยู่กับความคิดของตัวเอง
"เจ้านี่มัน... แปลกคนจริงๆ" เธอบ่นพึมพำ "คนธรรมดาที่ไหนจะกล้าต่อรองกับระบบควบคุมโลก คนปกติที่ไหนจะใช้เวทมนตร์เนโครแมนซีมาปลูกแปลงผักสวนครัวหลังบ้าน แถมยัง... ปฏิบัติต่ออัศวินศักดิ์สิทธิ์ที่เคยไล่ล่าเจ้าอย่างให้เกียรติเสมอมา"
"การเป็นเนโครแมนเซอร์ไม่ได้แปลว่าจะต้องใช้ชีวิตท่ามกลางซากศพและความมืดมิดเสมอไปนี่ครับ" ผมตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล นั่งประสานมือไว้บนโต๊ะ "ความตายเป็นเพียงอีกสถานะหนึ่งของพลังงาน เช่นเดียวกับชีวิต... การจัดสรรให้ถูกที่ถูกทางต่างหากคือสิ่งที่สำคัญที่สุด เหมือนที่คุณเซร่ากำลังเรียนรู้ที่จะปล่อยวางอดีตอันหนักอึ้งลงทีละน้อยยังไงล่ะครับ"
คำพูดนั้นทำให้เซร่าชะงัก เปลือกตากระพริบถี่ขึ้นเล็กน้อย แววตาที่เคยแข็งกร้าวมาตลอดชีวิตการเป็นอัศวินสั่นไหววูบหนึ่ง เธอเงยหน้าขึ้นสบตาผมตรงๆ ความเงียบงันปกคลุมพื้นที่ระหว่างเราอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ความเงียบที่อึดอัด หากแต่มันเต็มไปด้วยความเข้าใจที่ก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ
ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมานับตั้งแต่เราถูกพันธนาการด้วยคำสาปแปลกประหลาดของระบบ เซร่าจำต้องละทิ้งฐานะและเกียรติยศทั้งหมดเพื่อมาหลบซ่อนตัวอยู่ในดินแดนรกร้างแห่งนี้ จากศัตรูคู่อาฆาต สู่ผู้ร่วมชะตากรรม และในตอนนี้... เธอกำลังกลายมาเป็นคนเดียวที่มองเห็นตัวตนที่แท้จริงภายใต้หน้ากากของชายผู้เป็นโปรแกรมจำลอง
"ข้าเคยคิดว่าโลกใบนี้มีแค่ความถูกต้องกับความผิดบาป ขาวกับดำ" เซร่าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย ก่อนจะยกถ้วยชาขึ้นจิบรสชาติอุ่นละมุน "แต่ตั้งแต่ได้มาอยู่ ภายใต้ชายคาเดียวกับเจ้า... ข้าถึงได้รู้ว่า โลกมันมีเฉดสีเทาที่งดงามซ่อนอยู่ตั้งมากมาย และเจ้า... คือคนที่แต่งแต้มสีสันเหล่านั้น"
ผมอมยิ้มบางๆ "นั่นถือเป็นคำชมที่เกียรติยศสูงสุดสำหรับเนโครแมนเซอร์ฝึกหัดเลยนะครับ"
เซร่าวางถ้วยชาลงบนโต๊ะ เสียงกระทบเบาๆ ดังสะท้อนในความเงียบ เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของผมมากขึ้นจนระยะห่างเหลือเพียงก้าวเดียว กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าผสมกับกลิ่นอายเหล็กกล้าลอยเข้าแตะจมูก
เธอวางมือเรียวลงบนขอบโต๊ะโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ดวงตาสีฟ้าครามจ้องมองลึกล้ำเข้ามาในดวงตาของผม
"เรย์..." น้ำเสียงของเธอจริงจังและหนักแน่น "คำสาปของระบบที่ผูกเราไว้... ข้าไม่รู้หรอกนะว่ามันจะสิ้นสุดลงเมื่อไหร่ หรือวันหนึ่งเจ้าอาจจะต้องหายไปจริงๆ ตามที่ระบบบ้าๆ นั่นเคยบอกไว้... แต่ว่านะ"
เธอเว้นจังหวะไปชั่วครู่ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผ่านอากาศยามค่ำคืน ใบหน้างามขึ้นสีแดงเรื่อจางๆ อย่างไม่คุ้นชิน
"ต่อจากนี้ไป... ข้าจะไม่หนีอีกแล้ว ข้าจะอยู่เคียงข้างเจ้า คอยปกป้องวิถีชีวิตสโลว์ไลฟ์โง่ๆ ของเจ้า... ในฐานะ 'พวกพ้อง' คนแรกและคนสุดท้ายของเจ้า... เจ้าจะขัดข้องไหม"
หัวใจในอกของผมกระตุกวูบไปจังหวะหนึ่ง ไม่ใช่เพราะคำสั่งของระบบ แต่เป็นเพราะความจริงใจที่สะท้อนออกมาจากแววตาคู่นั้น ผมคลายมือที่ประสานกันออก ยื่นมือไปแตะหลังมือของเธอที่วางอยู่บนขอบโต๊ะแผ่วเบา
"ด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่งครับ... คุณเซร่า"
บรรยากาศรอบตัวราวกับอบอุ่นขึ้นทันตาเห็น ความตึงเครียดจากการเผชิญหน้ากับระบบก่อนหน้านี้มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความผูกพันที่มั่นคงและลึกซึ้งยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบสงบอันแสนหวานกำลังโอบล้อมคนทั้งสองไว้ เสียงแจ้งเตือนอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นกังวานในโสตประสาทของผมอีกครั้ง ไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนสีฟ้าทั่วไป แต่มันเป็นหน้าต่างสีแดงฉานที่มีรอยร้าวราวกระจกแตก พร้อมกับตัวอักษรสีดำสนิทที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นทีละตัว
*[เตือนภัยระดับวิกฤต: ตรวจพบการบุกรุกจากภายนอกเขตแดน]*
*[เป้าหมาย: สิ่งมีชีวิตนอกรีตระดับภัยพิบัติ 'ผู้กล้าแห่งการชำระล้าง' กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่พิกัดปัจจุบันในระยะ 3 กิโลเมตร]*
*[เงื่อนไขพิเศษเปิดใช้งาน: เนื่องจากท่านได้ยอมรับความรู้สึกของอัศวินศักดิ์สิทธิ์ ภารกิจคู่หูระดับ SSS "คำสัตย์สาบานใต้เงาความตาย" จึงเริ่มต้นขึ้นอัตโนมัติ...]*
ผมขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่ออ่านข้อความบรรทัดสุดท้ายที่เลื่อนขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
*[หมายเหตุจากระบบ: หากพ่ายแพ้ในศึกครั้งนี้ ความทรงจำทั้งหมดของเซร่าที่มีต่อเรย์จะถูกรีเซ็ตเป็นศูนย์ตลอดกาล... และเธอกจะกลับไปเป็นศัตรูผู้หมายเอาชีวิตท่านอีกครั้ง... ขอให้โชคดีครับ โฮะๆๆ]*
เซร่าชะתักไปเมื่อเห็นสีหน้าของผมเปลี่ยนไป เธอดึงดาบประจำตัวออกจากฝักข้างเอวโดยสัญชาตญาณ "เรย์... มีบางอย่างกำลังมาใช่ไหม?"
ผมลุกขึ้นยืนช้าๆ หยิบแว่นตาขึ้นมาเช็ดด้วยผ้าเช็ดเลนส์อย่างใจเย็น แม้ในใจจะเริ่มคิดคำนวณแผนการรับมือกับ "ผู้กล้า" ที่ดันโผล่มาถูกจังหวะเวลานรกแตกนี่เสียเหลือเกิน
"ครับ..." ผมหันไปสบตากับเธอพร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก "ดูเหมือนว่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญคนแรก จะมาขัดจังหวะเวลาสโลว์ไลฟ์ของเราซะแล้วล่ะครับ"
---
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนเนโครแมนเซอร์ฝึกหัดคนนี้มาจนถึงตอนนี้นะครับ)
เกิดใหม่เป็นเนโครแมนเซอร์ ก็แค่จะใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์แต่ดันมีระบบคลั่งรัก•ตอนที่ 20
ความสัมพันธ์ที่พัฒนาไปอีกขั้น
ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นเนโครแมนเซอร์ ก็แค่จะใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์แต่ดันมีระบบคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!