“ถอยไป เซร่า!”
เสียงคำรามของผมดังก้องในโถงหินที่สั่นสะเทือน บรรยากาศรอบกายบิดเบี้ยวจนมองเห็นเส้นสายของมานาที่ฉีกขาด เงานั่น... เงาที่ยืนซ้อนทับอยู่หลังบอสยักษ์ที่เพิ่งล้มตึงลงไป มันไม่ได้มีแค่รูปร่าง แต่มี ‘ตัวตน’ ที่หยั่งรากลึกถึงระดับแก่นแท้ของโลกใบนี้ รอยยิ้มเยือกเย็นนั่นคือภาพจำที่ผมเฝ้าฝันร้ายถึงมาตลอดชีวิตหลังการตายในชาติก่อน
เซร่า อัศวินสาวผู้ไม่เคยหวั่นเกรงสิ่งใด ชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นแววตาของผมที่เปลี่ยนไป เธอสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากเงานั้นผ่านเกราะศักดิ์สิทธิ์ของเธอที่สั่นระริก
“เรย์... นั่นมันไม่ใช่มอนสเตอร์ทั่วไป ท่านกำลังเห็นอะไรกันแน่?” เธอถาม เสียงของเธอแผ่วเบาแต่หนักแน่นด้วยความกังวล
ผมไม่ได้ตอบในทันที นิ้วมือของผมที่สวมถุงมือหนังสีดำกำแน่นจนกระดูกลั่น ‘ระบบ’ กำลังแผดเสียงแจ้งเตือนจนแก้วหูแทบระเบิด ตัวอักษรสีเลือดลอยเด่นอยู่กลางอากาศ
[แจ้งเตือนระดับ SSS: ตรวจพบร่องรอยของผู้ ‘แทรกแซง’ ระบบปฏิบัติการโลก]
[ภารกิจลับ: ปริศนาแห่งผู้สร้าง - เปิดเผยความจริงใต้ฐานดันเจี้ยนก่อนที่สถานะ ‘ตัวตน’ ของท่านจะถูกลบเลือน!]
เงานั้นไม่ได้พุ่งเข้ามาโจมตี แต่มันกลับก้าวถอยหลังราวกับกำลังล่อลวงให้เราเดินตามไปในเงามืดใต้ฐานทัพของดันเจี้ยนแห่งนี้ มันก้าวผ่านกำแพงหินราวกับเป็นเพียงหมอกควัน ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายของ ‘โค้ด’ ที่หลงยุค
“ไปกันเถอะ” ผมเอ่ยสั้นๆ พลางก้าวเดินตามเงาร่างนั้นไปโดยไม่หันกลับมามอง “ถ้าเราไม่อยากให้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ที่ผมเฝ้าถวิลหาพังทลายลงเพราะความผิดพลาดของใครบางคน ก็ถึงเวลาต้องไปเยือนห้องทำงานของ ‘พระเจ้า’ กันแล้วครับ”
เส้นทางใต้ฐานดันเจี้ยนไม่ใช่ถ้ำมืดมิด แต่มันคือโครงสร้างเหล็กกล้าที่ถูกปกคลุมด้วยเถาวัลย์เวทมนตร์ พื้นที่นี้ดูขัดแย้งกับความเป็นแฟนตาซีอย่างสิ้นเชิง บนผนังมีรอยขีดเขียนที่เป็นสมการคณิตศาสตร์ขั้นสูง ผสมผสานกับอักขระรูนที่ผมพอจะอ่านออกบ้างจากการสืบทอดสายเลือดเนโครแมนเซอร์
เซร่าเดินเคียงข้างผม เธอไม่ได้ถามอะไรอีก แต่ความระแวดระวังของเธอนั้นสูงขึ้นจนสัมผัสได้ มือที่กุมด้ามดาบศักดิ์สิทธิ์นั้นขาวซีด
“นี่ไม่ใช่ดันเจี้ยนที่ถูกสร้างขึ้นโดยธรรมชาติ” เซร่าเอ่ยขึ้นหลังจากเราเดินผ่านประตูโลหะบานยักษ์ที่ถูกปิดตายมาหลายร้อยปี “พลังงานที่นี่... มันเหมือนกับพลังงานในตัวท่านเรย์ แต่มีความบริสุทธิ์และเยือกเย็นกว่ามาก เหมือนกับ... เครื่องจักรที่ไร้หัวใจ”
ผมหยุดเดินเมื่อเบื้องหน้าเราคือโถงกว้างที่เต็มไปด้วยหน้าจอมอนิเตอร์เสมือนจริงที่กำลังกะพริบถี่ๆ แสดงค่าสถิติของโลกทั้งใบ ตัวเลขวิ่งผ่านไปมาด้วยความเร็วที่ยากจะประมวลผล และกลางห้องนั้นเอง... เงาร่างที่นำเรามาก็หยุดลง
เงานั้นค่อยๆ เผยร่างจริงออกมา มันไม่ใช่ปีศาจ แต่เป็นร่างชายหนุ่มในชุดสูทสีเทาเรียบกริบ ใบหน้าของเขาคือคนคนเดียวกับที่ผมเห็นในหน้าข่าว ‘การตายปริศนาของโปรแกรมเมอร์อัจฉริยะ’ ในชาติก่อน
“ยินดีที่ได้พบอีกครั้ง เรย์” เสียงของเขานุ่มนวลแต่มันกลับทำให้ผมรู้สึกสั่นสะท้าน “หรือควรเรียกคุณว่า ‘ผู้เล่นหมายเลข 0’ ดีครับ?”
ผมหัวเราะเบาๆ ในลำคอ พยายามรวบรวมสติที่แตกกระเจิง “คุณสร้างโลกนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นสนามเด็กเล่นให้ตัวเองงั้นหรือ? หรือว่าคุณแค่ต้องการที่หลบภัยจากความผิดพลาดของตัวเองกันแน่?”
ชายคนนั้นยิ้ม แต่ดวงตาของเขากลับว่างเปล่า “ผมไม่ได้สร้างโลกนี้เพื่อเล่นสนุก แต่ผมสร้างมันขึ้นมาเพื่อ ‘รอ’ ใครสักคนที่จะแก้บั๊กของระบบนี้ได้... บั๊กที่ชื่อว่า ‘มนุษย์ที่มีความรู้สึก’”
เขากดปุ่มบนแผงควบคุมเบื้องหน้า ทันใดนั้นพื้นห้องก็เปิดออก เผยให้เห็นกรงขังมิติขนาดมหึมาที่กักขังวิญญาณนับพันดวงเอาไว้ และในจุดกึ่งกลางของกรงขังนั้น มีสร้อยคอเส้นหนึ่งลอยเด่นอยู่ มันคือสร้อยที่เซร่ามักจะสวมติดตัวไว้ตลอดเวลา... สร้อยที่เธอเชื่อว่าเป็นเพียงมรดกจากมารดา
เซร่าเบิกตากว้าง “นั่นมัน... สร้อยของฉัน?”
“ไม่ใช่สร้อยธรรมดาหรอกครับอัศวินสาว” ชายในชุดสูทกล่าว “นั่นคือ ‘กุญแจ’ ที่จะลบทุกอย่างทิ้ง หรือเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด... ขึ้นอยู่กับว่าคนข้างๆ คุณจะเลือกอย่างไร”
เสียงแจ้งเตือนระบบดังขึ้นอีกครั้ง แต่มันเปลี่ยนไป... ไม่ใช่สีแดงของภารกิจ แต่เป็นสีทองสว่างจ้า
[ระบบ: พบข้อมูลสำคัญที่อาจเปลี่ยนชะตากรรมของโลก]
[เงื่อนไขการตัดสินใจ: หากทำลายกุญแจ ดันเจี้ยนนี้จะถล่มและระบบคลั่งรักจะหายไปตลอดกาล แต่ท่านและเซร่าจะสูญเสียสถานะและพลังทั้งหมดกลับไปเป็นมนุษย์ธรรมดาในโลกที่ล่มสลาย...]
ผมมองไปที่เซร่า เห็นความสับสนในดวงตาที่แสนซื่อตรงของเธอ ก่อนจะหันกลับไปจ้องหน้าชายในชุดสูทที่เป็นผู้สร้างโลกนี้ มือของผมเริ่มมีไอสีดำแผ่ออกมา มันคือพลังเนโครแมนเซอร์ที่พร้อมจะทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า
“ถ้าคุณคิดว่าผมจะยอมเป็นหมากในเกมของคุณไปตลอดกาลล่ะก็...” ผมก้าวไปข้างหน้า ประจันหน้ากับผู้สร้างโลก “คุณคิดผิดถนัดครับ”
จังหวะที่ผมยื่นมือออกไปสัมผัสกุญแจสีทองนั้นเอง เงาร่างชายในชุดสูทก็เริ่มบิดเบี้ยวและพังทลายลงกลายเป็นเศษเสี้ยวของรหัสผ่านที่แตกสลาย พร้อมกับเสียงกระซิบสุดท้ายที่ทิ้งไว้ในโสตประสาทของผม
"แล้วถ้ากุญแจที่อยู่ในมือคุณ... คือตัวตนของคุณที่ถูกจำลองไว้ล่ะ เรย์?"
ผมชะงักค้าง มือที่กำลังจะคว้ากุญแจสั่นสะท้านอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะในวินาทีนั้นเอง หน้าต่างสถานะของผมก็แสดงผลลัพธ์ที่ทำให้หัวใจแทบหยุดเต้น
[ชื่อตัวละคร: เรย์ (โปรแกรมจำลองหมายเลข 001)]
[สถานะ: รอยรั่วของระบบที่กำลังจะถูกลบ... 3... 2... 1...]
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดพลิกผันนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
เกิดใหม่เป็นเนโครแมนเซอร์ ก็แค่จะใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์แต่ดันมีระบบคลั่งรัก•ตอนที่ 19
ความลับใต้ฐานดันเจี้ยน
ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นเนโครแมนเซอร์ ก็แค่จะใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์แต่ดันมีระบบคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!