กลิ่นคาวเลือดและเศษซากของอสูรเงาเกรดกลางยังคงคุกรุ่นอยู่ในบรรยากาศรอบตัว เสียงคำรามต่ำสลับกับเสียงเหล็กกระทบกันดังสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขามืดมิด เรย์ยืนอยู่เบื้องหลังแนวหินผาอันกำบังสายตา ดวงตาสือกประกายสีครามเข้มมองลอดความมืดไปยังเบื้องล่าง สมรภูมิที่หน่วยอัศวินศักดิ์สิทธิ์กำลังต้านทานกองทัพอันเดดระลอกใหญ่เอาไว้ด้วยลมหายใจรวยริน
ในฐานะอดีตมนุษย์เงินเดือนผู้ยึดมั่นในคติ "ความสงบคือลาภอันประเสริฐ" ภาพตรงหน้าไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากเข้ามามีส่วนร่วมแม้แต่น้อย แต่ทว่า... ปัญหามันติดอยู่ตรงที่หน้าต่างสีฟ้าใสที่ลอยเด่นอยู่ตรงหน้าต่างหาก
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบตัวละครสำคัญ "เซร่า อาร์เจนท์" กำลังเผชิญภาวะวิกฤตถึงชีวิต]
[เงื่อนไขภารกิจพิเศษ: เข้าช่วยเหลือเป้าหมายภายใน 120 วินาที]
[บทลงโทษหากล้มเหลว: ค่าสถานะทั้งหมดลดลงครึ่งหนึ่งเป็นเวลา 7 วัน และสูญเสียสิทธิ์ในการใช้สกิลฟื้นฟู]
"ให้มันได้อย่างนี้สิครับ..." เรย์ถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างจนใจ มือเรียวขยับจัดปกเสื้อคลุมสีดำสนิทของตนเองให้เรียบร้อย แม้สถานการณ์จะบีบคั้นเพียงใด แต่ความรอบคอบและสติสัมปชัญญะของเขายังคงทำงานอย่างเต็มรูปแบบ
เบื้องล่างหุบเขา ร่างของอัศวินหญิงในชุดเกราะสีเงินยวดยวงกำลังหอบหายใจหนักหน่วง ดาบยาวในมือข้างขวาอาบไปด้วยคราบเลือดสีดำสนิทของศัตรู เกราะอกของเธอยุบลงไปเล็กน้อยจากการปะทะกับมินิเซนทอร์อันเดดเมื่อครู่ เส้นผมสีเงินยวงเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อและฝุ่นควัน ดวงตาคู่คมดุจเหยี่ยวแฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยว แม้รอบตัวเธอจะเหลืออัศวินในสังกัดเพียงสามคนที่ยังยืนหยัดอยู่ได้ แต่แววตาของเธอก็ไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย
"ท่านเซร่า ถอยไปตั้งหลักก่อนเถอะครับ! พวกมันมากันไม่หมดไม่สิ้น!" อัศวินนายหนึ่งตะโกนสุดเสียงขณะที่ใช้โล่กันการโจมตีจากกรงเล็บอันเดด
"ถอยไม่ได้... ถ้าเราถอยตรงนี้ แนวป้องกันสุดท้ายจะแตก และพวกมันจะหลุดเข้าไปถึงหมู่บ้านเบื้องล่าง" เสียงของเซร่าแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว เธอสะบัดดาบฟันร่างของโครงกระดูกนักรบแหลกสลายเป็นผุยผง แต่ทว่าความเหนื่อยล้ากำลังกัดกินเรี่ยวแรงของเธอจนถึงขีดจำกัด
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เงาร่างนับสิบพุ่งเข้ามาจากมุมอับสายตา มันคือ "หมาป่าเงากลืนวิญญาณ" อสูรเวทมนตร์ที่รวดเร็วและอันตรายยิ่งกว่าโครงกระดูกทั่วไป เป้าหมายของพวกมันไม่ใช่ใครอื่น... คือเซร่าที่กำลังเสียหลักจากการตวัดดาบพลาด
เซร่าเบิกตากว้างเมื่อเห็นกรงเล็บอันแหลมคมพุ่งตรงมายังลำคอ เธอพยายามยกดาบขึ้นปัดป้อง แต่มันช้าเกินไป...
*ฟึบ!*
เสียงแหวกอากาศดังขึ้นพร้อมกับม่านหมอกสีดำทมิฬที่พวยพุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน ราวกับรากไม้โบราณที่ผุดขึ้นมาโอบล้อมร่างของอหังการ์ หมาป่าเงาทั้งสามตัวถูกตรึงไว้ด้วยโซ่ตรวนแห่งความมืดที่โผล่มาจากไหนไม่ทราบ แน่นหนาจนพวกมันดิ้นไม่หลุดและสลายกลายเป็นละอองไอสีม่วงในพริบตา
เซร่าชะงักงัน เธอลดดาบลงเล็กน้อย กวาดสายตามองไปรอบตัวด้วยความระแวดระวัง "ใครกัน..."
จากเงาดำทึบเบื้องบนโขดหิน ร่างของชายหนุ่มในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวเดินออกมาอย่างช้าๆ ฝ่าความมืดมิดราวกับเดินอยู่บนสนามหญ้าในยามบ่าย ท่าทีของเขาดูสุขุม นิ่งสงบ และไม่ได้มีความตื่นตระหนกต่อสมรภูมิเลือดตรงหน้าแม้แต่น้อย
เรย์กวาดสายตามองประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพนุ่มนวลที่ชวนให้รู้สึกแปลกประหลาดในสถานที่เช่นนี้
"ยามวิกาลอันตรายเช่นนี้ การปล่อยให้สตรีผู้สูงศักดิ์ต้องมาออกแรงด้วยตนเอง ดูจะไม่ใช่เรื่องที่สุภาพบุรุษพึงกระทำเท่าไหร่นะครับ"
เซร่าหรี่ตาลงทันที มือที่กำด้ามดาบกระชับแน่นขึ้น เธอมองสำรวจชายหนุ่มแปลกหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า ไอเวทมนตร์แห่งความตายที่แผ่ออกมาจากตัวเขามันเข้มข้นเสียจนอัศวินศักดิ์สิทธิ์อย่างเธอรู้สึกแสบผิว แต่น่าแปลกที่มันไม่ได้ก้าวร้าว กลับมีความนิ่งสนิทราวกับผืนน้ำในบึงลึก
"เจ้าเป็นใคร? พวกลัทธิบูชาความตายงั้นหรือ?" เสียงของเซร่าเย็นเยียบ ไM่มีความหวาดกลัวเจือปน มีเพียงจิตสังหารที่พร้อมจะพุ่งเข้าใส่หากอีกฝ่ายขยับตัวผิดสังเกต
"เข้าใจผิดแล้วครับ ผมเป็นเพียง... ผู้รักความสงบธรรมดาคนหนึ่งที่ผ่านมาเจอเข้าโดยบังเอิญเท่านั้น" เรย์แย้มยิ้มบางๆ ที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ดูสุภาพแต่กลับซ่อนความเจ้าเล่ห์ไว้อย่างแนบเนียน "อีกอย่าง การที่ปล่อยให้คุณหญิงบาดเจ็บล้มตายตรงนี้ คงทำให้ผมรู้สึกผิดไปตลอดคืนแน่ๆ"
"สามห่าว!" อัศวินนายหนึ่งตะโกนขึ้นพร้อมจะพุ่งเข้ามาหาเรย์ แต่เซร่ายกมือขึ้นห้ามไว้เสียก่อน เธอยังคงจ้องมองเรย์ด้วยความสงสัยระคนเคลือบแคลง
"เจ้าช่วยพวกเรา... เพื่ออะไร?" เซร่าถามตรงประเด็น
เรย์ไม่ได้ตอบในทันที เขายกมือขึ้นดีดนิ้วเบาๆ หนึ่งครั้ง
*เป๊าะ!*
ทันใดนั้น วงแหวนเวทสีครามขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นใต้ฝ่าเท้าของกองทัพอันเดดที่กำลังกรูเข้ามาสมทบ แสงสว่างวาบขึ้นเพียงชั่วพริบตาก่อนที่ซากศพเดินได้นับร้อยจะถูกแรงโน้มถ่วงมหาศาลกดทับจนจมลงไปในดิน ไม่หลงเหลือแม้แต่เศษซากให้ระคายเคืองสายตา
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมสมรภูมิชั่วขณะ อัศวินศักดิ์สิทธิ์อ้าปากค้างจนแทบจะหุบไม่ลง พลังเวทระดับนี้... มันไม่ใช่สิ่งที่เนโครแมนเซอร์ฝึกหัดทั่วไปจะทำได้แน่นอน
เรย์ลดมือลง พراتสายตาประสานกับดวงตาคู่สวยของเซร่าที่กำลังมองเขาด้วยความตะลึงงัน เขาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดอย่างถือวิសาสะ พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ทำให้หัวใจของอัศวินสาวผู้เยือกเย็นกระตุกวูบ
"ผมไม่ได้มาเพื่อเป็นศัตรูหรอกครับ... แต่ถ้าถามว่าช่วยเพราะอะไร คงต้องบอกว่า..."
[แจ้งเตือนระบบ: ภารกิจช่วยเหลือสำเร็จ]
[ของรางวัล: แต้มความสัมพันธ์ (Affection Points) กับ "เซร่า อาร์เจนท์" เพิ่มขึ้น +50]
[คำเตือนพิเศษ: เนื่องจากความใกล้ชิดเกินขีดจำกัด ระบบได้ทำการปลดล็อกฟังก์ชัน "พันธะโลหิตแห่งโชคชะตา" โดยอัตโนมัติ]
เรย์ชะงักกะทันหัน รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างไปชั่วขณะ เมื่อจู่ๆ หน้าอกด้านซ้ายของเขาก็เกิดความรู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ราวกับมีโซ่ที่มองไม่เห็นกำลังดึงรั้งหัวใจของเขากับอีกฝ่ายเข้าหากัน
เซร่าเองก็เบิกตากว้างขึ้น มือเรียวอีกข้างยกขึ้นกุมหน้าอกของตัวเองเช่นเดียวกัน ใบหน้าสวยที่เคยเย็นชาบัดนี้ฉายแววตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเธอสัมผัสได้ถึงกระแสพลังงานแปลกประหลาดที่ไหลเวียนเชื่อมต่อระหว่างเธอกับชายแปลกหน้าผู้นี้
"นี่มัน... อะไรกัน..." เซร่ากระซิบเสียงสั่น แววตาที่มองเรย์เปลี่ยนจากความระแวงกลายเป็นความตกตะลึงระคนสับสน
เรย์สูดหายใจเข้าลึก 3 วินาทีเพื่อเรียกสติกลับคืนมา เขาก้มลงมองหน้าต่างระบบที่เด้งขึ้นมาเตือนรัวๆ เป็นชุด ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเซร่าที่กำลังมองเขาด้วยสายคาดคั้น
และในวินาทีที่เขากำลังจะอ้าปากอธิบายสถานการณ์อันน่าปวดหัวนี้เอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยก็ดังสะท้านขึ้นมาจากเบื้องล่างหน้าผา พร้อมกับเสียงคำรามก้องที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ พื้นดินใต้ฝ่าเท้าเริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง ราวกับมีบางสิ่งที่ใหญ่โตและน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ากำลังตื่นขึ้นจากการหลับใหลอันยาวนาน
เซร่าหน้าถอดสีทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงไอพลังงานระดับภัยพิบัติ "นั่นมัน... มลusตระกูลไฮดราอันเดดระดับผู้บัญชาการ!"
เรย์หรี่ตาลง มองไปยังกลุ่มควันมืดมิดที่กำลังพวยพุ่งขึ้นมาจากหุบเขาเบื้องล่าง พร้อมกับดวงตาสีแดงฉานคู่มหึมาที่ค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นท่ามกลางความมืดมิด...
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ ที่นี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
เกิดใหม่เป็นเนโครแมนเซอร์ ก็แค่จะใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์แต่ดันมีระบบคลั่งรัก•ตอนที่ 4
พบเจอกันด้วยสถานการณ์ที่ไม่ตั้งใจ
ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นเนโครแมนเซอร์ ก็แค่จะใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์แต่ดันมีระบบคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!