“ถ้าจะมายืนขวางทางเดินหน้าสถาบันเพียงเพราะอยากโชว์พาวเวอร์ล่ะก็ ผมแนะนำให้กลับไปนั่งจิบชาที่คฤหาสน์จะดีกว่านะครับ คุณหนู...”
คำพูดของผมดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่ปกคลุมไปทั่วลานหน้าอาคารเรียนรวม สายตาของนักเรียนนับร้อยคู่จับจ้องมาที่จุดเดียวกัน ระหว่างผม—เรย์ ชายหนุ่มที่พยายามทำตัวให้จืดจางที่สุดในสถาบันเวทมนตร์แห่งนี้ กับเด็กสาวผมบลอนด์ทองในชุดยูนิฟอร์มสั่งตัดพิเศษที่ดูโดดเด่นเสียจนแสบตา
เธอคือ ‘เอเลน่า วาเลเรีย’ บุตรสาวดยุกผู้ทรงอิทธิพล และเป็นตัวปัญหาอันดับหนึ่งของชั้นปี
“กล้าดียังไงถึงพูดกับฉันแบบนั้น!” เอเลน่าตวาด ใบหน้าเรียวสวยขึ้นสีจัดด้วยความโกรธจัด เธอสะบัดไม้เท้าเวทมนตร์ในมือ ประกายไฟสีฟ้าแลบแปลบปลาบออกมา “นายมันก็แค่เด็กทุนที่โชคดีสอบติดเข้ามา อย่าได้อาจหาญมาสั่งสอนคนอย่างฉัน!”
ผมถอนหายใจยาว พลางเหลือบมองเซร่าที่ยืนกอดอกพิงเสาหินอยู่ไม่ไกล อัศวินสาวผู้เย็นชาคนนี้ทำเพียงเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง สายตาของเธอเรียบเฉย ราวกับกำลังดูละครฉากหนึ่งที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ทว่าผมรู้ดี... มือของเธอขยับไปแตะที่ด้ามดาบตลอดเวลา หากสถานการณ์นี้เลวร้ายลง เธอจะเข้ามาแทรกแซงทันที
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหัวสมองของผม เป็นจังหวะเดียวกับที่ผมไม่อยากให้มันมาถึงที่สุด
[ภารกิจทางเลือก (ระดับยาก): สยบความเย่อหยิ่งของบุตรสาวดยุกโดยไม่ใช้กำลัง!
เงื่อนไข: ทำให้เป้าหมายยอมรับในความสามารถภายใน 5 นาที
รางวัล: แต้มทักษะ +2, ไอเทม ‘หินผนึกวิญญาณแห่งความทรงจำ’
บทลงโทษหากล้มเหลว: ระบบจะทำการ 'แฉ' ความลับเรื่องการเป็นเนโครแมนเซอร์ของคุณต่อหน้าสาธารณชน!]
‘ให้ตายเถอะ... ระบบ คุณนี่มันตัวป่วนจริงๆ’ ผมสบถในใจพลางปรับสีหน้าให้ดูสุขุม
“ผมไม่ได้สั่งสอนครับ แต่ผมกำลังเตือนด้วยความหวังดี” ผมก้าวเข้าไปใกล้เธออีกครึ่งก้าวโดยไม่แสดงท่าทีคุกคาม “ในฐานะเพื่อนร่วมชั้น หากคุณเอเลน่าปล่อยพลังเวทออกมาโดยไม่ควบคุมแบบนี้ เกรงว่าอาคารเรียนหลังเก่าข้างหลังคุณอาจจะกลายเป็นเถ้าถ่านได้นะครับ... และนั่นคงไม่ส่งผลดีต่อชื่อเสียงของตระกูลวาเลเรียเท่าไหร่”
“นายขู่ฉันเหรอ?”
“เปล่าครับ ผมแค่กำลังวิเคราะห์โครงสร้างเวทมนตร์ที่คุณกำลังร่าย... ลมปราณนั่นมันเสียสมดุลที่จุดศูนย์กลาง ถ้าปล่อยให้ระเบิดออกตอนนี้ รัศมีทำลายล้างห้าเมตรนี่ไม่พ้นแน่ๆ”
เอเลน่าชะงัก เธอเริ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย ความมั่นใจที่เคยมีเริ่มสั่นคลอน “นาย... นายดูออกงั้นเหรอ?”
“ในฐานะเนโครแมนเซอร์... อ้อ ขอโทษที ผมหมายถึงในฐานะนักเรียนคนหนึ่งที่พอจะมีความรู้เรื่องการจัดระเบียบพลังเวท” ผมยิ้มบางๆ “ถ้าคุณลดการอัดพลังที่มือขวา แล้วเปลี่ยนมาใช้การโคจรที่จุดต้นคอแทน เปลวไฟนั่นจะเปลี่ยนจากสีฟ้าที่ไร้ระเบียบ เป็นสีทองที่เยือกเย็นและทรงพลังกว่าเดิม... ลองดูไหมครับ?”
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง เอเลน่ามองผมด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป จากความโกรธเกรี้ยวกลายเป็นความสับสนปนสงสัย เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะลองปรับตามคำแนะนำของผม ทันใดนั้น เปลวไฟสีฟ้าที่เคยหมุนวนอย่างบ้าคลั่งก็สงบนิ่งลง กลายเป็นเปลวไฟสีทองอ่อนๆ ที่ส่องสว่างนุ่มนวลรอบมือของเธอ
เสียงฮือฮาดังขึ้นจากรอบข้าง นักเรียนหลายคนเริ่มซุบซิบถึงสิ่งที่เกิดขึ้น
“เป็นไปได้ยังไง...” เอเลน่าพึมพำกับตัวเอง ดวงตาสีฟ้าคู่นั้นเบิกกว้างขึ้น “แค่ปรับจุดโคจร... พลังเวทของฉันก็เสถียรขึ้นขนาดนี้เลยเหรอ?”
“ความรู้คืออาวุธที่น่ากลัวที่สุดนะครับคุณหนู” ผมยืดตัวตรงแล้วก้มศีรษะให้เล็กน้อย “หวังว่าเราจะสามารถเป็นเพื่อนร่วมชั้นที่ดีต่อกันได้นะครับ”
ผมหันหลังกลับ ตั้งใจจะเดินหลีกเลี่ยงสถานการณ์ชวนปวดหัวนี้ไปให้เร็วที่สุด ทว่าข้อมือของผมกลับถูกใครบางคนคว้าเอาไว้
“เดี๋ยวสิ!” เอเลน่าเรียกตามมา “นาย... นายชื่ออะไรนะ?”
“เรย์ครับ” ผมตอบโดยไม่หันกลับไป “แล้วก็... หวังว่าเราคงไม่ต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้อีกในวิชาถัดไปนะครับ”
ผมเดินผ่านเซร่าไป เธอยังคงยืนอยู่ที่เดิม แต่ครั้งนี้เธอขยับปากพูดด้วยน้ำเสียงที่เบาจนได้ยินกันแค่สองคน “นายเก่งมากที่ทำให้ยัยนั่นยอมสงบศึกได้... แต่ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ เรย์ คนอย่างเอเลน่าไม่มีทางยอมแพ้ง่ายๆ แบบนี้หรอก”
“ผมทราบครับ” ผมถอนหายใจ “โดยเฉพาะสายตาที่เธอมองผมเมื่อกี้... มันไม่ใช่สายตาของผู้แพ้ แต่มันเหมือนคนกำลังสนใจของเล่นชิ้นใหม่มากกว่า”
วันแรกในรั้วสถาบันผ่านไปอย่างทุลักทุเล ผมเดินมุ่งหน้าไปยังห้องสมุดหวังจะหาที่สงบๆ นั่งพักสักครู่ ทว่าเมื่อก้าวเข้าสู่เขตหอสมุดหลวง บรรยากาศโดยรอบกลับผิดปกติไปอย่างสิ้นเชิง ชั้นหนังสือที่เคยเรียงรายเป็นระเบียบกลับสั่นไหวอย่างรุนแรง ราวกับมีบางอย่างที่มีพลังมหาศาลกำลังตื่นขึ้นจากเบื้องล่าง
ระบบแจ้งเตือนสีแดงฉานเด้งขึ้นมาตรงหน้าอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงสังเคราะห์ที่ฟังดูร้อนรน
[แจ้งเตือนภัยคุกคามระดับสูง: พบพลังงานวิญญาณปริศนาที่หอสมุดหลวง!]
[ภารกิจฉุกเฉิน: ปิดผนึกรอยแยกแห่งความมืด ก่อนที่สิ่งชั่วร้ายจะหลุดออกมาจากตำราต้องห้าม]
[หมายเหตุ: หากท่านไม่จัดการตอนนี้ สถาบันเวทมนตร์แห่งนี้จะถูกทำลายในอีก 10 นาที!]
ผมหยุดฝีเท้าลง หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ เมื่อมองไปที่โต๊ะอ่านหนังสือกลางห้อง ผมพบร่างของชายชราในชุดคลุมสีดำสนิทคนหนึ่งนั่งหันหลังให้ เขาไม่ได้นั่งอ่านหนังสือ แต่เขากำลัง 'กิน' พลังงานจากตำราเล่มนั้นเข้าไปทีละนิด!
เมื่อเขาหันหน้ากลับมา... ใบหน้าของเขาไม่มีดวงตา มีเพียงช่องว่างสีดำมืดมิดที่ดูดกลืนทุกสรรพสิ่งรอบตัว
“เนโครแมนเซอร์รุ่นใหม่... ในที่สุดเจ้าก็มา”
เสียงของเขาทรงพลังและเย็นเยียบจนผมรู้สึกได้ถึงความตายที่คืบคลานเข้ามาใกล้เพียงปลายจมูก
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ ที่นี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
เกิดใหม่เป็นเนโครแมนเซอร์ ก็แค่จะใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์แต่ดันมีระบบคลั่งรัก•ตอนที่ 8
ชีวิตในรั้วสถาบันที่ดูจะวุ่นวายกว่าที่คิด
ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นเนโครแมนเซอร์ ก็แค่จะใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์แต่ดันมีระบบคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!