"หลักฐานชัดเจนขนาดนี้ ท่านประธานสภานักเรียนยังต้องรอฟังคำแก้ตัวอะไรจากสามัญชนคนนี้อีกหรือครับ?"
เสียงทุ้มต่ำแต่น่ารังเกียจของ 'แบรดلي' รองประธานสภานักเรียนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุมใหญ่ กลิ่นอายของเวทมนตร์ธาตุแสงบริสุทธิ์ถูกขับออกมาจากคฑาทองคำในมือของเขา เพื่อกดดันบรรยากาศรอบตัวให้หนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก บนโต๊ะไม้โอ๊กขัดเงาตรงหน้าผม วัตถุต้องสงสัยถูกวางเรียงราย—ผลึกกะโหลกสีดำทมิฬที่ส่งไอความมืดอันเป็นเอกลักษณ์ของเนโครแมนเซอร์ และตำราเวทมนตร์โบราณที่หน้าปกถูกผนึกด้วยอักษรคาถาต้องห้าม
ผม—เรย์ อดีตมนุษย์เงินเดือนผู้รักความสงบและใฝ่ฝันจะมีชีวิตสโลว์ไลฟ์ในต่างโลก ถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างนึกระอา สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้อง ประเมินสถานการณ์อย่างเยือกเย็นตามนิสัยที่ถูกขัดเกลามาจากการทำโปรเจกต์ใหญ่ภายใต้ความกดดันของบริษัทเก่า
รอบตัวผมไม่ใช่ห้องเรียนธรรมดา แต่เป็นศาลเตี้ยขนาดย่อมที่สภานักเรียนแห่งสถาบันเวทมนตร์อาร์케เลียตั้งใจจัดฉากขึ้น เหล่านักเรียนชั้นสูงต่างยืนซุบซิบและมองมาด้วยสายตารังเกียจ ราวกับผมเป็นตัวประหลาดที่หลุดมาจากขุมนรก
"ผมไม่ได้เป็นคนเอาของพวกนั้นมาไว้ในล็อกเกอร์ส่วนตัวครับ" ผมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ความนิ่งงันของผมดูเหมือนจะขัดใจแบรดليไม่น้อย คิ้วของเขาจึงกระตุกขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
"ปากแข็งเสียจริงนะเรย์! เวทมนตร์มืดระดับต่ำที่แผ่ออกมาจากผลึกพวกนั้น มีเพียง 'เนโครแมนเซอร์' เท่านั้นที่ใช้สร้างมันขึ้นมาได้ และในสถาบันแห่งนี้ นอกจากนายที่มีข่าวลือเรื่องการใช้พลังประหลาดเมื่อสัปดาห์ก่อนแล้ว จะมีใครกล้าอาจหาญครอบครองศาสตร์นอกรีตนี่อีก?!" แบรดليขึ้นเสียง ตบโต๊ะเสียงดังสนั่นเพื่อเรียกคะแนนความเห็นอกเห็นใจจากผู้ร่วมประชุมคนอื่นๆ
ผมหันไปมอง 'เซร่า' ที่ยืนนิ่งสงбиอยู่มุมห้อง เธอคือหัวหน้าหน่วยอัศวินศักดิ์สิทธิ์ผู้ได้รับมอบหมายให้มาอารักขาความปลอดภัยในเหตุการณ์นี้ ใบหน้าหวานล้ำแต่เย็นชาไร้ความรู้สึกของเธอยังคงเรียบเฉย ทว่าดวงตาสสีฟ้าครามคู่นั้นกลับประกายแสงวับวาว เธอกำลังใช้เนตรอัศวินตรวจสอบความผิดปกติของพลังงานรอบตัว—และผมรู้ว่าเธอฉลาดพอที่จะมองออกว่านี่คือการจัดฉาก
[ติ๊ง! ระบบตรวจพบสถานการณ์วิกฤต: "ถูกใส่ร้ายป้ายสีโดยสภานักเรียน"]
[เงื่อนไขภารกิจ: พิสูจน์ความบริสุทธิ์และตอกหน้าศัตรูด้วยหลักฐานเชิงประจักษ์ภายใน 10 นาที]
[รางวัล: ทักษะติดตัว "เนตรวิเคราะห์สัจจะ" (ระดับตำนาน) และแต้มความเสน่ห์จากเซร่า +500 แต้ม]
[บทลงโทษหากล้มเหลว: ถูกเนรเทศไปยังแดนสนธยาและสถานะเปลี่ยนเป็นอาชญากรเวทมนตร์]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหัว พร้อมกับหน้าต่างโปร่งใสสีฟ้าที่กะพริบเตือนเป็นจังหวะกระชั้นชิด ผมแค่นยิ้มในใจ... ให้ตายสิ ระบบนี่ช่างขยันสร้างงานให้ผมเสียจริง แทนที่จะปล่อยให้ผมได้ไปนั่งจิบชาคาโมมายล์อ่านหนังสือใต้ต้นไม้ตามแผนเดิม กลับต้องมาแก้ปัญหาการเมืองภายในโรงเรียนเวทมนตร์เสียได้
"ท่านแบรดليครับ ก่อนจะกล่าวหาใคร ผมคิดว่าท่านควรตรวจสอบ 'ร่องรอยเวทมนตร์แฝง' บนผลึกกะโหลกนั่นเสียก่อนนะกะรัต" ผมเว้นจังหวะเล็กน้อย ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม "เวทมนตร์แห่งแสงที่ท่านภาคภูมิใจนักหนา มักจะมีร่องรอยการสะท้อนของมานาเฉพาะตัวหลงเหลืออยู่เสมอ หากเรานำผลึกนั้นไปให้ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชเวทมนตร์ตรวจสอบ ผมมั่นใจว่าเราคงจะได้เห็น 'รอยนิ้วมือมานา' ของใครบางคนที่บังเอิญยืนอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุมากที่สุด... เช่น รองประธานสภานักเรียนผู้รอบรู้ เป็นต้น"
สิ้นคำพูดของผม สีหน้าของแบรดليที่เคยเหิมเกริมพลันเปลี่ยนเป็นซีดเผือด ร่างกายของเขาสั่นสะท้อนเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว แม้เขาจะพยายามควบคุมเสียงหัวเราะกลบเกลื่อนแต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว ท่าทางลุกลี้ลุกลนนั้นตกอยู่ในสายตาของทุกคนในห้องประชุมอย่างชัดเจน
เซร่าก้าวเท้าออกมาช้าๆ เสียงรองเท้าบูทหนังกระทบพื้นหินดังก้องกังวาน เธอเดินตรงมาหยุดยืนอยู่ข้างกายผม กลิ่นอายศักดิ์สิทธิ์อันทรงพลังแผ่ซ่านออกมาจนทำให้แบรดليต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
"เรื่องนี้... ทางหน่วยอัศวินศักดิ์สิทธิ์จะต้องขอตรวจสอบอย่างละเอียดด้วยตนเองค่ะ" เซร่าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและเด็ดขาด ดวงตาคู่นั้นจับจ้องไปที่แบรดليราวกับราชสีห์กำลังจ้องเหยื่อ "หากพบว่ามีการใส่ร้ายป้ายสีบุคคลบริสุทธิ์เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองภายในสภา... โทษทัณฑ์นั้นคงไม่ต้องให้ฉันกล่าวซ้ำใช่ไหมคะ รองประธานแบรดلي?"
บรรยากาศในห้องประชุมตึงเครียดขึ้นถึงขีดสุด เหงื่อกาฬเม็ดโตผุดขึ้นตามไรผมของแบรดلي เขากัดฟันกรอดด้วยความเคียดแค้น ชายหนุ่มจ้องมองผมด้วยสายตาอาฆาตมาดร้ายราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ทว่าในจังหวะที่ทุกคนกำลังจดจ่ออยู่กับการเผชิญหน้าอันดุเดือดนั้นเอง เสียงปรบมือเบาๆ ก็ดังขึ้นจากมุมมืดด้านหลังสุดของห้องประชุม
แปะ... แปะ... แปะ...
"ช่างเป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยมและเฉียบคมสมกับที่เป็นคุณเรย์จริงๆ ครับ... สมแล้วที่อาจารย์ใหญ่ให้ความสนใจเป็นพิเศษ"
ร่างของชายหนุ่มสวมแว่นตากรอบทองผู้ดำรงตำแหน่งประธานสภานักเรียนก้าวออกมาจากเงาของเสาหิน ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มพิมพ์ใจที่แฝงไว้ด้วยความน่ากลัวอย่างประหลาด ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของผมกระตุกวูบไม่ใช่รอยยิ้มนั้น... แต่เป็นตราสัญลักษณ์รูป 'งูพันคธนาการ' ที่ปรากฏขึ้นบนปกเสื้อของเขา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ลับของกลุ่มกบฏนอกรีตที่ควรจะถูกกวาดล้างไปตั้งแต่สสงครามครั้งก่อน
ประธานสภานักเรียนหันมามองผมด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ก่อนจะกระซิบประโยคที่ทำให้ผมตระหนักทันทีว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องกลั่นแกล้งกันในโรงเรียน
"น่าเสียดายจริงๆ นะครับ... ที่คุณดันรู้มากเกินไปเสียแล้ว เรย์"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเอาใจช่วย "เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด" มาโดยตลอดนะครับ!
เกิดใหม่เป็นเนโครแมนเซอร์ ก็แค่จะใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์แต่ดันมีระบบคลั่งรัก•ตอนที่ 14
แผนการร้ายของสภานักเรียน
ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นเนโครแมนเซอร์ ก็แค่จะใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์แต่ดันมีระบบคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!