"ถ้าเจ้ายังเอาแต่จ้องข้าด้วยสายตาประเมินผลแบบนั้น ข้าจะถือว่าเจ้ากำลังเชิญชวนให้ข้าใช้ดาบเล่มนี้ทัศนาจรบนโครงกระดูกของเจ้าสักรอบนะ เรย์"
ปลายดาบศักดิ์สิทธิ์ที่อาบไล้ด้วยแสงสีทองจางๆ จ่ออยู่ห่างจากปลายจมูกของผมไม่ถึงสามเซนติเมตร กลิ่นอายความศักดิ์สิทธิ์และไอเย็นจากพลังเนโครแมนเซอร์ปะทะกันจนเกิดเป็นประจุไฟฟ้าสีฟ้าแลบแปลบปลาบในอากาศ ความเงียบงันภายในห้องโถงลับใต้ดินของวิหารร้างแห่งนี้หนาทึบเสียจนได้ยินกระทั่งเสียงหัวใจเต้นเป็นจังหวะ
ผมถอนหายใจออกมาเบาๆ ยกมือขึ้นดันคมดาบนั้นออกห่างจากใบหน้าอย่างใจเย็น พลางปัดฝุ่นละอองที่เกาะอยู่ตามบ่าเสื้อคลุมสีดำสนิท
"ใจเย็นก่อนสิครับท่านอัศวิน ความจริงผมแค่วิเคราะห์ว่าโครงสร้างเวทมนตร์รอบตัวคุณกำลังปรับสภาพเข้ากับแก่นมานาของผมต่างหาก ไม่ได้คิดจะเอาคุณไปทำโครงกระดูกประดับห้องนั่งเล่นสักหน่อย... ถึงแม้ว่ามันจะดูน่าสนใจในแง่ของการจัดวางอินทีเรียก็เถอะ"
"เจ้า...!" เซร่ากัดริมฝีปากแน่น ใบหน้าคมคายขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความหงุดหงิดปนเขินอาย เธอรีบดึงดาบกลับเข้าฝักเสียงดัง *กริ๊ก* แม้ในยามนี้ที่มหาสงครามระหว่างกองทัพความมืดและสภาเทพเจ้าได้ปิดฉากลงอย่างสมบูรณ์แล้ว อดีตหัวหน้าหน่วยอัศวินผู้เย็นชาก็ยังคงรักษามาดเคร่งขรึมไว้ได้ไม่ถึงสามนาทีเวลาที่อยู่ต่อหน้าผม
นี่คือ "ชีวิตหลังจบภารกิจ" ที่ผมเฝ้ารอมาตลอด
ตลอดครึ่งปีที่ผ่านมา โลกใบนี้หมุนวนไปด้วยความบ้าคลั่งของระบบที่คอยแต่จะยัดเยียดบทฮีโร่กู้โลกให้ผม—ชายหนุ่มผู้ปรารถนาเพียงแค่การนอนเอกเขนกจิบชาอุ่นๆ ใต้ต้นไม้ในบ่ายวันขี้เกียจ แต่เพราะความซวย (หรือระบบมันตั้งใจแกล้งก็ไม่รู้) ทำให้ผมต้องจับพลัดจับผลูมาผนึกกำลังกับเซร่า หญิงสาวผู้แบกรับคำสาปสายเลือดศักดิ์สิทธิ์ จนกระทั่งพวกเราสามารถโค่นบอสใหญ่แห่งหอคอยทมิฬลงได้ในศึกตัดสินเมื่อวานซืน
และตอนนี้... พวกเราเป็นอิสระแล้ว
อิสระจากภารกิจบังคับ อิสระจากสายตาของพวกขุนนางหน้าเงิน และอิสระที่จะเลือกเส้นทางเดินชีวิตของตัวเองเสียที
"แล้วตกลง... เจ้าคิดไว้หรือยังว่าจะเอายังไงต่อไป?" เซร่าถามขึ้นทำลายความเงียบ เธอทิ้งตัวลงนั่งบนแท่นหินเก่าๆ ขาเรียวภายใต้เกราะอ่อนแกว่งไปมาเล็กน้อย ดวงตาสีฟ้าครามคู่นั้นจ้องมองผมอย่างรอคอยคำตอบ แววตาของเธอลดความแข็งกร้าวลงจนแทบไม่เหลือเค้าโครงของอัศวินเหล็กไหลผู้ไร้พ่ายในอดีต
ผมเดินเข้าไปใกล้ กวาดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างบานกว้าง ทิวทัศน์เบื้องล่างคือผืนป่ากว้างใหญ่ที่ทอดยยาวจรดขอบฟ้า แสงแดดอุ่นยามบ่ายส่องกระทบยอดไม้จนเกิดประกายระยิบระยับ ไม่มีเสียงคำรามของมอนสเตอร์ ไม่มีเสียงระเบิดของเวทมนตร์ มีเพียงเสียงลมพัดผ่านยอดใบไม้และเสียงนกร้องประสานกันอย่างสงบ
"ผมคิดไว้นานแล้วล่ะครับ" ผมหันกลับมาส่งยิ้มบางๆ ให้เธอ "เราจะไปเปิดร้านขายชาสมุนไพรเล็กๆ ที่ชายแดนแคว้นทางใต้ ที่นั่นอากาศดี ดินอุดมสมบูรณ์ เหมาะกับการปลูกพืชผักสวนครัว และที่สำคัญ..."
ผมเว้นจังหวะไว้เล็กน้อย นัยน์ตาส่อแววเจ้าเล่ห์ขึ้นมาวูบหนึ่ง
"ไม่มีระบบบ้าๆ คอยส่งเสียงแจ้งเตือนภารกิจประหลาดๆ ตอนที่ผมกำลังจะนอนกลางวันด้วยครับ"
เซร่าเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากของเธอหยักยิ้มขึ้นอย่างรู้ทัน "หึ... คิดว่าหนีพ้นหรือไง? อย่าลืมนะว่าข้ายังผูกพันธะสัญญากับเจ้าอยู่ ผ่านระบบเวทมนตร์บ้าบออะไรนั่น ที่บอกว่า 'ท่านได้ผูกชะตากรรมนิรันดร์กับอัศวินคู่ใจ' น่ะ"
"อันนั้นเขาเรียกว่าบั๊กของระบบครับ ผมกำลังหาทางรีเซ็ตมันอยู่พอดี..."
"กล้าพูดนะ!" เซร่าลุกพรวดขึ้นมาทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหมั่นไส้ "เจ้าอยากจะสลัดข้าทิ้งง่ายๆ อย่างนั้นเลยรึไง ไอ้เนโครแมนเซอร์เจ้าเล่ห์!"
บรรยากาศรอบตัวเริ่มระอุขึ้นอีกครั้งในแบบที่คุ้นเคย มันไม่ใช่ความตึงเครียดของการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด แต่มันคือความมีชีวิตชีวา—ความอบอุ่นที่ผมไม่เคยสัมผัสมาตั้งแต่ก่อนจะข้ามมิติมายังโลกใบนี้ อดีตมนุษย์เงินเดือนผู้เคยชินกับการนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อแก้บั๊กโค้ดอย่างไร้จุดหมาย ตอนนี้เขากำลังมี "บ้าน" และมี "คนข้างกาย" ที่พร้อมจะต่อปากต่อคำด้วยไปตลอดชีวิต
ผมหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอในระยะที่ใกล้จนได้กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าที่ติดตัวเธอมา เซร่าชะงักไปเล็กน้อย ใบหน้าที่เคยนิ่งสนิทขึ้นสีแดงลามไปถึงใบหู เธอไม่ได้ถอยหนี แต่กลับเงยหน้าขึ้นสบตาผมด้วยความประหม่า
"ผมไม่ได้จะสลัดคุณทิ้งหครับ... เซร่า" ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลและจริงจังขึ้นเป็นพิเศษ บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ "แต่ผมแค่อยากเปลี่ยนสถานะจาก 'คู่หูจำเป็นในภารกิจกู้โลก' ให้กลายเป็น 'หุ้นส่วนชีวิต' ในร้านชาเล็กๆ นั้นต่างหาก... คุณสนใจจะมารับตำแหน่งภรรยาเจ้าของร้านชา มากกว่าตำแหน่งอัศวินศักดิ์สิทธิ์หรือเปล่าล่ะครับ?"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เซร่าเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย เธอกะพริบตาปริบๆ ราวกับไม่แน่ใจว่าประโยคเมื่อครู่คือกลยุทธ์สงครามจิตวิทยาแบบใหม่ของผมหรือเปล่า
ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น ก่อนที่รอยยิ้มที่งดงามที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาจะปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ รอยยิ้มที่ไม่มีคราบไคลของนักรบ ไม่มีรังสีความน่ากลัว มีเพียงความอ่อนโยนของผู้หญิงคนหนึ่งที่พร้อมจะก้าวเดินไปสู่อนาคตใหม่ร่วมกับผม
"ถ้าชาของเจ้าไม่อร่อยล่ะก็..." เซร่าเอื้อมมือมาจับชายเสื้อคลุมของผมไว้แน่น น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลจนหัวใจของผมกระตุกวูบ "ข้าจะใช้ดาบเล่มนี้พังร้านของเจ้าให้ราบคาบเลยคอยดู..."
"ยินดีต้อนรับสู่บริการตลอดชีพครับ คุณลูกค้า..."
ผมกำลังจะโน้มตัวลงไปเพื่อปิดฉากวันเวลาอันยาวนานนี้ด้วยบรรยากาศที่โรแมนติกสมกับเป็นนิยายรักแฟนตาซีระดับท็อปฮิต แต่ทว่า—
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนอันคุ้นเคยและน่าสะพรึงกลัวดังขึ้นในหัว สมองของผมชาหนึบไปชั่วขณะ
[ระบบตรวจพบการตัดสินใจครั้งสำคัญของโฮสต์: "การสร้างครอบครัวและการเริ่มต้นชีวิตใหม่"]
[เงื่อนไขผ่านเกณฑ์ลับระดับ SSS: คำขอแต่งงานในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ร้างถูกอนุมัติโดยระบบ]
[กำลังทำการปลดล็อกระบบเสริม: "ร้านค้าน่ารักของคู่รักเนโครแมนเซอร์" และ "เควสต์เลี้ยงลูกน้อยในต่างโลก" — เริ่มต้นนับถอยหลังใน 3... 2...]
รอยยิ้มบนใบหน้าของผมแข็งค้างทันที เซร่าที่สังเกตเห็นความผิดปกติจึงขมวดคิ้วมุ่น "เรย์... ทำไมหน้าซีดอย่างนั้น? หรือว่าเจ้ากินอะไรผิดสำแดงมา?"
ใบหน้าของผมกระตุกยิ้มอย่างฝืดเฝ้า เมื่อหน้าจอสีฟ้าโปร่งใสปรากฏภาพข้อความขนาดใหญ่โตมโหฬารเด้งขึ้นตรงหน้า พร้อมกับเสียงกระซิบจากระบบที่ดังขึ้นในหัวอย่างอารมณ์ดี
*(ยินดีด้วยครับโฮสต์! ท่านได้รับสิทธิ์พิเศษในการเลี้ยงดู "ทายาทแห่งเนโครแมนเซอร์" ทันที เพื่อความสุขที่ยั่งยืนในสโลว์ไลฟ์นี้!)*
ดวงตาสีฟ้าครามของเซร่ากะพริบด้วยความสงสัย เมื่ออยู่ๆ พื้นเบื้องหน้าของพวกเขาก็เกิดวงแหวนเวทมนตร์สีทองอร่ามสว่างวาบขึ้น พร้อมกับเสียงร้องอุแว้... ของเด็กทารกปริศนาที่ดังแว่วมาจากความว่างเปล่า!
โปรดติดตามตอนต่อไป...
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด" มาจนถึงบทสรุปนี้นะครับ)
เกิดใหม่เป็นเนโครแมนเซอร์ ก็แค่จะใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์แต่ดันมีระบบคลั่งรัก•ตอนที่ 29
ชีวิตหลังจบภารกิจ
ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นเนโครแมนเซอร์ ก็แค่จะใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์แต่ดันมีระบบคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!