เกิดใหม่เป็นเนโครแมนเซอร์ ก็แค่จะใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์แต่ดันมีระบบคลั่งรัก•ตอนที่ 16

ชัยชนะและการยอมรับจากศัตรู

ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
"เจ้าเด็กเหลือขอนั่น... เป็นใครกันแน่?" เสียงพึมพำลอดไรฟันของหัวหน้ากองอัศวินแห่งอาณาจักรดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงัดที่แผ่ขยายไปทั่วลานประลองกลางแจ้ง ฝุ่นควันจากการระเบิดของเวทมนตร์แห่งความตายเมื่อครู่ยังคงคละคลุ้ง แต่มันถูกแทนที่ด้วยสายตาหลายร้อยคู่ที่จ้องมองมายังจุดเดียว—จุดที่เรย์ยืนอยู่ ผมถอนหายใจยาวเหยียดออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน พยายามจัดระเบียบเสื้อคลุมสีเข้มของตัวเองให้เรียบร้อยโดยไม่สนใจสายตาของฝูงชนที่กำลังเปลี่ยนจากความดูแคลนกลายเป็นความทึ่ง การต่อเมื่อครู่นี้กินพลังงานชีวิตไปไม่น้อยเลยทีเดียว โดยเฉพาะการต้องควบคุมโครงกระดูกระดับสูงให้แสดงท่าที "สง่างาม" ตามที่ระบบงี่เง่านั่นคอยกระซิบสั่งในหัว [ติ๊ง! ผู้ชมในอัฒจันทร์หลัก 85% รู้สึกประทับใจในลีลาการต่อสู้และการควบคุมมานาอันไร้ที่ติของท่าน] [ฉายาใหม่ปลดล็อก: "เนโครแมนเซอร์ผู้สง่างามแห่งรัตติกาล" (ความเร้าใจ +50, เสน่ห์ต่อเพศตรงข้าม +20%)] "เลิกส่งเสียงแจ้งเตือนไร้สาระสักทีเถอะน่า..." ผมบ่นพึมพำเบาๆ กับตัวเอง ขณะเหลือบมองหน้าต่างสถานะโปร่งใสที่ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศ ทางด้านเซร่า อัศวินสาวผู้ถือครองดาบศักดิ์สิทธิ์ เธอก้าวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยสีหน้าซับซ้อน ดวงตาคู่สวยกวาดมองร่างของผมตั้งแต่หัวจรดเท้าราวกับกำลังค้นหาความลับบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าคลุมรุ่ยร่ายนี้ ก่อนที่เธอจะตัดสินใจเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยตามเคย "นาย... ซ่อนฝีมือไว้ตั้งแต่รอบคัดเลือกสินะ เรย์" เธอกอดอก หลุบตามองเศษซากอัญเชิญโครงกระดูกที่สลายตัวกลายเป็นละอองมานาสีม่วงจางๆ "เวทมนตร์อัญเชิญสายความมืดมักถูกมองว่าเป็นศาสตร์นอกรีตและไร้เกียรติ แต่สิ่งที่นายแสดงออกมาเมื่อครู่... มันมีการคำนวณทิศทางและการใช้มานาที่แม่นยำยิ่งกว่านักเวทหลวงเสียอีก" "ผมก็แค่ใช้ชีวิตตามมีตามเกิดนั่นแหละครับ ท่านหัวหน้าหน่วยเซร่า" ผมตอบกลับด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ พยายามรักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้ตัวเองเข้าไปพัวพันกับปัญหาทางการเมืองที่น่าปวดหัวไปมากกว่านี้ "อีกอย่าง การต่อสู้เมื่อกี้มันกินแรงผมมากเลยนะฃครับ ถ้าเลือกได้ผมอยากนอนพักผ่อนเงียบๆ ในห้องมากกว่ามาวิ่งไล่จับกับพวกทหารรับจ้างนอกรีตพวกนั้นเสียอีก" คำพูดเจือความขี้เกียจและท่าทีไม่ยี่ห้อต่อชื่อเสียงเงินทองนั้น แทนที่จะทำให้เซร่าโกรธ กลับทำให้ริมฝีปากบางของเธอระบายรอยยิ้มจางๆ ที่หา ดูได้ยากยิ่งออกมาวูบหนึ่ง "คนมีความสามารถมักถ่อมตัวเสมอสินะ... แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้ สายตาของคนทั้งสนามประลองไม่ได้มองนายเป็นแค่ 'เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด' อีกต่อไปแล้วล่ะนะ" เซร่าพยักพเยิดหน้าไปยังอัฒจันทร์ฝั่งทิศเหนือ ซึ่งเป็นที่นั่งของผู้มีอำนาจและขุนนางระดับสูง บรรดาสายตาที่เคยเต็มไปด้วยความรังเกียจ เดียดฉันท์ และหวาดกลัวต่อพลังแห่งความตาย ในตอนนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นความกระหายใคร่รู้และความคาดหวัง เสียงซุบซิบดังระงมราวกับฝูงผึ้งแตกรัง ทุกคนต่างพยายามสืบเสาะหาที่มาที่ไปของเด็กหนุ่มปริศนาผู้พลิกสถานการณ์ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว บรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เหล่าผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ ที่เคยเดินผ่านแล้วทำเสียงฮึดฮัดดูถูก ตอนนี้ต่างพากันหลบสายตาหรือแม้กระทั่งก้มหัวให้เล็กน้อยด้วยความยำเกรง อำนาจที่แท้จริงไม่ใช่การมีพลังทำลายล้างสูงส่งเสมอไป แต่คือการที่ทำให้ผู้คนรอบข้างคาดเดาขอบเขตไม่ได้—และนั่นคือสิ่งที่ระบบของผมกำลังทำมันให้กลายเป็นจริงอย่างเลี่ยงไม่ได้ [ประกาศจากระบบ: มีภารกิจพิเศษถูกกระตุ้นเนื่องจากชื่อเสียงพุ่งสูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน] [เงื่อนไข: ท่านต้องเข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองของราชสำนักในค่ำคืนนี้ เพื่อพบกับบุคคลสำคัญที่จะเปลี่ยนเส้นทางชีวิตสโลว์ไลฟ์ของท่านไปตลอดกาล] [บทลงโทษหากปฏิเสธ: สูญเสียพลังมานาทั้งหมดเป็นเวลา 7 วัน และถูกบังคับให้ใส่ชุดสาวใช้ไปเดินกลางเมืองหลวง] ผมขยับคิ้วกระตุกอย่างแรง บ้าจริง... ชุดสาวใช้อย่างนั้นเรอะ? ระบบเฮงซวยนี่มันชักจะล้ำเส้นความเป็นมนุษย์ของผมเข้าไปทุกทีแล้วนะ! "มีอะไรหรือเปล่า เรย์? สีหน้าดูไม่ค่อยดีเลยนะ" เซร่าเอ่ยทักด้วยความสงสัย เมื่อเห็นผมยืนนิ่งค้างไปพร้อมกับใบหน้าที่เริ่มบิดเบี้ยวด้วยความเครียด "เปล่าครับ... ไม่มีอะไรหรอก แค่รู้สึกว่าค่ำคืนนี้คงเป็นคืนที่ยาวนานและน่าปวดหัวที่สุดในชีวิตอีกคืนหนึ่งเท่านั้นเอง" ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ ปัดฝุ่นตามไหล่เบาๆ ก่อนจะหันไปสบตากับอัศวินสาว "ถ้าผมขอตัวกลับไปนอนตอนนี้ จะถือว่าเสียมารยาทมากไหมครับ?" เซร่าหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไพเราะและเปี่ยมด้วยเสน่ห์จนทำให้ผมเผลอชะงักไปชั่วขณะ "คิดว่าไม่น่าจะได้หรอกนะ... เพราะดูเหมือนว่า แขกที่ไม่ได้รับเชิญคนสำคัญกำลังเดินตรงมาทางเราแล้วล่ะ" ผมขมวดคิ้วแน่น หันขวابกลับไปมองตามทิศทางที่เซร่ามองอยู่ ท่ามกลางกลุ่มผู้คนที่แหวกทางให้ด้วยความเคารพ ร่างสูงโปรดในชุดคลุมนักเวทสีขาวบริสุทธิ์ปักดิ้นทองอร่ามกำลังก้าวเข้ามาใกล้ ชายวัยกลางคนผู้มีนัยน์ตาสสีฟ้าคมกลาและรอยยิ้มที่เคลือบไว้ด้วยความเจ้าเล่ห์—อาร์ชแมกุสแห่งสภาเวทมนตร์หลวง ผู้ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความเกลียดชังต่อศาสตร์ความมืดเข้าไส้ กำลังยืนอยู่ตรงหน้าผม พร้อมกับยื่นมือข้างหนึ่งออกมาข้างหน้าเพื่อหมายจะทักทาย "ไม่นึกเลยว่า เนโครแมนเซอร์รุ่นเยาว์ผู้ใช้คาถาโบราณที่สาบสูญไปแล้ว จะซ่อนตัวอยู่ในเมืองชายแดนเล็กๆ เช่นนี้... ช่างน่าสนใจเสียจริง พ่อหนุ่ม" เสียงทุ้มต่ำเอื้อnเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มที่อ่านไม่ออก ผมมองรอยยิ้มนั้นสลับกับมือที่ยื่นมา รู้สึกได้ทันทีว่าความสงบสุขที่เคยไขว่คว้ากำลังจะปลิวหายไปในอากาศ ชั่วพริบตานั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นในหัวอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นและจริงจังกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา [คำเตือนระดับอันตราย: บุคคลตรงหน้าคือผู้ที่กุมความลับการตายของอดีตจอมมาร และเขากำลังตรวจสอบตัวตนที่แท้จริงของท่าน] ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับเนโครแมนเซอร์ฝึกหัดในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นเนโครแมนเซอร์ ก็แค่จะใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์แต่ดันมีระบบคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%