"แผนการที่เตรียมไว้สามเดือน... หวังว่าจะไม่พังทลายลงเพราะความตื่นตูมของกองทัพจักรวรรดิเสียก่อนนะครับ"
เสียงกระซิบที่เจือด้วยความเหนื่อยหน่ายหลุดออกมาจากริมฝีปากของเรย์ ชายหนุ่มในชุดคลุมสีดำสนิทปักด้ายเงินลวดลายกะโหลกประดับหกแฉก นัยน์ตาสีเทาเข้มของเขาจับจ้องไปยังเส้นขอบฟ้าอันมืดมิด เบื้องหน้าของเรย์คือทุ่งราบกว้างใหญ่ที่ถูกย้อมจนกลายเป็นสีเลือดด้วยไอนรกจากกองทัพมืดระลอกที่เจ็ด กลิ่นอายความตายและกลิ่นเหม็นเน่าของซากศพโชยมาตามกระแสลมจนทำให้ม้าศึกของกองอัศวินศักดิ์สิทธิ์ด้านหลังส่งเสียงฮือด้วยความหวาดกลัว
ทว่าท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหยุดหายใจนี้ เรย์กลับกำลังใช้มือซ้ายจัดระเบียบปกเสื้อคลุมของตนเองอย่างใจเย็น ราวกับว่ามหาสงครามชี้ชะตาอาณาจักรตรงหน้าเป็นเพียงงานเลี้ยงน้ำชาในยามบ่าย
"ท่านเรย์... ทางปีกซ้ายของแนวป้องกันเริ่มตึงมือแล้วครับ หน่วยเวทมนตร์แนวหลังของพวกเรากำลังจะโดนกองพลอัศวินมืดตีทะลวง!"
เซร่าก้าวเข้ามาประชิดตัวเขาอย่างรวดเร็ว เกราะอัศวินสีเงินยวงของเธอย้อมไปด้วยคราบเลือดสีดำสนิท ใบหน้าอันงดงามที่มักจะเยือกเย็นไร้ความรู้สึกในยามปกติ บัดนี้กลับมีหยาดเหงื่อผุดขึ้นตามไรผม ดวงตาสีฟ้าครามฉายแววร้อนรนอย่างเห็นได้ชัด แม้เธอจะขึ้นชื่อว่าเป็นหัวหน้าหน่วยอัศวินศักดิ์สิทธิ์ผู้ไร้พ่าย แต่การต้องเผชิญหน้ากับกองทัพมืดนับแสนนายภายใต้การนำของแม่ทัพปีศาจระดับสูง ก็เป็นเรื่องเกินกว่าที่กำลังพลมนุษย์จะต้านทานได้ไหว
เรย์เหลือบมองเซร่าเล็กน้อย เขายกมือขึ้นปัดฝุ่นที่ไหล่ของเธออย่างเบามือและเป็นธรรมชาติ จนหญิงสาวชะงักไปชั่วขณะด้วยความประหลาดใจ
"ใจเย็นก่อนสครับเซร่า ความรีบร้อนคือหนทางสู่ความตายที่รวดเร็วที่สุด... คุณก็รู้ว่าผมไม่ชอบทำงานล่วงเวลา" เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่มั่นคง "อีกอย่าง... ผมบอกคุณแล้วไม่ใช่หรือครับ ว่าอย่าเพิ่งส่งกองกำลังแนวหน้าเข้าไปปะทะตรงๆ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ 'แขกรับเชิญ' ของเราดีกว่า"
สิ้นคำพูดของเรย์ พื้นดินเบื้องล่างก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ราวกับแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ เสียงคำรามต่ำๆ ที่สั่นประสาทของสิ่งมีชีวิตนับหมื่นดังขึ้นพร้อมกันจากใต้ผืนดิน ท้องฟ้าที่เคยถูกปกคลุมด้วยเมฆหมอกสีดำสนิทเริ่มถูกแทนที่ด้วยหมอกไอสีเขียวมรกตอันเป็นเอกลักษณ์ของเวทมนตร์เนโครแมนสกี
*ตึง! ตึง! ตึง!*
ร่างของซากศพทหารและอัศวินที่ล้มตายในสนามรบเมื่อหลายร้อยปีก่อน รวมถึงศพของเหล่าทหารมืดที่เพิ่งถูกกำจัดไปเมื่อครู่ ค่อยๆ ดีดตัวลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางที่บิดเบี้ยวแต่น่าสะพรึงกลัว ดวงตากลวงโบ๋ของพวกมันลุกโชนด้วยเปลวเพลิงวิญญาณสีฟ้าจัด กองทัพซอมบี้และโครงกระดูกติดเกราะเวทมนตร์นับหสนชีวิตผุดขึ้นมาจากหลุมศพที่ถูกขุดเตรียมไว้อย่างเป็นระเบียบตามหลักยุทธศาสตร์ที่เรย์ใช้เวลาคำนวณมาทั้งคืน
นี่ไม่ใช่กองทัพซอมบี้ไร้สมองที่เดินเกะกะตามตำราเวทมนตร์ทั่วไป แต่เป็น "กองพลซอมบี้เชิงกลยุทธ์" ที่ผ่านการคัดสรร ตีตราอาคมเสริมความแข็งแกร่ง และจัดระเบียบกองกำลังโดยเนโครแมนเซอร์ผู้ยึดมั่นในความสมบูรณ์แบบ
"นั่นมัน... กองกำลังทหารราบที่สูญหายไปเมื่อสงครามครั้งก่อนไม่ใช่หรือคะ..." เซร่าเบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อสายตา เมื่อเธอเห็นโครงกระดูกระดับสูงสวมเกราะเหล็กกล้าเดินเรียงแถวเข้าประสานงานกับหน่วยเวทมนตร์สนับสนุนอย่างเป็นระเบียบ ราวกับทหารอาชีพที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างยาวนาน "ท่านเรย์... ท่านไปขุดเอาพวกมันขึ้นมาจากสุสานหลวงใต้ดินตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!"
"ผมก็แค่ไปขออนุญาต 'ยืมใช้งาน' จากท่านเจ้าเมืองในยามวิกาลมาน่ะครับ... อย่าทำหน้าตกใจแบบนั้นเลย มันเสียภาพลักษณ์หัวหน้าอัศวินศักดิ์สิทธิ์หมดนะครับ" เรย์ยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ก่อนจะดึงม้วนกระดาษเวทมนตร์สีทองออกมาจากกระเป๋าเสื้อคลุมแล้วกางออกกลางอากาศ
พริบตานั้น ตัวอักษรสีทองอร่ามก็สว่างวาบขึ้นบนท้องฟ้า แผ่ขยายอาณาเขตครอบคลุมสมรภูมิรบรัศมีสิบกิโลเมตร
[ระบบแจ้งเตือน: ตรวจพบการเปิดใช้งานสกิลเฉพาะตัว "ซิมโฟนีแห่งความตาย (Death Symphony)" ระดับ S]
[เงื่อนไขการประสานพลังกับ "อัศวินศักดิ์สิทธิ์เซร่า" สำเร็จ: พลังโจมตีทางเวทมนตร์และความเร็วในการเคลื่อนที่ของกองทัพซอมบี้เพิ่มขึ้น 300%]
[ประกาศจากระบบ: เป้าหมายทำลายกองทัพมืดระลอกแรก (0/100,000) เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ ขอให้ผู้เล่นสนุกกับการทำความสะอาดสนามรบนะครับ]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังขึ้นในหัวไม่ได้ทำให้เรย์รู้สึกตื่นเต้นแม้แต่น้อย เขากลับถอนหายใจออกมาเบาๆ พลางส่ายหัวให้กับความขยันขันแข็งเกินเหตุของระบบที่มักจะหาเรื่องงานเพิ่มให้เขาอยู่เรื่อย
"เอาล่ะครับเซร่า... ได้เวลาโชว์ให้พวกมันเห็นแล้วว่า ระหว่าง 'ความมืดที่ไร้ระเบียบ' กับ 'ความตายที่มีระเบียบวินัย' อย่างไหนมันน่ากลัวกว่ากัน"
เรย์สะบัดมือขวาเบาๆ อากาศรอบตัวพลันบิดเบี้ยว ดาบยาวเคลือบออร่าสีดำสนิทปรากฏขึ้นในมือของเขา ในขณะเดียวกัน เซร่าที่ตั้งสติได้ทันก็กระชับดาบศักดิ์สิทธิ์ในมือแน่น แววลังเลในดวงตาของเธอถูกแทนที่ด้วยความเด็ดเดี่ยว เคมีระหว่างเนโครแมนเซอร์หนุ่มผู้เย็นชาและอัศวินสาวผู้แข็งแกร่งผสานเข้ากันอย่างลงตัวบนแนวรบเบื้องหน้า
การปะทะกันระหว่างกองทัพซอมบี้ของเรย์และกองทัพมืดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง คลื่นกระแทกของเวทมนตร์และเสียงเหล็กกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งหุบเขา เรย์ก้าวเท้าเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ โดยมีกองพลซอมบี้คอยคุ้มกันทุกฝีก้าว ราวกับจอมทัพผู้ยิ่งใหญ่ที่กำลังตรวจแถวทหารในวันพิธีสวนสนาม ทว่าในขณะที่สถานการณ์ทุกอย่างกำลังดำเนินไปตามแผนการอันรัดกุมของเรย์นั้นเอง...
บรรยากาศรอบตัวก็พลันเย็นเยียบลงอย่างฉับพลัน อุณหภูมิลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว กลิ่นอายความมืดที่กดดันยิ่งกว่ากองทัพมืดทั้งกองรวมกันเริ่มแผ่ขยายออกมาจากรอยแยกมิติกลางสนามรบ
*ตึก... ตึก...*
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงดังขึ้นท่ามกลางความโกลาหล และในวินาทีต่อมา กองทัพซอมบี้แนวหน้าแถวแรกของเรย์นับร้อยตัวก็ระเบิดกลายเป็นผุยผงในพริบตา โดยที่ไม่มีแม้แต่ร่องรอยการโจมตี
เรย์หยุดเดินทันที รอยยิ้มสบายๆ บนใบหน้าของเขาเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว ดวงตาสีเทาเข้มหรี่ลงมองตรงไปยังใจกลางรอยแยกมิติที่กำลังฉีกออกกว้าง
"ท่านเรย์... นั่นมันไม่ใช่ปีศาจธรรมดาแน่ๆ ครับ แรงกดดันนี่มัน..." เซร่าก้าวถอยหลังมาครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว มือที่ถือดาบสั่นเทาเล็กน้อย
รอยแยกมิติปริแตกออกเผยให้เห็นร่างเงาสูงใหญ่สวมชุดเกราะสีนิลทมิฬ ดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นจ้องมองมาที่เรย์โดยตรง พร้อมกับเสียงหัวเราะต่ำทุบที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของทุกคนในสมรภูมิ
"เจอตัวแล้ว... เจ้าหนูผู้ควบคุมความตาย"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงข้างเรย์และเซร่ามาจนถึงบทนี้นะครับ
เกิดใหม่เป็นเนโครแมนเซอร์ ก็แค่จะใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์แต่ดันมีระบบคลั่งรัก•ตอนที่ 24
มหาศึกชี้ชะตาอาณาจักร
ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นเนโครแมนเซอร์ ก็แค่จะใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์แต่ดันมีระบบคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!