เกิดใหม่เป็นเนโครแมนเซอร์ ก็แค่จะใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์แต่ดันมีระบบคลั่งรัก•ตอนที่ 6

ก้าวแรกสู่มหานครแห่งเวทมนตร์

ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
“ถ้าท่านยังดึงดันจะใช้เส้นทางนี้ตรวจสอบเอกสารประจำตัวอีกคน เกรงว่าข้าคงต้องบันทึกประวัติของท่านไว้ในฐานะบุคคลต้องสงสัยที่มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อความมั่นคงของมหานครคาร์เนลเลียแล้วนะครับ เจ้าหน้าที่ผู้ทรงเกียรติ” น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่นุ่มนวลทว่าเฉียบคมดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศอึมครึมของจุดตรวจคนเข้าเมืองประจำประตูทิศตะวันตก เรย์ในชุดคลุมสีเทาเข้มเนื้อดี ปลายชายผ้าปักด้วยด้ายเวทมนตร์สีเงินจางๆ เพื่อป้องกันฝุ่นละอองและคราบสกปรก ยืนประสานมือไว้อย่างสำรวม ดวงตาสสีนิลภายใต้ปีกหมวกปานามาทอดมองข้าราชการวัยกลางคนผู้กำลังเหงื่อแตกพลั่กอยู่หลังโต๊ะไม้โอ๊กหนาเตอะ เบื้องหลังของเรย์ เซร่า อดีตหัวหน้าหน่วยอัศวินศักดิ์สิทธิ์ผู้ถูกพันธะสัญญาแห่งระบบบังคับให้กลายมาเป็นผู้ติดตามกึ่งจำเป็น ยืนกอดอกพิงเสาหินอ่อนด้วยท่าทีเย็นชา แว่นตากรอบทองที่เธอสวมไว้เพื่ออำพรางตัวสะท้อนแสงไฟจากตะเกียงเวทมนตร์วับวาว ข่มขวัญทหารยامที่ยืนถือหอกยาวรอบบริเวณให้ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ปัญหาส่วนใหญ่ของคนย้ายถิ่นฐานมักหนีไม่พ้นเรื่องเอกสาร แต่สำหรับเรย์ อดีตผู้จัดการฝ่ายวางแผนกลยุทธ์ผู้ผ่านการเจรจากับลูกค้าเคี่ยวลากมานับร้อยโปรเจกต์ การรับมือกับข้าราชการท้องถิ่นที่ติดกับดักระเบียบปฏิบัติโบราณ ไม่ใช่เรื่องเกินรับมือเลยแม้แต่น้อย “ตะ... แต่ว่าตราประทับจากเมืองชายแดนของท่าน มันเป็นรูปแบบเก่าที่ยกเลิกไปตั้งแต่สามปีก่อนแล้วนะ” เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวพยายามละล่ำละลักแก้ตัว มือที่ถือตราประทับโลหะสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อเหลือบไปเห็นสายตาคมกริบราวกับมองทะลุจิตใจของชายหนุ่มตรงหน้า “นั่นเป็นเพราะข้าเลือกที่จะปลีกวิเวกไปศึกษาค้นคว้าตำราโบราณในเขตแดนรกร้างห่างไกลไงครับ” เรย์ระบายยิ้มบางๆ บนมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เป็นมิตร ทว่ากลับแฝงความกดดันมหาศาลชนิดที่ทำเอาอีกฝ่ายรู้สึกราวกับมีหินผากดทับอยู่บนอก “อีกอย่าง หากท่านตรวจสอบตราประทับเวทมนตร์ระดับสามที่สลักไว้มุมล่างซ้ายของใบรับรองอย่างละเอียดอีกสักนิด ท่านก็จะพบว่า มันได้รับการอนุมัติโดยตรงจากสำนักอภิบาลเวทมนตร์หลวงแห่งนครหลวงแห่งนี้... หรือว่าท่านกำลังจะบอกว่า กฎระเบียบของสำนักอภิบาลฯ ล้าสมัยกว่าดุลพินิจส่วนตัวของท่านกันแน่ครับ?” ประโยคคำถามสุดท้ายถูกส่งออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มันเพียงพอที่จะทำให้เจ้าหน้าที่คนนั้นรีบคว้าตราประทับมากระแทกลงบนกระดาษแผ่นสุดท้ายเสียงดัง *ปึ้ง!* อย่างลนลาน “ม... 100 กิลด์! ค่าธรรมเนียมผ่านทางและลงทะเบียนแรกเข้า เชิญครับ!” “ขอบพระคุณในความกรุณาและการปฏิบัติหน้าที่อย่างแข็งขันนะครับ” เรย์หยิบเอกสารที่ได้รับการอนุมัติเรียบร้อยขึ้นมาเก็บใส่กระเป๋าหนังอย่างเป็นระเบียบ ก่อนจะผายมือโค้งศีรษะให้เล็กน้อยตามธรรมเนียมสุภาพบุรุษ แล้วเดินนำหน้าเซร่าทะลุผ่านประตูเหล็กกล้าเข้าสู่เขตมหานครแห่งเวทมนตร์ได้อย่างราบรื่น ทันทีที่พ้นจากสายตาของผู้คนหนาแน่นบริเวณด่านตรวจ กลิ่นอายของความเจริญและพลังงานเวทมนตร์อันหนาแน่นก็พวยพุ่งเข้าปะทะประสาทสัมผัส มหานครคาร์เนลเลียไม่ได้เป็นเพียงแค่เมืองหลวงของอาณาจักร แต่ที่นี่คือศูนย์รวมของสถาบันเวทมนตร์อันดับหนึ่ง อาคารบ้านเรือนถูกสร้างขึ้นด้วยหินแกรนิตสีขาวผสมผสานกับโครงสร้างเหล็กไหลที่ขับเคลื่อนด้วยแก่นพลังงานมานารุ่นใหม่ ท้องถนนปูด้วยอิฐเวทมนตร์ที่เรืองแสงอ่อนๆ ยามโพล้เพล้ รถลากไร้เทียมทานที่ขับเคลื่อนด้วยกลไกเวทแล่นผ่านไปมาบนถนนกว้างขวาง เสียงพูดคุยจอแจของผู้คนหลากหลายเผ่าพันธุ์ทั้งเอลฟ์, คนแคระ, และมนุษย์ สะท้อนถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรม “เจ้าใช้จิตวิทยาตีกรอบคำพูดจนเจ้าหน้าที่คนนั้นไม่กล้าแม้แต่จะตรวจกระเป๋าเดินทางที่มีซากโครงกระดูกวิญญาณระดับสูงซุกซ่อนอยู่... เจ้ามนุษย์ เจ้าชักจะมีเล่ห์เหลี่ยมแพรพราวขึ้นทุกทีแล้วนะ” เสียงกระซิบเย็นชาของเซร่าดังขึ้นข้างกาย ขณะที่เธอยังคงก้าวเดินด้วยฝีเท้าสม่ำเสมอราวกับนางพญา “เขาเรียกว่าการบริหารจัดการความเสี่ยงด้วยการสื่อสารเชิงรุกต่างหากครับ คุณเซร่า” เรย์ตอบกลับโดยไม่หันไปมอง รอยยิ้มจางๆ ยังคงประดับอยู่บนใบหน้า “ถ้าเรามัวแต่เสียเวลาให้กับการตรวจค้นที่ไม่มีที่สิ้นสุด แผนการที่เราจะไปยื่นเรื่องสมัครเข้าเป็นศาสตราจารย์พิเศษหรือผู้ช่วยวิจัยในสถาบันเวทมนตร์หลวงก่อนเที่ยงวันนี้คงต้องพังไม่เป็นท่าแน่ๆ ครับ” “เป้าหมายของเราคือการแฝงตัวเข้าไปสืบเรื่อง 'รอยแยกแห่งความมืด' ในสถาบัน ไม่ใช่การไปสมัครงานเพื่อสร้างโปรไฟล์ประดับเรซูเม่เล่นหรอกนะ” อัศวินสาวท้วงติงด้วยน้ำเสียงติดจะหงุดหงิดเล็กน้อย “การมีสถานะที่มั่นคงในสังคมระดับสูงของเมืองหลวงต่างหากครับ คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดในการทำภารกิจลับ ลองคิดดูสิครับ ถ้าเราเป็นแค่นักเวทเร่ร่อนธรรมดา เราคงโดนตรวจสอบที่มาที่ไปทุกสามก้าว แต่ถ้าเราเป็นบุคลากรทรงคุณวุฒิของสถาบันเวทมนตร์หลวง ใครหน้าไหนจะกล้ามาขุดคุ้ยประวัติของพวกเราเบื้องหลังกันล่ะครับ?” เรย์หยุดเดินเมื่อมาถึงเบื้องหน้าทางเข้าหลักของ 'สถาบันเวทมนตร์คาร์เนลเลีย' สถาปัตยกรรมตรงหน้ายิ่งใหญ่ตระการตากว่าที่เห็นในภาพวาดในตำราเรียนลิบลับ หอคอยสูงเสียดฟ้าสามหอคอยตั้งตระหง่านเป็นรูปสามเหลี่ยม ล้อมรอบด้วยสนามหญ้ากว้างใหญ่ที่เหล่านักเรียนในชุดเครื่องแบบสีน้ำเงินเข้มกำลังเดินถือตำราเล่มหนาพูดคุยกันอย่างคึกคัก ป้ายหินอ่อนแกะสลักลวดลายวิจิตรบรรจงระบุข้อความไว้อย่างชัดเจน: *'ปัญญาคือแสงสว่าง ความมืดคือบททดสอบ'* [ติ๊ง! ระบบตรวจพบสถานที่เป้าหมายหลัก: สถาบันเวทมนตร์หลวงคาร์เนลเลีย] [ปลดล็อกภารกิจเสริมระดับ S: "เงาแห่งปราชญ์ผู้ล่วงลับ"] [รายละเอียดภารกิจ: สมัครเข้าเป็นบุคลากรหรือผู้ช่วยวิจัยในภาควิชาศาสตร์มืดและเนโครแมนซีภายในวันนี้ พร้อมผ่านการทดสอบประเมินระดับมานาเบื้องต้นโดยไม่ใช้เวทมนตร์สายโจมตีตรงๆ] [รางวัลความสำเร็จ: แต้มแต้มสะสมความหลงใหล 1,000 แต้ม, สิทธิ์เข้าถึงหอสมุดต้องห้ามชั้นที่ 4, และ 'เนตรวิเคราะห์วิญญาณขั้นสูง'] [บทลงโทษหากล้มเหลว: เซร่าจะถูกบังคับให้สวมชุดเมดบันเทิงวิญญาณเดินรอบลานกว้างหน้าสถาบันเป็นเวลา 3 ชั่วโมงเต็ม] เรย์เหลือบมองหน้าต่างสีฟ้าที่เด้งขึ้นมากลางอากาศชั่วพริบตา มุมปากของชายหนุ่มกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างรู้ทันนิสัยของระบบที่ชอบหาเรื่องให้เขาต้องโชว์เหนืออยู่เรื่อย *บทลงโทษนี่มันชักจะล้ำเส้นความเป็นส่วนตัวและศักดิ์ศรีของอัศวินศักดิ์สิทธิ์เข้าไปทุกทีแล้วนะครับ ระบบเจ้าประואה...* เรย์หันไปมองเซร่าที่กำลังยืนมองตึกทรงโกธิคตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย โดยไม่รู้เลยว่าชะตากรรมของเธอ (และภาพลักษณ์อันน่าเกรงขามในอดีต) กำลังแขวนอยู่บนเส้นด้ายของการทดสอบที่เขากำลังจะเผชิญในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า “มีอะไรทำไมจู่ๆ เจ้าถึงมองข้าด้วยสายตาแบบนั้นล่ะ เรย์?” เซร่าขมวดคิ้วมุ่นด้วยความระแวง เมื่อสังเกตเห็นประกายระยิบระยับบางอย่างในดวงตาสีณิลของชายหนุ่ม “เปล่าหรอกครับ แค่คิดว่า... วันนี้คุณเซร่าคงต้องช่วยผม 'แสดงละคร' บทใหญ่อีกสักรอบเสียแล้วล่ะครับ เพื่อความอยู่รอดของพวกเราเองนะ” เรย์กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนอบอุ่น ก่อนจะก้าวเท้ายาวๆ ผ่านประตูรั้วเหล็กดัดของสถาบันเข้าไปอย่างมั่นใจ โดยมีอัศวินสาวผู้ยังคงงงงวยเดินตามหลังมาติดๆ ทว่า... ก้าวแรกที่พวกเขาสัมผัสกับเขตอาคมป้องกันของสถาบัน เสียงกระดิ่งเวทมนตร์โบราณที่ติดตั้งไว้บนยอดหอคอยสูงสุดก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นมาโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย! *ก๊องงงงงงงงงงงงง—!* คลื่นพลังงานมานาสีม่วงเข้มพวยพุ่งทะลักขึ้นมาจากใต้พื้นดินรอบตัวเรย์และเซร่าในทันที แรงกดดันระดับมหาศาลบีบอัดบรรยากาศรอบข้างจนเหล่านักเรียนและอาจารย์ที่เดินอยู่แถวนั้นต้องสะดุ้งสุดตัวและหันมามองเป็นตาเดียว เบื้องหน้าของพวกเขา ประตูไม้สักทองบานใหญ่ของอาคารอำนวยการค่อยๆ เปิดอ้าออกช้าๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างเงาร่างหนึ่งในชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งซีกถูกบดบังด้วยหน้ากากเงินลายกางเขนกลับหัว ดวงตาสสีแดงฉานจ้องมองทะลุผ่านความมืดตรงมาที่เรย์ด้วยจิตสังหารอันเยือกเย็น “น่าสนใจจริงๆ... ไม่คิดเลยว่าจะมี ‘เนโครแมนเซอร์สายเลือดแท้’ กล้าเดินดุ่มๆ เข้ามาเหยียบถิ่นของพวกเราถึงที่นี่ด้วยความมั่นใจเช่นนี้” เสียงแหบพร่าราวกับมาจากขุมนรกดังขึ้นก้องกังวานในโสตประสาทของคนทั้งคู่ “เจ้าหนุ่ม... เจ้าเป็นใครกันแน่ และใครเป็นคนส่งเจ้ามาสอดแนมภาควิชาของเรากันแน่!” บรรยากาศรอบตัวหยุดชะงักลงในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เรย์หรี่ตาลงเล็กน้อย วิเคราะห์สถานการณ์ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว—นี่ไม่ใช่การทดสอบของระบบ แต่เป็น ‘การต้อนรับ’ จากเจ้าถิ่นที่รู้ตัวตนของเขาตั้งแต่อยู่ poza ประตูเมืองแล้ว! ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ ที่นี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นเนโครแมนเซอร์ ก็แค่จะใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์แต่ดันมีระบบคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%