"ถ้าความรู้ในตำราเวทระดับสูงของพวกท่าน มีค่าแค่การเอามาใช้ยกหางตัวเองในห้องประชุมสี่เหลี่ยมนี้ล่ะก็... เกรงว่ากระดาษแผ่นนั้นเอาไปรองกรงสัตว์อสูรยังจะมีประโยชน์เสียกว่านะครับ"
เสียงทุ้มต่ำแต่ราบเรียบของเรย์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันชนิดที่เรียกว่าเข็มตกสักเล่มคงได้ยินชัดเจน รอยยิ้มบางเบาที่ประดับอยู่บนใบหน้าของชายหนุ่มไม่ได้มีความเย่อหยิ่งเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย แต่มันคือรอยยิ้มของความเหนื่อยหน่าย—ความเหนื่อยหน่ายที่แท้จริงของผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง ซึ่งแค่อยากจะหาเครื่องดื่มอุ่นๆ สักแก้วจิบในสวนหลังบ้านหลังเลิกงาน แต่กลับต้องมาเสียเวลาฟังพวกอีโก้สูงส่งในชมรมเวทมนตร์ชั้นสูงเปิดฉากอภิปรายโจมตีเขาอย่างไร้เหตุผล
โต๊ะไม้มะฮอกกานีขัดเงาวับสะท้อนแสงไฟจากโคมระย้าคริสตัล บรรยากาศภายในห้องประชุมใหญ่ของชมรมวิจัยเวทมนตร์โบราณตอนนี้ตึงเครียดจนแทบจะใช้มีดกรีดออกเป็นชิ้นๆ ได้
"นายว่ายังไงนะ, เรย์!" เสียงตบโต๊ะดังสนั่น พร้อมกับร่างของ 'จูเลียน' ประธานชมรมผู้ถือครองฉายาอัจฉริยะแห่งปีสาม ที่ผุดลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าแดงก่ำ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนจนน่ากลัว ดวงตาคู่คมจ้องมองมายังเรย์ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "พวกเรากำลังถกเถียงกันถึงทฤษฎีการชำระล้างไอความมืดระดับหายนะ ซึ่งเป็นงานวิจัยที่ต้องใช้ความแม่นยำระดับปรมาจารย์ แต่นายกลับบอกว่าวิธีแก้ปัญหาของพวกเรามันไร้สาระอย่างนั้นเหรอ!"
เรย์ถอนหายใจออกมาเบาๆ เขาไม่ได้สะดุ้งสะเทือนกับเสียงคำรามนั้นแม้แต่น้อย ชายหนุ่มยกถ้วยชาขึ้นจิบช้าๆ ลิ้มรสความหอมกรุ่นของชาสมุนไพรที่เซร่าเป็นคนชงใส่กระติกเก็บความร้อนให้ก่อนเขาเดินเข้าห้องประชุม ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะอย่างนุ่มนวล
"ผมไม่ได้บอกว่ามันไร้สาระทั้งหมดหรอกครับท่านประธาน... เพียงแต่มัน 'ล้าสมัย' ต่างหาก" เรย์เงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายตรงๆ แววตาสีเข้มฉายแวววิเคราะห์อย่างเฉียบคม "ทฤษฎีวงแหวนเวทหกชั้นที่พวกคุณกำลังภาคภูมิใจนักหนา ว่าสามารถกักเก็บและสลายพลังวิญญาณอาฆาตได้ถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์น่ะ มันเป็นตำราตั้งแต่ยุคสงครามมืดเมื่อสามร้อยปีที่แล้วใช่ไหมครับ?"
จูเลียนชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากะพริบปริบๆ ด้วยความประหลาดใจที่อีกฝ่ายรู้ลึกถึงรากเหง้าของทฤษฎีนั้น แต่ก็ยังเชิดหน้าขึ้นเถียงต่อด้วยความหยิ่งทะนง "แล้วมันทำไมล่ะ? นั่นคือโครงสร้างเวทที่มั่นคงที่สุดเท่าที่มนุษยชาติเคยคิดค้นขึ้นมา! ต่อให้เป็นพวกเนโครแมนเซอร์นอกรีตก็ไม่มีทางเจาะทะลวงผ่านมันได้หรอก!"
"นั่นแหละครับคือปัญหา" เรย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือซ้ายสอดไว้ในกระเป๋ากางเกงอย่างผ่อนคลาย ขณะที่มือขวาเคาะนิ้วเบาๆ บนโต๊ะเป็นจังหวะ "โลกมันหมุนไปข้างหน้าแล้วครับท่านประธาน โครงสร้างเวทที่มั่นคงในอดีต พอเอามาเจอไอความมืดที่มีอัตราการเน่าสลายตัวเร่งความเร็วแบบในปัจจุบัน มันจะเกิดปฏิกิริยา 'สะท้อนกลับย้อนศร' หรือที่เรียกว่า Backlash... ถ้าจำไม่ผิด อีกประมาณสิบห้านาทีข้างหน้า ถ้าพวกคุณยังดันทุรังจะใช้คาถานี้จำลองสถานการณ์จริงในภาคสนามล่ะก็ ห้องทดลองทิศเหนือของชมรมคงได้ระเบิดกลายเป็นโกโก้ครั้นช์สมใจอยากแน่นอนครับ"
สิ้นคำพูดนั้น เสียงซุบซิบก็ดังอื้ออึงขึ้นทันทีรอบห้องประชุม บรรดาสมาชิกชมรมที่นั่งฟังอยู่เริ่มหันไปมองหน้ากันด้วยความตื่นตระหนก หลายคนจำได้ว่าศาสตราจารย์เคยเตือนเรื่องปฏิกิริยา Backlash นี้มาบ้างแล้ว แต่ไม่มีใครคาดคิดว่ามันจะรุนแรงถึงขั้นทำให้ห้องทดลองระเบิดได้
"เหลวไหลสิ้นดี!" รองประธานสาวผมบลอนด์ผู้ดูแลฝ่ายงบประมาณกรีดเสียงแหลมขึ้น เธอเป็นหนึ่งในคนที่ร่วมร่างโปรเจกต์นี้และหวังจะใช้มันสร้างชื่อเสียง "นายเป็นแค่สมาชิกหน้าใหม่สายสนับสนุนเวทกึ่งเนโครแมนซี่ มีสิทธิ์อะไรมาดูถูกผลงานวิจัยแรมปีของพวกเรา! นายมีหลักฐานอะไรมาพิสูจน์ หรือว่าแค่อิจฉาที่พวกเรากำลังจะได้งบประมาณสนับสนุนก้อนใหญ่จากสภาอัศวินกันแน่!"
เรย์มองผู้หญิงตรงหน้าด้วยสายตาเรียบเฉย เขาไม่ได้รู้สึกโกรธเคืองแม้แต่น้อย ความจริงแล้ว เขารู้สึกขบขันเสียด้วยซ้ำที่มนุษย์เรามักจะเอาอีโก้เป็นเกราะป้องกันความโง่เขลาของตัวเองเสมอ
"หลักฐานเหรอครับ?" เรย์ปรายตามองเอกสารงบประมาณที่วางอยู่ตรงหน้าเธอ "งบประมาณสามแสนเหรียญทองที่พวกคุณขอไปเพื่อซื้อผลึกมานาบริสุทธิ์เกรด A สำหรับทำวงแหวนเวทหกชั้น... ถ้าเปลี่ยนมาใช้ 'ผลึกแร่หินภูเขาไฟผสมผงกระดูกวิญญาณระดับต่ำ' ในสัดส่วนแปดต่อสอง ตามสมการการดูดซับที่ผมเพิ่งทดลองคำนวณเมื่อคืนนี้..."
เรย์ดีดนิ้วเบาๆ หนึ่งครั้ง
*แป๊ก*
ทันใดนั้น หน้าต่างกระจกใสของห้องประชุมก็สะท้อนภาพโฮโลแกรมสีฟ้าอ่อนที่ถูกฉายออกมาจากแหวนเวทที่เรย์สวมอยู่ มันคือแผนผังโครงสร้างเวทจำลองแบบสามมิติ ที่แสดงผลการทดลองเปรียบเทียบระหว่าง "ทฤษฎีเดิมของชมรม" กับ "สมการปรับปรุงใหม่ของเรย์" อย่างละเอียดทุกซอกทุกมุม ตัวเลขและสมการนับพันบรรทัดวิ่งผ่านไปอย่างรวดเรวด้วยความเร็วสูง ก่อนจะหยุดนิ่งที่ผลลัพธ์สุดท้าย
[อัตราความสำเร็จในการชำระล้าง: ทฤษฎีเดิม (64.2%) vs สมการปรับปรุงใหม่ (98.7%)]
[ต้นทุนการผลิต: ทฤษฎีเดิม (300,000 เหรียญทอง) vs สมการปรับปรุงใหม่ (12,500 เหรียญทอง)]
ห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบงันยิ่งกว่าเดิม เงียบจนแม้แต่เสียงลมหายใจก็ยังฟังดูดังเกินไป
ตัวเลขส่วนต่างเกือบยี่สิบสี่เท่าตัวกับต้นทุนที่ลดลงอย่างมหาศาล พร้อมทั้งอัตราความสำเร็จที่พุ่งสูงจนน่าตกใจ มันไม่ใช่แค่การแก้ปัญหา แต่มันคือการ "ตบหน้า" ผลงานวิจัยแรมปีของชมรมด้วยตรรกะและข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เวทมนตร์ที่เหนือกว่าแบบเทียบกันไม่ได้
จูเลียนอ้าปากค้าง ใบหน้าที่เคยแดงก่ำตอนนี้ซีดเผือดลงจนกลายเป็นสีตองอ่อน มือที่เกาะขอบโต๊ะอยู่สั่นเทาเล็กน้อย เขารู้ทันทีว่าถ้าสมการนี้เป็นจริง งานวิจัยที่เขาอวดอ้างมาตลอดสามปีมีค่าเท่ากับศูนย์ และตัวเขาเองก็จะกลายเป็นตัวตลกในสายตาของสภาอัศวินทันที
"เป็นไปไม่ได้... นาย... นายทำแบบนี้ได้ยังไง? นี่มันระดับโครงสร้างเวทของราชสำนักเลยนะ!" จูเลียนเค้นเสียงลอดไรฟันออกมาด้วยความคับแค้นใจ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
เรย์ระบายยิ้มจางๆ ที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มแบบสุภาพบุรุษผู้เพียบพร้อม แต่แฝงไปด้วยความเฉียบคมที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"ก็แค่ใช้สมองคิดวิเคราะห์ตามหลักเหตุและผลนิดหน่อยเองครับท่านประธาน..." เรย์เก็บเอกสารของตัวเองเข้าแฟ้มอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ก่อนจะกวาดสายตามองทุกคนในห้องประชุมด้วยท่าทีสบายๆ "อีกอย่างนะครับ... เวลาทำงานวิจัย อย่าเอาแต่อวดอ้างชื่อเสียงของสถาบันหรือเกียรติยศจอมปลอมมาข่มคนอื่นเลยครับ เพราะสุดท้ายแล้ว เวทมนตร์มันไม่ได้ตัดสินกันที่ใครเสียงดังกว่า แต่มันตัดสินกันที่ว่า 'ใครรอดชีวิตจากสนามจริง' ต่างหากล่ะครับ"
เรย์โค้งศีรษะให้เล็กน้อยตามมารยาทอันดีงาม ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องประชุมไปอย่างไม่ลังเล ทิ้งให้เหล่าสมาชิกชมรมเวทมนตร์ยืนแข็งเป็นหินอยู่เบื้องหลังท่ามกลางความอับอายที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหน้า
ในขณะเดียวกัน ที่มุมมืดบริเวณทางเดินยาวนอกห้องประชุม เซร่าที่ยืนกอดอกพิงกำแพงรออยู่ พลางยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อยอย่างนึกสนุก ดวงตาสีฟ้าครามประกายแสงวาววับขณะมองตามร่างของชายหนุ่มที่เดินตรงมาหาเธอ
"เทศนาได้เจ็บแสบดีนี่ครับ คุณเนโครแมนเซอร์..." อัศวินสาวเอ่ยแซะด้วยน้ำเสียงราบเรียบติดตลกเล็กน้อย "แต่ระวังตัวไว้หน่อยเถอะค่ะ... การไปหักหน้าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของมหาเสนาบดีแบบนั้น ดูท่าทางงานสโลว์ไลฟ์ในฝันของคุณคงต้องถูกเลื่อนออกไปอีกยาวแน่ๆ"
เรย์เดินเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าเธอ ถอนหายใจยาวเหยียดอย่างปลงตกก่อนจะส่ายหัวเบาๆ
"นั่นสินะครับ... ผมก็แค่หวังว่าพวกเขาจะเลิกมายุ่งกับผมสักที" เรย์พูดด้วยน้ำเสียงปลงๆ แต่ทว่า ในวินาทีนั้นเอง...
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนอันเป็นเอกลักษณ์ของระบบที่เขาคุ้นเคยจนเริ่มรู้สึกสยองขวัญ ก็ดังขึ้นก้องอยู่ในโสตประสาทอย่างกะทันหัน พร้อมกับแสงสีทองอร่ามที่สว่างวาบขึ้นตรงหน้า
[แจ้งเตือนระบบ: ภารกิจลับระดับ SSS - "ประกาศศักดาแห่งราชันย์เนโครแมนเซอร์" ถูกกระตุ้นโดยอัตโนมัติ!]
[เงื่อนไข: เนื่องจากการกระทำของท่านสร้างความสะเทือนเลื่อนลั่นแก่สถาบันเวทมนตร์ ระบบจึงบังคับให้ท่านต้องรับตำแหน่ง "ที่ปรึกษาพิเศษประจำสภาอัศวินศักดิ์สิทธิ์" ภายใน 24 ชั่วโมง มิฉะนั้น...]
ทว่า ระบบยังไม่ทันได้แสดงผลบทลงโทษ ตัวอักษรสีแดงฉานก็ปรากฏขึ้นทับซ้อนหน้าจอเดิม พร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่แผ่พุ่งมาจากปลายทางเดินมืดทึบเบื้องหน้า
[คำเตือนฉุกเฉิน: ตรวจพบการเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตระดับหายนะ "เงาแห่งอดีตกาล" กำลังมุ่งตรงมายังจุดที่ท่านยืนอยู่ และเป้าหมายของมันคือ... การชิงตัวผู้ติดตามของท่าน!]
ดวงตาสีเข้มของเรย์หรี่แคบลงทันที รอยยิ้มสุภาพบนใบหน้าเลือนหายไปในพริบตา เมื่อร่างเงาดำทมิฬขนาดมหึมาค่อยๆ ก้าวพ้นความมืดออกมา พร้อมกับเสียงคำรามก้องที่สั่นสะเทือนไปทั้งตึกวิจัย!
...แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
*(ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด" มาโดยตลอดนะครับ!)*
เกิดใหม่เป็นเนโครแมนเซอร์ ก็แค่จะใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์แต่ดันมีระบบคลั่งรัก•ตอนที่ 10
การตบหน้าพวกปากดีในชมรม
ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นเนโครแมนเซอร์ ก็แค่จะใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์แต่ดันมีระบบคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!