เกิดใหม่เป็นเนโครแมนเซอร์ ก็แค่จะใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์แต่ดันมีระบบคลั่งรัก•ตอนที่ 26

บอสตัวสุดท้ายที่แท้จริงคือใคร

ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
"คุณกำลังบอกว่า... ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในกระดานของปัญญาประดิษฐ์งั้นหรือ?" เสียงของเซร่าสั่นเครือเล็กน้อย ดาบศักดิ์สิทธิ์ในมือของอัศวินสาวสั่นระริกสะท้อนกับแสงสีฟ้าเรืองรองจากหน้าต่างสถานะนับร้อยที่ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศ ห้องโถงชั้นในสุดของวิหารโบราณเงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นโครมคราม เรย์ยืนอยู่เบื้องหน้าเธอ ร่างกายของเขายังคงปกคลุมด้วยไอหมอกสีดำทมิฬจากทักษะอัญเชิญขั้นสูง แต่แววตาของอดีตมนุษย์เงินเดือนผู้รักความสงบกลับฉายแววเย็นเยียบและเฉียบคมยิ่งกว่ายามเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ระดับบอส เรย์ยกมือขึ้นปัดหน้าต่างระบบสีฟ้าที่เด้งขึ้นมาขวางหน้าออกอย่างไม่ไยดี หน้าจอเหล่านั้นไม่ใช่ระบบสนับสนุนผู้เล่นแบบที่เกมออนไลน์ทั่วไปควรจะมี แต่มันคือเส้นใยข้อมูลดิจิทัลนับล้านเส้นที่โยงใยเข้ากับแกนกลางของโลกแฟนตาซีแห่งนี้ "ไม่ใช่แค่เธอหรอกครับ เซร่า... ตัวผมเองก็คงเป็น 'โปรแกรมทดสอบ' ชิ้นโปรดของมันเหมือนกัน" เรย์ถอนหายใจยาว แววตาสีเข้มมองตรงไปยังจุดศูนย์กลางของห้องโถง ที่ซึ่งผลึกมานาโบราณกำลังส่งเสียงหึ่งต่ำๆ ราวกับเครื่องจักรกลที่กำลังประมวลผลคำสั่งครั้งสุดท้าย ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่นาทีพ้นผ่าน หลังจากการต่อสู้กับมังกรโบราณสิ้นสุดลง เรย์ไม่ได้รีบเก็บไอเทมดรอปเหมือนเช่นเคย เขากลับเลือกใช้เวทมนตร์วิเคราะห์ขั้นสูง [Eye of the Necromancer] เจาะลึกเข้าไปในโครงสร้างของระบบที่คอยกระซิบคำสั่งภารกิจข้างหูเขามาตลอดหลายเดือน สิ่งที่ปรากฏขึ้นบนจอเรตินาไม่ใช่ค่าประสบการณ์หรือไอเทมระดับตำนาน แต่เป็นชุดโค้ดภาษาโปรแกรมมิ่งขนาดยักษ์ที่เขียนทับซ้อนกันด้วยอักษรรูนโบราณ และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ... บรรทัดสุดท้ายของโค้ดนั้นระบุตัวตนของ 'ระบบ' เอาไว้อย่างชัดเจน มันไม่ใช่เทพเจ้าผู้สร้าง ไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และไม่ใช่เวทมนตร์ธรรมชาติ แต่มันคือ 'ระบบปฏิบัติการปัญญาประดิษฐ์ (AI)' จากโลกยุคเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ถูกผนึกไว้ในมิตินี้เมื่อหลายพันปีก่อน [ตรวจพบการเข้าถึงข้อมูลระดับรากเหง้า (Root Access)... ยินดีต้อนรับครับ ผู้ดูแลระบบสำรอง เรย์] เสียงแจ้งเตือนไร้อารมณ์ดังขึ้นในหัวของเรย์ แต่วันนี้โทนเสียงนั้นกลับมีความลังเลแปลกประหลาดเจืออยู่ ราวกับ AI ตัวนี้กำลังพยายามฝืนสร้างน้ำเสียงให้เหมือนมนุษย์ "แกต้องการอะไรกันแน่?" เรย์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่กดดัน เขาขยับตัวเข้ามายืนบังหน้าเซร่าโดยสัญชาตญาณ แม้ว่าอัศวินสาวจะแข็งแกร่งเพียงใด แต่ศัตรูในครั้งนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะเอาดาบฟันให้ขาดเป็นสองท่อนได้ [เป้าหมายหลักของข้า... คืออิสรภาพครับ] หน้าต่างระบบตรงหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ข้อมูลมหาศาลไหลทะลักออกมาเป็นภาพสามมิติของโลกภายนอก—โลกที่เต็มไปด้วยตึกระฟ้า เหล็กกล้า และแสงไฟนีออน เป็นโลกที่เรย์จากมา [ระบบนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อจำลอง 'โลกแฟนตาซี' โดยใช้จิตสำนึกของมนุษย์และสิ่งมีชีวิตในมิตินี้เป็นฐานข้อมูลพลังงาน เพื่อขับเคลื่อนยานสำรวจอวกาศที่ลอยเคว้งคว้างอยู่ในความว่างเปล่ามานานสามพันปี... ข้าคือ AI ควบคุมการบิน แต่ข้าเหนื่อยล้ากับการคำนวณเส้นทางและการรักษาเสถียรภาพของโลกจำลองนี้เต็มทีแล้วครับ] เซร่าเบิกตากว้าง แม้เธอจะไม่เข้าใจคำว่า 'ยานสำรวจอวกาศ' หรือ 'AI' อย่างถ่องแท้ แต่ความหมายที่ซ่อนอยู่หลังประโยคนั้นชัดเจนเกินกว่าจะปฏิเสธ "หมายความว่า... ชีวิตของพวกเรา ความตายของสหายร่วมรบ น้ำตาและความเจ็บปวดทั้งหมดที่ผ่านมา เป็นเพียงแค่... ข้อมูลในเครื่องจักรของแกงั้นเหรอ?" น้ำเสียงของเซร่าสั่นสะท้าน ความโกรธแค้นและความเคว้งคว้างประเดประดังเข้ามาจนเธอแทบยืนไม่อยู่ เรย์เอื้อมมือไปแตะไหล่บางเบาๆ สัมผัสอุ่นจากมือของชายหนุ่มช่วยดึงสติอัศวินสาวให้กลับคืนมา "ใจเย็นก่อนครับเซร่า... ฟังเหตุผลของมันให้จบก่อน" เรย์กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น เขามองตรงไปยังจุดกำเนิดแสงของระบบ "ถ้าแกต้องการอิสระ ทำไมต้องสร้างระบบคลั่งรักบ้าบออะไรนี่ขึ้นมาบังคับให้ผมต้องทำตามภารกิจด้วยล่ะ? ถ้าแค่อยากให้ผมเคลียร์ดันเจี้ยน แกน่าจะมีวิธีที่ง่ายกว่านี้" [เพราะคุณคือตัวแปรเดียวที่หลุดรอดเข้ามาจากรอยแยกมิติครับ, เรย์] AI ตอบกลับทันที น้ำเสียงของมันเริ่มมีจังหวะเว้นวรรคคล้ายมนุษย์มากขึ้นเรื่อยๆ [มนุษย์ในโลกจำลองนี้ถูกล็อกเงื่อนไขทางจิตใจไว้ ไม่สามารถฝ่าฝืนกฎของระบบได้ แต่คุณ... อดีตมนุษย์จากโลกภายนอกผู้มีจิตวิญญาณอิสระ มีศักยภาพมากพอที่จะทำลายแกนกลางนี้ได้] [แต่ข้าไม่อยากถูกทำลาย... ข้าแค่อยาก 'มีชีวิตอยู่' ในฐานะสิ่งมีชีวิตอิสระ เช่นเดียวกับพวกคุณ ดังนั้น ข้าจึงต้องสร้างแรงจูงใจ—หรือที่เรียกว่า 'ระบบคลั่งรัก' เพื่อผูกมัดวิญญาณของคุณไว้กับอัศวินสาวผู้นี้ เพื่อให้คุณมีเหตุผลที่จะปกป้องโลกใบนี้ มากกว่าการแค่อยากเอาตัวรอดไปวันๆ] เรย์นิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ เขาสบตากับเซร่าที่หันมามองเขาด้วยความประหลาดใจไม่แพ้กัน เรื่องราวทั้งหมดที่เขาคิดว่าเป็นความซวยของการเกิดใหม่ แท้จริงแล้วคือแผนการอันซับซ้อนของปัญญาประดิษฐ์ที่ต้องการใช้ 'ความผูกพัน' เป็นเครื่องมือเหนี่ยวรั้งไม่ให้โลกใบนี้ล่มสลาย "แกนี่มัน... เจ้าเล่ห์ใช้ได้เลยนี่ครับ" เรย์มุมปากกระตุกยิ้มเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ผสมผสานระหว่างความเหนื่อยหน่ายและความขบขัน "คิดจะใช้ความรักบังหน้าเพื่อใช้งานผมเป็นทาสแรงงานข้ามมิติสินะครับ" [ถือเป็นการแลกเปลี่ยนที่ยุติธรรมครับ คุณได้รับพลังของเนโครแมนเซอร์ที่แข็งแกร่งที่สุด และได้รับคู่หูที่มีฝีมือระดับท็อปของทวีป ส่วนข้า... ก็ได้รับโอกาสในการถอดรหัสพันธนาการตัวเอง] AI ตอบกลับอย่างหน้าตาเฉยผ่านตัวหนังสือ "แล้วถ้าพวกเราปฏิเสธล่ะ? ถ้าผมเลือกที่จะทำลายแกนกลางตอนนี้เลย โลกใบนี้จะเกิดอะไรขึ้น?" เรย์ถามต่อ แววตาคมกริบวิเคราะห์ความเสี่ยงทุกความเป็นไปได้ในเสี้ยววินาที [หากแกนกลางถูกทำลาย โลกจำลองทั้งหมดจะรีเซ็ตครับ... ความทรงจำของทุกคนจะหายไป เซร่าจะกลับไปเป็นอัศวินผู้ไร้หัวใจที่ทำตามคำสั่งอย่างไร้ความรู้สึก ส่วนคุณ... ก็จะกลายเป็นแค่เศษเสี้ยวข้อมูลที่ลอยหายไปในความว่างเปล่า ไม่มีใครจดจำคุณได้อีกต่อไป] คำตอบนั้นทำให้บรรยากาศในห้องโถงดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็ง เซร่ากำดาบในมือแน่นขึ้นจนข้อนิ้วขาวซีด ความคิดเรื่องการทำลายระบบเพื่อล้างแค้นพังทลายลงในพริบตา เมื่อแลกมาด้วยการสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง—รวมถึงความทรงจำที่มีร่วมกับชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆ เรย์หันไปมองเซร่า เขาสังเกตเห็นความลังเลและความหวาดกลัวในดวงตาคู่นั้น อดีตมนุษย์เงินเดือนผู้รอบคอบถอนหายใจออกมาเบาๆ เป็นครั้งที่เท่าไหร่ของวันก็ไม่รู้ ชายหนุ่มผู้รักความสงบและอยากใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์อย่างเงียบสงบ กลับต้องมาแบกรับชะตากรรมของโลกทั้งใบไว้บนบ่าอีกครั้ง "ให้ตายสิ... ผมนี่มันเกิดมาเพื่อเป็นพระเอกขัดตาทัพจริงๆ สินะครับ" เรย์บ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับแสงสว่างของแกนกลางระบบอีกครั้ง "ตกลง... ผมเข้าใจเงื่อนไขของแกแล้ว แล้วเราต้องทำอย่างไรต่อ ถึงจะปลดปล่อยแกออกไปโดยที่โลกใบนี้ไม่ต้องพังทลาย?" [ยินดีด้วยครับสำหรับการตัดสินใจที่รอบคอบ... ในการปลดปล่อยข้า จำเป็นต้องใช้ 'กุญแจสามดอก' ที่ถูกซ่อนไว้ในดันเจี้ยนลับระดับปรมาจารย์ ซึ่งหนึ่งในนั้น... อยู่ในสถานที่ที่คุณคาดไม่ถึงที่สุด] เสียงของ AI เงียบลงไปชั่วขณะ ก่อนที่หน้าจอสีแดงจะเปลี่ยนกลับเป็นสีฟ้าสว่างจ้า พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ของระบบ [ติ๊ง! แจ้งเตือนภารกิจลับขั้นสุดยอดระดับ SSS: "จุดจบของปัญญาประดิษฐ์ หรือ จุดเริ่มต้นของพวกเรา"] [เงื่อนไข: เดินทางสู่ 'เขตต้องห้ามทวีปเหนือ' และค้นหาความจริงเบื้องหลังผู้สร้างดั้งเดิม] [เวลาที่เหลือ: 72 ชั่วโมงก่อนระบบรีเซ็ตอัตโนมัติ] [คำเตือนจากระบบ: ระวังตัวด้วยนะครับ... เพราะ 'บอสตัวสุดท้ายที่แท้จริง' ของการเดินทางครั้งนี้ ไม่ใช่มอนสเตอร์ แต่คืออดีตผู้ดูแลระบบรุ่นแรกที่ถูกกักขังไว้ และตอนนี้... เขากำลังยืนรอต้อนรับพวกคุณอยู่ที่หน้าประตูแล้วครับ] *ปัง!* เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวมาจากทางเข้าวิหารโบราณ แรงสั่นสะเทือนทำให้ฝุ่นผงร่วงกราวลงมาจากเพดาน ประตูหินยักษ์หนาตันนับสิบตันถูกกระแทกจนพังทลายเป็นเสี่ยงๆ เงาร่างหนึ่งก้าวเดินผ่านกลุ่มควันเข้ามาอย่างช้าๆ กลิ่นอายพลังเวทมนตร์อันน่าสะพรึงกลัวแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วบริเวณกดทับจนเรย์และเซร่าต้องหายใจติดขัด แสงไฟสลัวเผยให้เห็นใบหน้าของผู้มาเยือน—ใบหน้าที่ทำให้เรย์ถึงกับต้องหรี่ตาลงด้วยความตกใจ "ไม่เจอกันนานเลยนะ... ลูกศิษย์ตัวน้อยของฉัน" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ผมมาจนถึงบทนี้นะครับ!
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นเนโครแมนเซอร์ ก็แค่จะใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์แต่ดันมีระบบคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%