“ถ้าจะจ้องขนาดนี้ เอาปากกาไปจิ้มตาฉันเลยดีกว่าไหมคะ?”
ฉันพยายามเค้นเสียงให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ในห้องสมุดที่เงียบกริบจนได้ยินเสียงแอร์ครางหึ่งๆ แต่คนตรงหน้ากลับไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด เรย์ยังคงนั่งเท้าคางมองฉันอยู่ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะไม้ตัวยาว ดวงตาคมกริบคู่นั้นมีประกายวิบวับเหมือนกำลังสนุกที่เห็นฉันทำหน้ายักษ์ใส่
“ไม่ได้จ้องครับ... หมายถึง ไม่ได้จ้องเฉยๆ” เขาลากเสียงกวนประสาท พลางหยิบดินสอเกรด B ขึ้นมาขีดเขียนลงบนกระดาษไขแผ่นใหญ่ตรงหน้า “แต่กำลัง ‘ศึกษาโครงสร้าง’ ของคนน่ารักต่างหาก”
“นี่! เลิกกวนประสาทได้ไหม คนจะอ่านหนังสือสอบ!” ฉันคว้าสมุดจดมาปิดหน้าตัวเองไว้ หวังจะให้มันเป็นกำแพงกั้นระหว่างใบหน้าหล่อๆ กับสติสัมปชัญญะที่กำลังจะแตกซ่าน
เรย์หัวเราะหึในลำคอ เสียงทุ้มต่ำของเขามันช่างน่าหงุดหงิดเสียจริง เขาขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกจนกลิ่นน้ำหอมจางๆ แนวสะอาดสดชื่นแบบผู้ชายสปอร์ตปะทะเข้ากับจมูกฉันเต็มๆ “สอบวิชาอะไรครับ อักษรฯ ปีสอง? ถ้าเป็นวิชา ‘จีบยังไงให้ใจละลาย’ เดี๋ยวพี่ติวให้ฟรีๆ ไม่คิดค่าครู”
“ไอ้คนบ้า! ใครจะไปเรียนกับนาย!” ฉันแหวใส่เบาๆ พลางกวาดสายตามองรอบข้าง กลัวว่าบรรณารักษ์จะเดินถือไม้เรียวมาฟาดหัวเราทั้งคู่เข้าให้
“ก็เห็นนั่งอ่านอยู่คนเดียวทุกวัน” เรย์เลิกคิ้ว สายตาเขาเปลี่ยนจากโหมดขี้เล่นเป็นจริงจังขึ้นมาวูบหนึ่ง “ผมก็แค่อยากเปลี่ยนบรรยากาศจากโต๊ะดราฟต์ที่คณะ มานั่งดราฟต์หัวใจ... เอ้ย! ดราฟต์งานตรงนี้บ้าง ผิดเหรอครับ?”
“มันผิดตั้งแต่ที่นายเอาที่นั่งฉันไปวางโมเดลเกะกะแล้วค่ะ!” ฉันชี้ไปที่กองเศษโฟมสีขาวและเศษไม้บัลซ่าที่วางระเกะระกะอยู่มุมโต๊ะ นี่คือห้องสมุดมหาลัยนะคะ ไม่ใช่เวิร์กช็อปส่วนตัวของนาย!
เรย์หัวเราะเบาๆ เขาไม่ได้โต้ตอบด้วยคำพูด แต่กลับเอื้อมมือมาดึงสมุดที่ฉันใช้ปิดหน้าออกอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะเลื่อนกระดาษสเก็ตช์ภาพของเขามาวางตรงหน้าฉันแทน
ฉันชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเห็นสิ่งที่ปรากฏอยู่บนกระดาษแผ่นนั้น
มันไม่ใช่แบบร่างอาคารหรือโครงสร้างสถาปัตยกรรมที่ควรจะเป็น แต่เป็นภาพสเก็ตช์ลายเส้นดินสอที่เก็บรายละเอียดของ ‘ฉัน’ ได้ทุกเม็ด ทั้งตอนที่ฉันทำหน้ามุ่ยเวลาอ่านหนังสือไม่รู้เรื่อง ตอนที่ฉันเผลอเม้มปากตอนใช้สมาธิ หรือแม้แต่ตอนที่ฉันเผลอหลับคากองตำราภาษาศาสตร์
“นี่นาย...” ฉันพูดไม่ออก ความร้อนแล่นริ้วขึ้นมาบนใบหน้าจนมันน่าจะแดงก่ำไปถึงใบหู
“สถาปนิกที่ดีต้องใส่ใจรายละเอียดครับ” เขาโน้มตัวเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน “และรายละเอียดที่สำคัญที่สุดในห้องสมุดนี้... คือพาย”
“ย...ยัยพายต่างหาก! อย่ามาเรียกชื่อห้วนๆ นะ!” ฉันรีบก้มหน้าลงต่ำจนคางแทบชิดอก หัวใจดวงน้อยมันเต้นผิดจังหวะจนกลัวว่าคนตรงหน้าจะได้ยินเสียงมันร้องประท้วง
“โอเคครับ... ยัยพาย” เขายิ้มกว้าง แววตาเจ้าเล่ห์หายไปหมด เหลือเพียงความอบอุ่นที่ทำให้ฉันทำตัวไม่ถูก
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนข้อความจากมือถือบนโต๊ะดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ฉันเหลือบมองหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นมา เป็นแชตจากกลุ่มเพื่อนที่เด้งขึ้นมาพอดี แต่สิ่งที่ทำให้ฉันใจหายวาบไม่ใช่ข้อความในกลุ่ม...
มันคือการแจ้งเตือนจากเรย์!
เขาหยิบมือถือตัวเองขึ้นมาดู แล้วหันมายิ้มให้ฉันอย่างมีเลศนัย ก่อนจะก้มลงพิมพ์อะไรบางอย่างรัวๆ ทันทีที่เขากดส่ง ฉันก็รู้สึกถึงแรงสั่นของโทรศัพท์ตัวเองในกระเป๋ากางเกง
ฉันหยิบมันขึ้นมาเปิดดู มือไม้สั่นไปหมดเมื่อเห็นข้อความที่เขาส่งมาตรงๆ ในแชตส่วนตัว
*‘Ray: ถ้าไม่รีบตอบตกลงไปกินข้าวเย็นด้วยกันตอนนี้ ผมจะจูบโชว์กลางห้องสมุดจริงๆ ด้วยนะ... ไม่เชื่อลองดู’*
ฉันเบิกตากว้าง หันไปมองเขาทันที เรย์ไม่ได้มองที่หน้าจอแล้ว แต่เขากำลังจ้องมาที่ฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและ ‘ความกล้า’ ที่ดูออกว่าเขาทำจริงแน่ๆ
วินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของบรรณารักษ์ที่กำลังเดินตรวจแถวโต๊ะถัดไปก็ใกล้เข้ามาทุกที ความเงียบงันบีบคั้นจนฉันแทบขาดใจ ในขณะที่เรย์ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ฉันอีกเพียงคืบเดียวเท่านั้น
“เลือกมาครับ... จะไปกับผมดีๆ หรือจะให้ผมพิสูจน์ว่าสิ่งที่พิมพ์ไปน่ะ... เรื่องจริงทุกคำ”
ขอบคุณที่ติดตามอ่านความวุ่นวายของยัยพายกับนายตัวตึงคนนี้นะคะ ชาพีชหวานน้อยจะรีบมาต่อตอนหน้าให้ทันใจแน่นอนค่ะ!
ตัวตึงสถาปัตย์กับยัยขาประจำห้องสมุด•ตอนที่ 3
สถาปนิกฝึกหัดกับความวุ่นวาย
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ตัวตึงสถาปัตย์กับยัยขาประจำห้องสมุด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!