"พายครับ... เปิดประตูให้หน่อยเร้ว แฟนมายืนรอรับไปกินข้าวเย็นแล้วเนี่ย"
เสียงเคาะประตูก้องกังวานพร้อมกับประโยคบอกเล่าที่หน้าด้านหน้าทนที่สุดในสามโลก ทำเอาฉันที่กำลังนั่งจดเลคเชอร์ประวัติศาสตร์วรรณกรรมไทยถึงกับมือสั่น ปากกาแทบหลุดจากมือ
แฟนบ้าแฟนบออะไรเล่า! เราเพิ่งจะรู้จักกันได้ไม่ถึงสองสัปดาห์ด้วยซ้ำ!
ฉันสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ นับหนึ่งถึงสิบในใจ พยายามข่มอารมณ์กรุ่นโกรธที่กำลังพุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงขีดสุด เดินกระแทกส้นเท้าไปที่ประตูห้องพักในหอพักหญิง แล้วกระชากเปิดมันออกอย่างแรงหวังจะให้ลมปะทะหน้าพ่อตัวดีสักที
แต่ภาพที่ปรากฏตรงหน้า... กลับทำให้คำด่าทอเป็นร้อยแปดพันเก้าที่เตรียมไว้ต้องกลืนกลับลงคอไปอย่างไร้กระบวนท่า
เรย์ยืนยิงฟันขาวสะอาดอยู่หน้าห้อง ในมือข้างหนึ่งถือถุงพลาสติกใสบรรจุนมกล่องรสโปรดของฉันเอาไว้ห้ากล่องถ้วน เสื้อยืดสีขาวทับด้วยเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตพับแขนขึ้นถึงข้อศอก ยטורเหงื่อซางบางเบาที่ไรผมบ่งบอกว่าเขาคงรีบวิ่งมาจากตึกคณะสถาปัตย์ฝั่งโน้นเพื่อมาหาฉันโดยเฉพาะ
"อะ... เปิดไวทันใจดีนี่ นึกว่าจะต้องยืนร้องเพลงจีบจนจบอัลบั้มซะอีก" เจ้าตัวพูดหน้าตาเฉย รอยยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์จุดประกายความกวนประสาทขึ้นมาทันที
"นาย! บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่ามาเรียกฉันแบบนั้น แล้วนี่..." ชี้หน้าคาดโทษด้วยความหมั่นไส้ "มาทำไมเนี่ย ห้องสมุดก็ไม่ใช่ หอพักหญิงนะยะ! เข้ามาได้ยังไง!"
"ก็เดินเข้ามาสิครับ จะให้บินมาเหรอ ปีกนกยูงของผมยังซ่อมไม่เสร็จ" เรย์ตอบหน้าตาย พร้อมกับชูถุงนมในมือขึ้นระดับสายตาของฉัน "เอ้า... รับไปสิครับ นมมอลต์ผสมธัญพืชสูตรน้ำตาลน้อย ยี่ห้อโปรดของเด็กแถวนี้เห็นบ่นว่าช่วงนี้สอบ อ่านหนังสือดึก กลัวสมองฝ่อ เลยไปเหมามาจากมินิมาร์ทหน้ามอให้"
ฉันกะพริบตาปริบๆ มองกล่องนมในถุงสลับกับใบหน้าทะเล้นของคนตรงข้าม ความรู้สึกบางอย่างตีรวนอยู่ในอก ทั้งโกรธ ทั้งหงุดหงิด และ... เออ ยอมรับก็ได้ว่าใจเต้นแรงเป็นบ้า!
"ใครเด็กนายเล่า! แล้วใครใช้ให้ไปซื้อมาฝากฟะ!" ฉันแว้ดใส่เสียงดังลั่นทางเดินหน้าห้อง จนคุณป้าเจ้าของหอที่อยู่ห้องถัดไปเปิดประตูออกมามองค้อน ฉันเลยต้องหดคอกลับมาเสียงเบาลงครึ่งหนึ่ง "แล้วทำไมต้องซื้อมาตั้งห้ากล่อง ฉันกินไม่หมดหรอกนะ!"
"ก็เผื่อกินตอนอ่านหนังสือโต้รุ่งไงครับ จะได้ไม่ต้องเดินลงมาซื้อดึกๆ อันตราย ผู้หญิงตัวคนเดียวเดินดึกๆ มันอันตรายนะรู้ไหม" น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนจากทีเล่นทีจริงเป็นจริงจังขึ้นมาวูบหนึ่ง ดวงตาคมกริบมองตรงมาที่ฉันด้วยแววตาที่อ่านยาก ทำเอาหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ซะงั้น
"ยุ่งน่า! เป็นพ่อหรือไงถึงมาสั่ง" ฉันเชิดหน้าหนี ซ่อนรอยยิ้มที่เผลอหลุดออกมาด้วยการกอดอกแน่น "แล้วก็เอาของนายกลับไปเลยนะ ฉันไม่รับของจากคนแปลกหน้า!"
"คนแปลกหน้าอะไรกัน ยืนเถียงกันมาเป็นชั่วโมงแล้วเนี่ยนะ" เรย์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขาสืบเท้าเข้ามาประชิดตัวฉันหนึ่งก้าว กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นเหงื่อจางๆ สะอาดๆ ของผู้ชายเล่นเอาสติฉันกระเจิง "ถ้าไม่อยากรับในฐานะคนแปลกหน้า งั้นเปลี่ยนมารับในฐานะ 'แฟน' แบบที่ผมบอกเมื่อกี้ไหมล่ะครับ? รับรองว่าสิทธิประโยชน์เพียบ ได้คนหิ้วของให้ฟรีตลอดชีพแถมมุกเสี่ยวฟรีทุกวันด้วยนะ"
"อี๋! ใครจะไปเอาสิทธิประโยชน์บ้าๆ นั่นกันเล่า!" ฉันผลักอกกว้างของเขาเบาๆ แต่เจ้ากรรม... คนตัวโตกว่ากลับไม่สะเทือนเลยสักนิด แถมยังฉวยจังหวะนั้นยัดถุงนมใส่มือฉันแล้วถือวิสาสะเดินเบียดไหล่ฉันเข้ามาในห้องหน้าตาเฉย!
"เฮ้ย! ใครอนุญาตให้เข้าห้องฉันยะ!" ฉันหันขวับโวยวายตามหลัง ร่างบางรีบปิดประตูห้องแล้ววิ่งตามเข้าไปทันที
เรย์กวาดสายตามองไปรอบห้องพักขนาดกะทัดรัดของฉัน บนโต๊ะเต็มไปด้วยกองหนังสือประวัติศาสตร์ ชีทเรียน และแก้วกาแฟที่วางทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อวาน เขาไม่ได้พูดอะไรแซวเรื่องห้องรกเหมือนอย่างที่ผู้ชายทั่วไปชอบทำ แต่กลับเดินไปหยิบแก้วกาแฟเปล่าบนโต๊ะแล้วถือไปล้างที่อ่างล้างจานหน้าตาเฉย
ภาพผู้ชายร่างสูงใหญ่ ดีกรีเดือนคณะสถาปัตย์และตัวตึงประจำมหาลัย กำลังยืนล้างแก้วกาแฟคราบฝังแน่นให้ฉัน... มันเป็นภาพที่หลุดโลกเกินกว่าสมองฉันจะประมวลผลทันจริงๆ
"นี่นาย..." ฉันยืนกอดอกพิงขอบประตูห้องครัว มองแผ่นหลังกว้างนั้นด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน "ทำไมต้องทำดีกับฉันขนาดนี้ด้วยเล่า นายต้องการอะไรจากฉันกันแน่ เรย์?"
เสียงของฉันเบาลง ไม่ได้มีโทนเสียงเกรี้ยวกราดเหมือนตอนแรก บรรยากาศรอบตัวเริ่มเงียบงันลง มีเพียงเสียงน้ำไหลจากก๊อกน้ำและเสียงหัวใจของฉันเองที่เต้นโครมครามอยู่ในอก
เรย์ปิดก๊อกน้ำ สะบัดมือเบาๆ แล้วหันกลับมาเผชิญหน้ากับฉัน รอยยิ้มกวนประสาทหายไปจากใบหน้าหล่อเหลา เหลือเพียงแววตาจริงจังที่ทำเอาฉันไม่กล้าสบตาตรงๆ
"ไม่ได้ต้องการอะไรเลยครับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นแผ่วเบา เขาเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนฉันต้องถอยหลังไปชนกับเคาน์เตอร์ครัวอย่างไร้ทางหนี "แค่เห็นคนแถวนี้ชอบทำตัวเก่ง เก่งทุกเรื่องยกเว้นเรื่องดูแลตัวเอง... แล้วมันทนอยู่เฉยๆ ไม่ได้ก็แค่นั้นเอง"
"..."
"พาย..." เขาสดับเสียงเรียกชื่อฉันเบาหวิว มือหนายื่นเข้ามาปัดปอยผมที่ตกลงมาปรบแก้มออกให้อย่างเบามือ สัมผัสอุ่นจัดที่แตะโดนผิวแก้มทำเอาฉันตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป "เลิกทำตัวเป็นเม่นใส่ผมสักวันจะได้ไหมครับ... ใจคอจะไม่ให้โอกาสคนตั้งใจจีบได้ทำคะแนนเลยรึไง"
ตู้ม! เหมือนมีระเบิดลูกใหญ่มาลงกลางอก หน้าฉันร้อนผ่าวจนคิดว่าถ้าเอาไข่มาตอกใส่คงสุกได้ในสามวินาที ปากเจ้ากรรมก็สั่นระริก เถียงไม่ออกแม้แต่คำเดียว ได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อเป็นหินทับกระดาษ แพ้ทางราบคาบให้กับสายตาอ่อนโยนที่เขาจงใจส่งมาให้แบบนี้ทุกที!
"ฮึ... ใครให้จีบกันเล่า หลบไปเลยนะ จะไปอ่านหนังสือต่อแล้ว!" ฉันรวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายดันอกเขาออกแล้วมุดหนีไปนั่งที่เก้าอี้หน้าโต๊ะหนังสือทันที พยายามก้มหน้าก้มตาเปิดตำราเรียนเล่มหนาเตอะเพื่อกลบเกลื่อนอาการเขินอายที่ลามไปถึงใบหู
เรย์หัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างชอบใจกับท่าทางลนลานของฉัน เขายอมเดินถอยหลังไปแต่โดยดี ก่อนจะทิ้งท้ายประโยคทำลายล้างสมาธิไว้ก่อนจะเดินไปหยิบกระเป๋าของตัวเอง
"งั้นผมนั่งรอตรงโซฟานะครับ ห้ามไล่ด้วย... เพราะถ้าไล่ ผมจะจูบปิดปากแทนการขัดขืนนะพาย"
ฉันสะดุ้งเฮือก รีบเงยหน้าขึ้นจะด่ากลับ แต่จังหวะนั้นเอง... เสียงแจ้งเตือนข้อความไลน์จากสมาร์ทโฟนที่วางอยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้น *ติ๊ง!*
ฉันก้มลงมองหน้าจอด้วยความหงุดหงิด คิดว่าเป็นข้อความปั่นประสาทจากเจ้าตัวแสบที่นั่งอยู่ห่างไปไม่กี่เมตร แต่พอเห็นชื่อผู้ส่งและเนื้อหาข้อความบนหน้าจอ... เลือดในกายก็เย็นเฉียบลงทันที
*แม่ส่งข้อความมา: "พายลูก... แม่กับพ่อแวะมาหาที่หอนะ ถึงข้างล่างแล้ว กำลังขึ้นไปหา เปิดประตูให้แม่หน่อยเร้ว"*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเอ็นดูยัยพายกับนายเรย์มาจนถึงตอนนี้ รักนะคะ!
ตัวตึงสถาปัตย์กับยัยขาประจำห้องสมุด•ตอนที่ 5
อย่ามายิ้มแบบนั้น!
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ตัวตึงสถาปัตย์กับยัยขาประจำห้องสมุด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!