กระบี่นิรนามกับนางเซียนผู้สังหารดารา•ตอนที่ 13

ไออุ่นท่ามกลางเหมันต์

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
พิษอัคคีโลหิตในเส้นชีพจรของหลี่มู่หยางกำลังแผดเผาร่างกายจนหยดเหงื่อกาฬไหลริน อาการบาดเจ็บจากการปะทะกับยอดฝีมือพรรคอสูรโลหิตเมื่อคืนก่อนยังไม่ทันหายสนิท บาดแผลฉกรรจ์บริเวณหัวไหล่ซ้ายส่งกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง ทว่าสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าบาดแผลภายนอกคือความเย็นยะเยือกของแดนเหมันต์รกร้างแห่งนี้ พายุหิมะด้านนอกโหมกระหน่ำราวกับเสียงคำรามของพญามาร กัดกินพลังลมปราณในตันtianของเขาจนแทบมอดไหม้ ภายในถ้ำหินอับทึบ แสงไฟจากกองฟืนขนาดเล็กกะพริบไหวขับเน้นเงาร่างของคนทั้งสองให้ทอดยาวน่าเวทนา เซียนหลินซือทรุดกายลงนั่งเบื้องหน้าบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นมือสังหารไร้เงา นางคือยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งหอจันทร์กระจ่าง ผู้ยึดมั่นในวิถีธรรมะบริสุทธิ์มาตลอดชีวิต ชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ของนางบัดนี้เปรอะเปื้อนคราบเขม่าและหยาดโลหิต แต่ความสง่างามเย็นชาดั่งเทพเซียนบนเก้าอี้น้ำแข็งกลับมิได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย "เจ้ายังดึงดันจะฝืนเดินลมปราณอีกหรือ?" น้ำเสียงของนางราบเรียบ เย็นเยือก ทว่าเจือไปด้วยความกังวลที่ซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความถือดี นิ้วเรียวดุจหยกสลักของนางกดลงบนจุดชีพจรสำคัญบริเวณแผ่นหลังของหลี่มู่หยาง พลังปราณธาตุหยินบริสุทธิ์ถูกถ่ายเทเข้าไปเพื่อกดขี่พิษร้าย ไอร้อนระอุและไอเย็นยะเยือกปะทะกันจนเกิดเสียงดัง 'ซ่า' ราวกับน้ำเดือดราดลงบนแผ่นเหล็กเผาไฟ หลี่มู่หยางกัดฟันแน่นจนกรามขึ้นสันนูน โครงหน้าคมคายชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ เขายังคงรักษาความทะนงตนในวิถีกระบี่ไว้ แม้ในยามที่ลมหายใจรวยริน ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีตวัดมองสตรีเบื้องหน้าอย่างไม่ยอมแพ้ "แม่นางเซียน... ความเมตตาเช่นนี้ไม่คู่ควรกับมือสังหารเช่นข้า" เขากล่าวเสียงแหบพร่า ริมฝีปากแห้งผากจนปริแตก "ผู้คนต่างกล่าวว่าเซียนหลินซือตัดขาดจากกิเลส ตัดสิ้นซึ่งความรู้สึก เหตุใดจึงต้องมาเสียเวลาขับพิษให้คนไร้ค่าที่มือเปื้อนเลือดเช่นข้าด้วยเล่า" เซียนหลินซือชะงักมือน้อยๆ ที่กำลังถ่าย1ปราณ ดวงตาดอกท้อคู่สวยที่เคยเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปีสั่นไหววูบหนึ่ง นางจ้องมองใบหน้าอันหล่อเหลาแต่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นของเขา ลมหายใจของนางสะดุดไปชั่วขณะ "ข้าไม่ได้ทำเพื่อช่วยเหลือเจ้า" นางเชิดใบหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามรักษาความเยือกเย็น "ข้าเพียงแต่... ไม่อยากให้ผู้ใดมาตายในอาณาเขตที่ข้าดูแลอยู่เท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น หนี้ชีวิตในหุบเขาอสูรคราวก่อน ข้ายังมิได้สะสางกับเจ้าให้กระจ่างชัด" หลี่มู่หยางแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะแหบแห้งนั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยันต่อโชคชะตา "หนี้ชีวิตกระนั้นหรือ? ข้าช่วยชีวิตเจ้าไว้ แต่เจ้ากลับเอาแต่ไล่ล่าเอาชีวิตข้า... ช่างเป็นวิถีแห่งธรรมะเสียจริง" "เจ้า!" เซียนหลินซือขมวดคิ้วเรียวงามอย่างขัดเคือง นางอยากจะถอนมือออกแล้วปล่อยให้พิษร้ายแผดเผาให้เขารู้แล้วรู้รอดไป แต่ยามที่สายตาเคลื่อนลงมาเห็นบาดแผลฉกรรจ์ที่ไหล่ซ้าย ซึ่งเกิดจากการที่เขาเอาตัวเข้ามารับกระบี่แทนนาฃเมื่อสามวันก่อน หัวใจที่เคยแข็งกระด้างราดด้วยน้ำแข็งกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรง ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงพายุหิมะด้านนอกที่โหมกระหน่ำและเสียงไม้ฟืนแตกปะทุเบาๆ ความหนาวเหน็บของถ้ำลึกลดทอนลงเมื่อไอน้ำร้อนจากการโคจรพลังปราณระเหยขึ้นเป็นหมอกจางๆ เซียนหลินซือขยับกายเข้าไปใกล้ร่างของหลี่มู่หยางมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว เพื่อจะผนผนึกจุดชีพจรให้แม่นยำยิ่งขึ้น ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองแทบไม่เหลือช่องว่าง กลิ่นอายบุรุษปะปนกับกลิ่นคาวเลือดและกลิ่นหอมเย็นบริสุทธิ์จากกายของนางหลอมรวมกันในอากาศ หลี่มู่หยางเงยหน้าขึ้นสบตากับนาง แววตาของมือสังหารผู้ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน บัดนี้กลับสะท้อนภาพเงาร่างของนางเซียนผู้สูงส่ง ความใกล้ชิดที่แนบ 1 เผลอไผล ทำให้กำแพงน้ำแข็งที่นางสร้างขึ้นพังทลายลงทีละน้อย "ทำไม..." หลี่มู่หยางเอמהเสียงกระซิบแผ่วเบา ใบหน้าของเขาก้มลงจนปลายจมูกแทบจะชนกับซอกคอขาวผ่องของนาง "ทำไมแววตาของเจ้าถึงได้สั่นไหวถึงเพียงนี้ ยามที่มองข้า... เซียนหลินซือ เจ้ามิได้เกลียดชังข้าแล้วหรือ?" เซียนหลินซือสะَดุ้งเฮือก ร่างกายแข็งทื่อ นางอยากจะถอยหลังหนี แต่ฝ่ามือของเขากลับเอื้อมขึ้นมาสัมผัสเบาๆ ที่ข้อพับแขนของนางเพื่อช่วยประคองทิศทางลมปราณ สัมผัสที่อบอุ่นและหยาบกร้านของมือคู่นั้นทำให้หัวใจของนางเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก "หลี่มู่หยาง... เจ้า... สามหองนัก" นางเอ่ยเสียงสั่นพร่า ความเย็นชาที่เคยสะสมมาแรมปีมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความปั่นป่วนในห้วงอารมณ์ที่นางไม่เคยรู้จักมาก่อน "ข้าเพียงแต่พูดความจริง" หลี่มู่หยางโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีก ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ข้างพวงแก้มเนียนนุ่มของนาง "ในโลกใบนี้ มีเพียงเจ้าและข้า ที่ต่างก็เดินอยู่บนเส้นด้ายแห่งความตาย... เซียนหลินซือ เจ้าปฏิเสธไม่ได้หรอกว่า ในใจของเจ้า... มีพื้นที่ให้ข้าแล้ว" ความเงียบงันเข้าปกคลุมอีกครา ทว่าคราวนี้มันเต็มไปด้วยกระแสความรู้สึกที่ลึกซึ้งและร้อนแรงยิ่งกว่าไฟธาตุอัคคี เซียนหลินซือหลุบตาลงมองริมฝีปากที่ได้รูปของเขา ความเย่อหยิ่งทระนงตนของยอดฝีมือหอจันทร์กระจ่างพังทลายลงต่อหน้าบุรุษผู้พลิกผันโชคชะตาชีวิตของนาง นางไม่ได้ผลักไส... และนั่นคือคำตอบที่ชัดเจนยิ่งกว่าถ้อยคำใดๆ มือเรียวงามที่เคยถือกระบี่สังหาร เปลี่ยนเป็นยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของหลี่มู่หยางอย่างแผ่วเบา นางหลับตาลง ยอมจำนนต่อความอบอุ่นท่ามกลางเหมันต์อันโหดร้ายนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต ทว่า ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งสองกำลังจะแนบชิดกัน ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความลึกซึ้งและเปราะบาง *ฉึก!* เสียงแหวกอากาศแหลมคมดังขึ้นจากความมืดมิดลึกเข้าไปในถ้ำ! หลี่มู่หยางแววตาเปลี่ยนเป็นดุร้ายในพริบตา สัญชาตญาณมือสังหารตื่นตัวถึงขีดสุด เขาคว้าตัวเซียนหลินซือหลบวิถีพุ่งชนของวัตถุแปลกปลอมได้อย่างเฉียดฉิว พื้นหินที่พวกเขานั่งอยู่เมื่อครู่ระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยอานุภาพของเข็มพิษสีทองคำขาว! ที่ปากถ้ำ... เงาร่างหนึ่งในชุดคลุมสีดำสนิท ปิดบังใบหน้าด้วยหน้ากากรูปอสูรยิ้มเยาะ ก้าวเหยียบย่างเข้ามาท่ามกลางพายุหิมะอย่างเชื่องช้า ไอสังหารแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณ "ไม่นึกเลยว่า... ยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งหอจันทร์กระจ่าง จะกำลังสมสู่กับสุนัขรับจ้างไร้ค่าในถ้ำโสโครกเช่นนี้" เสียงแหบแห้งราดด้วยพิษร้ายดังสะท้อนก้อง "น่าประทับใจยิ่งนัก... เซียนหลินซือ เจ้าทรยศต่อสำนักเพื่อบุรุษผู้นี้สินะ!" หลี่มู่หยางค่อยๆ พยุงเซียนหลินซือให้ลุกขึ้นยืน มือขวาเอื้อมไปกุมด้ามกระบี่ไร้ชื่อที่เหน็บอยู่ข้างเอว ดวงตาคมกริบหรี่ลงอันตรายยิ่งกว่าเดิม (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่นี้ด้วยกันนะครับ)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่นิรนามกับนางเซียนผู้สังหารดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%