เลือด... หยดลงบนพื้นหิมะสีขาวโพลนราวกับดอกเหมยฤดูเหมันต์ที่เบ่งบานอย่างโดดเดี่ยว
“มู่หยาง… ถอยไป!”
เสียงกรีดร้องของหลินซือยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ตัดผ่านเสียงพายุหิมะที่โหมกระหน่ำราวกับเสียงคำรามของอสูรร้าย ทว่าในยามวิกฤตถึงตายนี้ หลี่มู่หยางกลับไม่ได้ถอยแม้แต่ครึ่งก้าว ร่างของชายหนุ่มยืนหยัดตระหง่านดั่งภูผา เบื้องหน้าคือเงาดำนับสิบที่พุ่งทะยานเข้ามาด้วยจิตสังหารอันเข้มข้น และปลายกระบี่อาบยาพิษของปีศาจสวมหน้ากากที่กำลังจ่อตรงมายังจุดตาย
*เคร้ง!*
ประกายไฟสارةกระเซ็นยามที่คมกระบี่ไร้นามปะทะเข้ากับดาบโลหิต มู่หยางแผดเสียงคำรามในลำคอ พลังปราณทมิฬระเบิดออกจากจุดตันtian (ตันเถียน) แผ่ขยายเป็นคลื่นกระแทกซัดร่างของมือสังหารเงาดำกระเด็นถอยหลังไปคนละทิศคนละทาง ทว่าราคาที่ต้องจ่ายนั้นแสนสาหัส ร่างของเขาเองก็ทรุดฮวบลงกระอักโลหิตสีดำสนิทออกมาคำโต พิษในกายที่สะสมจากการหักโหมใช้เคล็ดวิชาฝืนลิขิตฟ้ากำลังกัดกินเส้นชีพจรอย่างบ้าคลั่ง
แต่เขายังล้มไม่ได้... ด้านหลังของเขามี ‘นาง’
“เจ้า… ทำไมถึงโง่เช่นนี้”
เสียงหวานที่เคยเย็นชาและเย่อหยิ่งดั่งเซียนบนห้วงนภา บัดนี้กลับสั่นเครือและแหบแห้ง หลินซือพิงแผ่นหลังเข้ากับโขดหินน้ำแข็ง อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์บัดนี้ถูกย้อม1ด้วยโลหิตสีแดงฉานจนน่าเวทนา ลมหายใจของนางแผ่วเบาราวกับเปลวเทียนยามต้องลมพายุ เคล็ดวิชาหิมะกระจ่างที่นางฝึกฝนมาตลอดชีวิตย้อนกลับมาทำ1ร้ายตัวเอง หลังจากที่นางต้องฝืนใช้กระบวนท่าต้องห้ามเพื่อปกป้องเขาจากค่ายกลมรณะเมื่อครู่
มู่หยางไม่ตอบคำถามนั้น ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองออกไปยังเบื้องหน้า ท่ามกลางม่านหิมะที่โปรยปราย เงาร่างนับสิบยังคงล้อมกรอบเข้ามาอย่างช้าๆ ไร้ซึ่งความรีบร้อน ราวกับแมวหยอกหนูที่รู้ว่าเหยื่อมุมอับไม่เหลือทางรอด
มือขวาของชายหนุ่มกระชับด้ามกระบี่แน่นจนข้อต่อกระดูกขึ้นสีขาวโพลน ในแขนเสื้อซ้ายของเขายังมียาพิษร้อยวิญญาณเหลืออยู่เพียงเม็ดสุดท้าย—พิษที่หากใช้แล้ว ตัวผู้ใช้เองก็ต้องสูญเสียสลายพลังปราณไปครึ่งหนึ่งเช่นกัน
“ยุทธภพนี้สอนข้ามาอย่างเดียว หลินซือ…” มู่หยางกล่าวเสียงแหบพร่า ริมฝีปากหยักมีคราบเลือดไหลริน “สิ่งใดที่เป็นของข้า… ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตและความตาย ยมท también พรากมันไปจากมือข้าไม่ได้”
หลินซือชะงัก นัยน์ตาคู่สวยที่เคยไร้ระลอกคลื่น บัดนี้ไหววับด้วยหยาดน้ำตา นางยื่นมืออันสั่นเทาไปสัมผัสชายเสื้อของเขา “ข้า… เป็นเพียงมารในสายตาชาวยุทธ… เจ้าทำเพื่อข้าถึงเพียงนี้… คุ้มค่าแล้วหรือ?”
“ข้าไม่เคยสนสายตาใครใต้หล้า” มู่หยางหันกลับมาสบตาคนที่เขายอมแลกทุกสิ่งเพื่อปกป้อง รอยยิ้มเยาะหยันโผล่ขึ้นที่มุมปาก แต่นัยน์ตากลับทอประกายอ่อนโยนอย่างที่ไม่มีผู้ใดในยุทธภพเคยได้เห็น “ข้าสนเพียงว่า… เจ้าคือหลินซือของข้า”
คำว่า ‘ของข้า’ เรียบง่ายแต่หนักหน่วงราวกับภูเขาไท่ซาน กระแทกเข้ากลางใจของนางเซียนผู้สูงศักดิ์จนกำแพงน้ำแข็งในใจพังทลายลงอย่างไม่มีชิ้นดี นางไม่เคยคิดเลยว่า ในวันที่นางตกต่ำและไร้ทางสู้ที่สุด จะมีบุรุษผู้หนึ่งยอมเหยียบย่างเข้าสู่ขุมนรกเพื่อฉุดดึงนางออกมาด้วยชีวิตของเขาเอง
“ถ้าเช่นนั้น…” หลินซือสูดลมหายใจเข้าลึก พลังปราณเฮือกสุดท้ายถูกรวบรวมไว้ที่ปลายนิ้ว นางกัดฟันกรอดจนเลือดซึมที่มุมปาก “เราไปตาย… พร้อมกันตรงนี้ก็แล้วกัน”
“ใครบอกว่าพวกเราต้องตาย?”
มู่หยางหัวroะในลำคอ เสียงหัวroะที่เต็มไปด้วยความทะนงตนและจิตวิญญาณของยอดฝีมือที่ไม่มีวันสยบให้แก่ฟ้าดิน เขากวาดสายตามองภูมิประเทศเบื้องหน้า—หุบเหวมรณะอัคคีน้ำแข็ง ด้านซ้ายคือหน้าผาสูงชัน ด้านขคือสายธารน้ำแข็งที่เชี่ยวกราก
“เกาะไหล่ข้าไว้ให้แน่น หลินซือ”
สิ้นเสียง มู่หยางไม่รอช้า เขาซัดเม็ดพิษร้อยวิญญาณออกไปเบื้องหน้า ทันใดนั้นกลุ่มควันพิษสีม่วงเข้มก็พวยพุ่งระเบิดออก กลายเป็นกำแพงควันหนาทึบที่แผดเผาและกัดกร่อนทุกสิ่งที่สัมผัส เสียงกรีดร้องโหยหวนของเหล่ามือสังหารดังระเบิดขึ้นท่ามกลางกลุ่มควัน
ในจังหวะชุลมุนนั้นเอง มู่หยางใช้เคล็ดวิชากระบี่ทะยานฟ้า พกร่างที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดของตนและหลินซือพุ่งทะยานดิ่งลงสู่ห้วงเหวลึกเบื้องหน้าที่ปกคลุมด้วยหมอกทึบและพายุหิมะ!
สายลมกรีดกรายผ่านใบหน้า เสียงหวีดหวิวของเหวลึกราวกับเสียงหัวroะของปีศาจ ร่างทั้งสองร่วงหล่นลงสู่ความมืดมิดอย่างไร้จุดสิ้นสุด หลินซือซบใบหน้าลงกับอกแผ่นอกกว้างของชายหนุ่ม ซึมซับไออุ่นที่หลงเหลืออยู่ท่ามกลางความหนาวเหน็บ นางหลับตาลงอย่างยอมรับชะตากรรม ขอเพียงได้ร่วงหล่นไปพร้อมกับเขา นางก็ไม่เสียดายชีวิตอีกต่อไป
ทว่า… ในวินาทีที่ร่างของพวกเขากำลังจะกระแทกเข้ากับกลุ่มหมอกหนาทึบเบื้องล่าง ซึ่งควรจะเป็นก้นเหวอันไร้ก้นบึง…
*เปรี้ยง!*
สายฟ้าสีครามสายหนึ่งผ่าแหกความมืดมิดของหุบเหวลงมาอย่างกะทันหัน แสงสว่างจ้าเปิดเผยให้เห็นภาพเบื้องล่างที่ไม่ควรจะมีอยู่จริง… บนแผ่นน้ำแข็งใสราวกระจกเบื้องล่าง ปรากฏ ‘ร่างของบุคคลผู้หนึ่ง’ กำลังนั่งขัดสมาธิรอคอยพวกเขาอยู่ ร่างนั้นสวมชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าสวมหน้ากากรูป ‘กระบี่โลหิต’ ที่หลี่มู่หยางคุ้นเคยดีจากเหตุการณ์ในอดีต!
และเสียงที่ก้องกังวานขึ้นในโสตประสาทของมู่หยางทันทีที่ร่างของเขากำลังจะแตะถึงพื้นน้ำแข็ง ก็ทำให้เลือดในกายของเขากลายเป็นน้ำแข็งไปชั่วขณะ—
*“ยินดีต้อนรับกลับบ้าน… บุตรแห่งเงากระบี่ หลี่มู่หยาง”*
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าพายุหิมะและคมกระบี่นี้ไปด้วยกันนะครับ
กระบี่นิรนามกับนางเซียนผู้สังหารดารา•ตอนที่ 12
ทางรอดท่ามกลางหิมะ
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่นิรนามกับนางเซียนผู้สังหารดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!