"หากแม้นความจริงในตำราเล่มนี้กระจ่าง... โลหิตครึ่งยุทธภพคงต้องไหลนองจนแผ่นดินกลายเป็นสีชาดแล้วกระมัง"
เสียงทุ้มต่ำแต่ราบเรียบดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดภายในห้องลับใต้ดิน กลิ่นอายอับชื้นของกาลเวลาและคาวเลือดจางๆ ลอยอวลปะปนกับกลิ่นหอมเย็นบริสุทธิ์จากกายของสตรีผู้เลอโฉม หลี่มู่หยางค่อยๆ พยุงเซียนหลินซือให้ลุกขึ้นยืน มือขวาเอื้อมไปกุมด้ามกระบี่ไร้ชื่อที่เหน็บอยู่ข้างเอว ดวงตาคมกริบหรี่ลงอันตรายยิ่งกว่าเดิม สัญชาตญาณดิบของมือสังหารกรำศึกเตือนภัยว่า เงาสีดำอันชั่วร้ายกำลังคืบคลานเข้าประชิดเบื้องหลังกำแพงหินศิลาโบราณนี้
เซียนหลินซือสะบัดชายอาภรณ์สีขาวสะอาดที่บัดนี้เปรอะเปื้อนฝุ่นผง นางปราบความปั่นป่วนของลมปราณในตันtianด้วยการโคจรวิถีจิตแห่งหอจันทร์กระจ่าง เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามกรอบหน้าเรียวสวยราวกับรูปสลักหยกหิมะ ทว่าแววตาคู่คมกลับมิได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความเยือกเย็นดุจน้ำแข็งพันปีที่สะท้อนเงาของหลี่มู่หยางไว้จนเต็มดวงตา
"ยุทธภพหลงทางมานานเกินไปแล้ว... พวกมันต่างแย่งชิงเศษเสี้ยวคัมภีร์วิถีสวรรค์โดยไม่รู้เลยว่า ต้นตอที่แท้จริงคือคำสาปแช่งจากบรรพชน" เซียนหลินซือเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของนางราบเรียบนิ่งสงบ ทว่ากลับทรงพลังราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจคน
เบื้องหน้าของทั้งสองคือแท่นหินอัคนีสีนิล บนนั้นวางตำราหนังมนุษย์เก่าคร่ำคร่าเล่มหนึ่ง ตัวอักษรโบราณที่จารึกด้วยโลหิตมังกรเปล่งประกายแสงสีแดงฉานยามเมื่อสัมผัสกับไอวรยุทธ์ มันคือ "คัมภีร์สลายดารา" ตำราต้องห้ามที่ถูกลบเลือนไปจากหน้าประวัติศาสตร์เมื่อหลายร้อยปีก่อน ต้นเหตุแห่งความโลภ การทรยศหักหลัง และการนองเลือดที่ไม่มีวันสิ้นสุด
หลี่มู่หยางก้าวเข้าไปใกล้แท่นหินช้าๆ ฝ่ายตรงข้ามเป็นถึงยอดฝีมือ แต่ในยามนี้เขากลับระวังภัยรอบด้านยิ่งกว่าเผชิญหน้ากับปรมาจารย์สิบคนพร้อมกัน นิ้วมือเรียวยาวดุจหยกขาวของเขายื่นออกไปสัมผัสกับปกหนังมนุษย์นั้น ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านผ่านปลายนิ้วเข้าสู่เส้นชีพจร ราวกับมีเข็มนับพันเล่มกำลังทิ่มแทง
"ระวังตัวด้วย!" เซียนหลินซือเอ่ยเตือน นางขยับกายเข้าไปยืนเคียงข้าง พร้อมจะชักกระบี่เซียนจันทร์เพ็ญออกจากฝักได้ทุกเมื่อ นางรู้ดีว่าคนผู้นี้ทะนงตนในวิถีกระบี่เพียงใด หลี่มู่หยางไม่เคยเกรงกลัวความตาย ทว่านางกลับไม่อาจทนเห็นเขารับภาระอันหนักหน่วงนี้ไว้แต่เพียงผู้เดียว
"วางใจเถอะ หลินซือ..." หลี่มู่หยางเหลือบสายตาขึ้นมองนางแวบหนึ่ง รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเย้ยหยันโชคชะตา "ข้าผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน หากสวรรค์ต้องการชีวิตข้า มันต้องใช้กระบี่ของข้าเองเป็นผู้ปลิดชีพ มิใช่ตำราผีสางเล่มนี้"
เมื่อเปิดหน้าแรกของตำราต้องห้ามออก ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวก็ปรากฏแก่สายตา
ตัวอักษรแต่ละบรรทัดไม่ได้บันทึกเคล็ดวิชาอันล้ำเลิศเพื่อการบำเพ็ญเพียรฝืนลิขิตฟ้าดินแต่อย่างใด หากแต่เป็น "รายชื่อ" และ "แผนผังตระกูล" ของบรรดาสำนักคุณธรรมชื่อดังในยุทธภพ รวมถึงหอจันทร์กระจ่างที่เซียนหลินซือสังกัดอยู่ด้วย!
ที่แท้แล้ว คัมภีร์เล่มนี้ไม่ใช่เคล็ดวิชา แต่มันคือ "บัญชีรายชื่อผู้ถูกสังหาร" และ "เงื่อนไขการควบคุมจิตใจ" ที่สำนักมารบรรพกาลใช้ชักใยชาตระกูลใหญ่มานานหลายร้อยปี ผู้ใดที่ฝึกฝนวิชาจากตำรานี้ สุดท้ายจะกลายเป็นเพียงหุ่นเชิดกระหายเลือดที่รอวันถูกสูบกินลมปราณจนหมดสิ้น
"นี่มัน... เรื่องเหลวไหลสิ้นดี!" เซียนหลินซืออุทานออกมาเป็นครั้งแรก น้ำเสียงที่เคยราบเรียบเยือกเย็นกลับสั่นเครือเล็กน้อย นางกวาดสายตามองรายชื่อเหล่านั้นจนพบตราสัญลักษณ์ประจำสำนักของตนเอง "อาจารย์... และบรรพบุรุษของเรา ล้วนเป็นเพียงเหยื่อในเกมนี้กระนั้นหรือ?"
หลี่มู่หยางหรี่ตาลง วิเคราะห์สถานการณ์ด้วยความรวดเร็วตามสไตล์มือสังหารผู้ผ่านโลกมามาก เขาสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างจากกระดาษแผ่นสุดท้ายของตำรา มุมกระดาษถูกพับเก็บไว้ มีร่องรอยการใช้อักขระเวทปิดผนึกอย่างแนบเนียน
"ไม่ใช่แค่เรื่องหลอกลวง..." หลี่มู่หยางกล่าวเสียงเครียด มือขวาจิ้มลงไปที่รอยพับนั้น "ยังมีหลักฐานชิ้นที่สองซ่อนอยู่... ตัวการที่แท้จริงยังไม่ตาย"
ก่อนที่ปลายนิ้วของเขาจะทันได้สัมผัสกับกระดาษแผ่นนั้น บรรยากาศภายในห้องลับก็แปรเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว เสียงหัวเราะแหבריบแห้งราวกับเสียงของคนตายดังสะท้อนก้องมาจากความมืดมิดเบื้องบน ราวกับมีปีศาจตนหนึ่งกำลังจ้องมองพวกเขาทั้งสองด้วยความสมเพช
"ฮ่าๆๆๆ... ฉลาดมาก สมกับที่เป็นมือสังหารผู้ไร้พ่าย และเซียนสาวผู้สูงส่งแห่งหอจันทร์กระจ่าง น่าเสียดาย... ที่พวกเจ้าค้นพบความจริงนี้เร็วเกินไป"
เสียงนั้นทรงพลังและกดดันจนลมปราณในร่างของเซียนหลินซือปั่นป่วนอีกครั้ง นางกระอักโลหิตออกมาคำโต ร่างกายเซถอยหลังไปสองก้าว หลี่มู่หยางพุ่งตัวเข้าไปโอบเอวบางของนางไว้ทัน พร้อมกับชักกระบี่ไร้ชื่อออกจากฝักด้วยมือซ้าย ประกายแสงสีเงินวาบผ่านความมืด สกัดกั้นคลื่นพลังปราณที่ซัดสาดเข้ามาอย่างดุเดือด
"ผู้ใดกัน! หลบอยู่หลังเงาหัวสุนัข ไยไม่กล้าเผยตัวออกมา!" หลี่มู่หยางตะคอกก้อง จิตสังหารพวยพุ่งทะลักออกจากร่างราวกับพายุหมุน บีบอัดผนังห้องหินจนเกิดรอยร้าวลึก
เงาร่างหนึ่งก้าวเดินออกมาจากความมืดทีละน้อย ร่างนั้นสวมชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าสวมหน้ากากรูปอสูรไร้ตา แผ่กลิ่นอายความชั่วร้ายที่เหนือกว่ายอดฝีมือทั่วไปอย่างเทียบไม่ติด มันคือหนึ่งในสี่ผู้พิทักษ์แห่งสำนักมารโลหิต ผู้ที่ชาวยุทธภพต่างคิดว่าได้ตายตกไปเมื่อยี่สิบปีก่อน
"ข้าคือผู้ที่จะนำพาพวกเจ้า... ไปสู่จุดจบที่แท้จริงของตำราเล่มนั้นอย่างไรล่ะ"
เงาร่างนั้นยกมือขึ้น ทันใดนั้น ผนังห้องลับเบื้องหลังก็พังทลายลง กองกำลังนับร้อยชีวิตในชุดดำสนิทถือศาสตราวอาวุธอาบพิษรายล้อมปากทางเข้าไว้จนหมดสิ้น ทางรอดเดียวถูกปิดตายอย่างสมบูรณ์แบบ
หลี่มู่หยางกวาดสายตามองกองกำลังนับร้อยด้วยความเยือกเย็น เขาก้มลงมองสตรีในอ้อมแขนที่ยังคงกัดฟันยืนหยัดอย่างทะนงตน แม้บาดแผลภายในจะสาหัสเพียงใด เซียนหลินซือก็ไม่เคยคิดยอมจำนนต่อโชคชะตา นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาสื่อความหมายลึกซึ้งที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว—ต่อให้ต้องตายตกไปพร้อมกัน นางก็จะไม่ยอมก้มหัวให้มารร้าย
หลี่มู่หยางยกย่องความเด็ดเดี่ยวนี้ มือขวากระชับด้ามกระบี่แน่นขึ้น ไอพิษร้อยชนิดที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อเริ่มไหลเวียนผสมผสานกับลมปราณกระบี่
"หลินซือ... เจ้าเชื่อใจกระบี่ในมือข้าหรือไม่" หลี่มู่หยางเอמהกระซิบข้างใบหูของนาง น้ำเสียงนุ่มนวลแต่มั่นคงดุจขุนเขา
"ตราบใดที่ท่านยังไม่ล้มลง... กระบี่ของข้าก็จะเคียงข้างท่านสังหารดาราบนฟากฟ้าเช่นกัน" เซียนหลินซือตอบกลับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่งดงามที่สุดในรอบร้อยปี รอยยิ้มที่มอบให้เขาเพียงผู้เดียว
ทันใดนั้นเอง ก่อนที่คมกระบี่เล่มแรกจะปะทะกัน อักขระเวทสีดำบนแท่นหินก็ระเบิดแสงจ้าขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งห้อง รายชื่อในตำราต้องห้ามเริ่มลุกไหม้กลายเป็นเปลวเพลิงสีคราม และเงาร่างที่สามซึ่งสวมหน้ากากทองคำก็ก้าวทะลุมิติออกมาจากเปลวไฟนั้น พร้อมกับกระบี่มารโบราณที่แผ่ไอสังหารสะท้านฟ้าดิน!
*ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและคมกระบี่มาด้วยกัน ณ ที่นี้นะครับ*
— เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
กระบี่นิรนามกับนางเซียนผู้สังหารดารา•ตอนที่ 14
ความจริงในตำราต้องห้าม
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่นิรนามกับนางเซียนผู้สังหารดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!