กลิ่นอายโลหิตและไอน้ำแข็งผสมผสานกันจนแทบกลายเป็นรูปธรรมภายในถ้ำศิลาจันทรา ปลายกระบี่ไร้ลักษณ์ของหลี่มู่หยางยังคงสั่นระริก ปรากฏหยดเลือดสีดำสนิทหยดหนึ่งไหลรินลงสู่พื้นหินจนเกิดเสียง ‘ซ่า’ ราวกับกรดเข้มข้นกำลังกัดกร่อนศิลาแกร่ง นั่นคือพิษโลหิตทมิฬที่เขาเพิ่งขับออกจากจุดชีพจรหัวใจเมื่อหนึ่งเค่อก่อน หลังจากปะทะกับยอดฝีมือลึกลับจากแดนสนธยาเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา
บาดแผลฉกรรจ์ที่แผ่นหลังยังคงแผดเผาความเจ็บปวดราวกับถูกนาบด้วยเหล็กแดง แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือไอพลังมารสีม่วงคล้ำที่กำลังกัดกินเส้นชีพจรของเขาทีละน้อย มันพยายามแทรกซึมเข้าสู่ตันtian (จุดตันเถียน) เพื่อทำลายรากฐานปราณยุทธ์ที่เขาเพียรสะสมมาแรมปี
“หากท่านยังดันทุรังโคจรปราณด้วยวิธีนั้น เกรงว่าเส้นชีพจรทั่วร่างคงขาดสะบั้นก่อนที่เงาแรกของดวงอาทิตย์จะแตะยอดเขา”
เสียงราบเรียบเย็นชาดั่งหยกกระทบน้ำค้างดังขึ้นจากเบื้องหลัง เซียนหลินซือยืนสง่างามอยู่บนแท่นศิลาเบื้องหน้า นางสวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ไร้รอยเปื้อน แม้ในยามวิกฤตเช่นนี้ รัศมีเซียนรอบกายของนางก็ยังคงสว่างไสวราวกับแสงจันทร์ในคืนเพ็ญ ทว่าลึกลงไปในดวงตาคู่สวยคู่นั้นกลับซ่อนความกังวลระคนร้าวราญที่นางมักซ่อนเร้นไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความเย็นชาเสมอ
หลี่มู่หยางแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองไปยังเงาสะท้อนบนคมกระบี่ “คุณหนูหลิน... วิถีกระบี่ของข้า ข้าเป็นผู้กำหนด แม้ความตายก็ไม่มีสิทธิ์มาแตะต้อง หากพลังมารนี้ต้องการกลืนกินข้า มันคงต้องถามคมกระบี่ในมือข้าเสียก่อนว่ายินยอมหรือไม่”
“ความทะนงตนอย่างไร้เหตุผล!” หลินซือขมวดคิ้วเรียวเล็กน้อย นางก้าวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยก้าวย่างที่ไร้ซุ่มเสียง ปลายกระโปรงยาวลากผ่านพื้นหินราวกับสายน้ำ “ท่านคิดว่าวิถีกระบี่โดดเดี่ยวของท่านจะแบกรับความมืดมิดของหุบเขาหมื่นพิษได้ลำพังหรือ? ลืมไปแล้วหรืออย่างไรว่าพลังมารที่ท่านรับมาเมื่อวาน เป็นการแลกเปลี่ยนเพื่อให้ข้ารอดพ้นจาก ‘หัตถ์เพลิงโลกันตร์’ ของมัน”
คำพูดนั้นทำให้หลี่มู่หยางชะงัก ร่องรอยความดื้อรั้นในแววตาอ่อนลงวูบหนึ่ง เขาจำได้แม่นยำถึงวินาทีที่เงาอัคคีพุ่งเข้าใส่ร่างบางของนาง หากเขาไม่ใช้ ‘วิชากายาโลหิตทมิฬ’ รับการโจมตีแทน หลินซือในยามนั้นคงได้รับบาดเจ็บสาหัสจนยากจะฟื้นคืน
“ข้าเป็นบุรุษ ย่อมต้องปกป้องสตรีที่... อืม ข้าหมายถึง สหายร่วมทาง” หลี่มู่หยางกล่าวแก้เก้อ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย แม้ใบซีดเซียวจะฟ้องชัดถึงอาการบาดเจ็บ
หลินซือจ้องมองเขาด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา นางถอนหายใจยาวเหยียดอย่างจนใจ ความเย็นชาที่นางสะสมมานับร้อยปีราวกับละลายหายไปสิ้นเมื่ออยู่ต่อหน้าบุรุษผู้ไม่กลัวฟ้าดินผู้นี้ “สหายร่วมทางกระนั้นหรือ? หึ... คนเช่นท่าน หากไม่มีข้าคอยเก็บกวาดศพให้ คงตายข้างทางไปนานแล้ว”
นางทรุดกายลงนั่งขัดสมาธิเบื้องหน้าเขา ระยะห่างระหว่างทั้งสองเหลือเพียงคืบ กลิ่นหอมจางๆ ประจำตัวของนาง—กลิ่นหอมของดอกเหมันต์ที่บานท่ามกลางหิมะ—โชยเข้าปะทะนาสิกของหลี่มู่หยาง ช่วยบรรเทาความเร่าร้อนจากพิษในกายลงได้บ้าง
“ท่านนั่งลง... และหลับตาเสีย” หลินซือกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดขึ้น “คืนนี้เราต้องใช้ ‘เพลงกระบี่ผสานใจ’ (Xinjian Heyi Jianfa) เพื่อหลอมรวมพลังหยินหยาง ขับพิษมารออกให้สิ้นซาก มิฉะนั้น เมื่อจันทร์เพ็ญโคจรถึงจุดสูงสุด พลังมารในกายท่านจะแผดเผาร่างจนไม่เหลือแม้แต่กระดูก”
หลี่มู่หยางหรี่ตาลงเล็กน้อย วิชานี้เขารู้จักดี มันคือเคล็ดวิชาบรรพกาลที่ต้องอาศัยผู้ฝึกฝนสองคนที่มีจิตใจผูกพันกันอย่างลึกซึ้ง หลอมรวมกระบี่และดวงจิตเข้าด้วยกัน ไหลเวียนพลังปราณผ่านจุดชีพจรคู่ขนาน หากมีความลังเลแม้แต่น้อย หรือจิตใจไม่บริสุทธิ์ต่อกัน พลังย้อนกลับจะทำให้ธาตุไฟเข้าแทรกและระเบิดร่างแหลกเป็นจุลพร้อมกันทั้งคู่
“เจ้ามั่นใจแค่ไหนว่าจิตใจของเจ้าจะไม่มีความลังเล หลินซือ?” หลี่มู่หยางถามเสียงกระซิบ ใบหน้าของทั้งสองห่างกันเพียงไม่กี่ช́n ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรู้สึกได้
เซียนหลินซือเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของนางไหววับดั่งผิวน้ำยามต้องลม “ข้าฝึกตบะมาตลอดชีวิตเพื่อตัดขาดจากกิเลสทางโลก... แต่ตั้งแต่วันที่ท่านชักกระบี่ปกป้องข้าใต้แสงจันทร์ที่หุบเขารกร้าง ข้าก็รู้ตัวดีว่า... ดวงจิตของข้ามิได้เป็นของข้าอีกต่อไปแล้ว”
คำสารภาพที่ออกมาจากปากของนางเซียนผู้เย็นชาและไร้ความรู้สึกมาตลอดชีวิต ทำให้หัวใจของมือสังหารผู้ผ่านการฆ่าฟันมานับไม่ถ้วนถึงกับกระตุกวูบ ความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดไหลทะลักเข้าสู่ส่วนลึกของจิตวิญญาณ หลี่มู่หยางพยักช้าๆ แววตาทะนงตนแปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งและจริงจัง
“เช่นนั้น... ฝากชีวิตของข้าไว้ที่เจ้าด้วย”
สิ้นคำพูด ทั้งสองก็ประสานฝ่ามือเข้าหากัน ไอพลังสีขาวบริสุทธิ์จากร่างของหลินซือพวยพุ่งขึ้นประสานกับไอพลังสีดำทมิฬของหลี่มู่หยาง เกิดเป็นแสงสว่างวาบเจิดจ้าขับไล่ความมืดมิดภายในถ้ำศิลาจนสว่างไสวราประหนึ่งกลางวัน
กระบี่ไร้ลักษณ์และกระบี่จันทร์กระจ่างลอยคว้างอยู่เหนือศีรษะของทั้งคู่ คมกระบี่ทั้งสองเล่มหมุนวนเข้าหากันช้าๆ สะท้อนแสงประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวบนฟากฟ้า ทว่า ในขณะที่พลังปราณกำลังไหลเวียนเข้าสู่จุดชีพจรหลักอย่างราบรื่นนั้นเอง พื้นถ้ำเบื้องล่างก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
*ครืนนน—!*
เศษหินน้อยใหญ่ร่วงหล่นลงมาจากเพดานถ้ำ เสียงคำรามต่ำราวกับเสียงคำรามของอสูรร้ายจากขุมนรกดังสะท้อนก้องมาจากอุโมงค์เบื้องล่าง หลี่มู่หยางลืมตาขึ้นทันที ประกายตาดุดันฉายชัด เขารับรู้ได้ถึงไอสังหารอันคุ้นเคยที่แผ่ขยายเข้ามาใกล้
“พวกมันตามมาเร็วกว่าที่คิด...” หลี่มู่หยางขบกรามแน่น พิษในกายยังขับออกไม่ถึงครึ่ง หากตอนนี้ต้องเผชิญหน้ากับศัตรู สถานการณ์ย่อมเข้าขั้นวิกฤต
หลินซือยังคงหลับตา นั่งนิ่งราวกับรูปสลักหยก เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นตามไรผมของนาง แม้ร่างกายจะสั่นเทราจากการต้านทานแรงสะท้อน แต่ฝ่ามือที่ประสานกันไว้กลับยิ่งจับแน่นขึ้น นางกล่าวลอดไรฟันด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยวไม่แพ้กัน
“อย่าไขว้เขว... ข้ากำลังเปิดประตูจิตวิญญาณขั้นที่เก้า หากท่านปล่อยมือตอนนี้ เราทั้งคู่จะกลายเป็นเพียงเศษธุลี!”
หลี่มู่หยางสูดหายใจเข้าลึกระงับความกระวนกระวายในใจ เขากลับมาหลับตาลงอีกครั้ง โคจรลมปราณตามวิถีที่หลินซือชี้นำ ปล่อยให้กระบี่ในจิตสำนึกหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับนาง ท่ามกลางเสียงฝีเท้าจำนวนนับไม่ถ้วนที่กำลังย่างกรายเข้ามาใกล้ปากถ้ำทีละน้อย... ทีละน้อย...
ทว่า ทันใดนั้นเอง เสียงหัวเราะเยือกเย็นอันคุ้นเคยก็ดังแทรกเข้ามาผ่านม่านพลังปราณ เสียงนั้นดังมาจากด้านหลังสุดของอุโมงค์—จุดที่ควรจะเป็นทางตันที่ไม่มีทางเข้าออกได้!
*แปะ... แปะ... แปะ...*
เสียงปรบมือดังขึ้นสามครั้ง ตามด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่เอ่ยขึ้นราวกับปีศาจกระซิบข้างหู
“ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง... ความรักของเซียนสาวผู้สูงส่งกับมือสังหารผู้ตกอับ ช่างน่าเวทนาและงดงามในคราเดียวกัน”
หลี่มู่หยางลืมตาโพรงขึ้นทันที นัยน์ตาฉายแววสังหารล้ำลึก เขาหันขวับไปมองยังเงาดำที่ก้าวทะลุม่านพลังศิลาเข้ามา บุคคลผู้นั้นสวมหน้ากากเงินลายอสูร และในมือข้างขวาของมัน กำลังถือวัตถุชิ้นหนึ่งที่ทำให้หัวใจของหลี่มู่หยางหยุดเต้นไปชั่วขณะ—
นั่นคือป้ายหยกประจำตัวของ ‘อาจารย์’ ผู้ล่วงลับของเขา ซึ่งถูกเก็บรักษาไว้ใจกลางค่ายกลลับของหุบเขาพันกระบี่มาตลอดสิบปี!
— โปรดติดตามตอนต่อไป —
---
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่นี้ด้วยกันนะครับ
กระบี่นิรนามกับนางเซียนผู้สังหารดารา•ตอนที่ 15
เพลงกระบี่ผสานใจ
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่นิรนามกับนางเซียนผู้สังหารดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!