กระบี่นิรนามกับนางเซียนผู้สังหารดารา•ตอนที่ 7

พันธะแห่งความลับ

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โลหิตสีดำคล้ำหยดลงกระทบพื้นศิลา กลิ่นอายคาวคละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นหอมเย็นของดอกเหมันต์พันปีที่ลอยอวลอยู่ในความมืดมิดของคูหาลับใต้ดิน "ศิษย์พี่... ท่านคิดจริงๆ หรือว่า ข้าจะปล่อยให้ความลับนี้ตายไปพร้อมกับพวกมัน?" เสียงแหบพร่าทว่าเต็มไปด้วยจิตสังหารของทรชนแซ่ไป๋ดังสะท้อนก้อง ผนึกศิลาเบื้องหน้าพลั่นสั่นสะเทือน กลไกอาคมอักขระโบราณนับร้อยพุ่งทะยานออกมาจากผนังราวกับฝูงอสรพิษเหล็กไหล เป้าหมายคือร่างระหงที่ยืนตระหง่านอยู่กลางวงล้อม—เซียนหลินซือ หลินซือในยามนี้ไร้ซึ่งความเย่อหยิ่งจองหองดังเช่นยามปกติ อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์บัดนี้เปรอะเปื้อนด้วยคราบฝุ่นผงและรอยเลือดจางๆ ปราณคุ้มกายของนางสั่นไหวรุนแรงจนแทบแตกสลาย พิษสลายวิญญาณเจ็ดราตรีที่ถูกเคลือบไว้บนลูกศรกลไกซ่อนเร้นได้ซึมซาบเข้าสู่เส้นชีพจรของนางเรียบร้อยแล้ว ความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านจากปลายนิ้วลามเลียขึ้นสู่หัวใจ ทว่าแววตาคู่คมกริบราวกับกระบี่น้ำแข็งของนางยังคงทอประกายเด็ดเดี่ยว นางไม่เคยเกรงกลัวความตาย... สิ่งเดียวที่นางเสียดาย คือความลับที่ยังไม่ถูกเปิดเผย และเงาร่างหนึ่งที่ติดค้างอยู่ในห้วงคำนึง ยามที่ลูกศรอาบพิษนับพันดอกกำลังจะพุ่งทะล่วางวายร่างของนาง ร่างของหลี่มู่หยางก็พุ่งแหวกความมืดเข้ามาดั่งสายฟ้าฟาด! "ช้าไป" มู่หยางคำรามในลำคอ แขนเสื้อสะบัดวูบ ฝ่ามือเรียวยาวดุจหยกสลักซัดเข็มเงินเจ็ดเล่มออกไปในองศาที่แม่นยำราวจจับวาง เสียงโลหิตกระทบอากาศและเสียงโลหะปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหว เข็มเงินของเขาสกัดกั้นวิถีลูกศรพิษเหล่านั้นจนแหลกละเอียดเป็นผุยผง ทว่า... กลไกชุดสุดท้ายกลับซ่อนพิษร้ายแรงกว่าที่คาด มันคือ "หนามมัจจุราชโลหิต" ที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นศิลา *ฉับ!* คมหนามพุ่งทะลวงผ่านชายผ้าของหลินซือ แต่มู่หยางกลับขยับกายเข้าขวางอย่างไม่ลังเล คมมีดอาบพิษกรีดผ่านหัวไหล่ซ้ายของเขาจนเนื้อหนังฉีกขาด โลหิตสีแดงสดพวยพุ่งย้อมอาภรณ์สีเข้มของเขาให้ชุ่มโชก "เจ้า...!" หลินซืออุทานออกมาด้วยความตกตะลึง ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย นางไม่คาดคิดเลยว่าบุรุษผู้เย่อหยิ่ง เย็นชา และมักจะรักษา ระยะห่างจากผู้อื่นเสมอผู้นี้ จะยอมเอาชีวิตเข้ามารับคมพิษแทนตน "หุบปากแล้วยืนนิ่งๆ เสีย" มู่หยางกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ริมฝีปากของเขาซีดเซียวลงถนัดตาเนื่องจากพิษร้ายเริ่มลุกลามเข้าสู่กระแสเลือดของตนเอง แต่แววตาของเขากลับคมปลาบดุดันยิ่งกว่าเดิม มือขวาของเขากุมด้ามกระบี่นิลกาฬไว้แน่น ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ระเบิดออกมาจากร่างจนศิลาโดยรอบแตกร้าวเป็นรอยแยก เพียงพริบตาเดียว เงากระบี่สายหนึ่งก็วาบผ่านความมืด ศิรษะของทรชนแซ่ไป๋หลุดลอยกระเด็นพร้อมกับโลหิตที่พุ่งทะลักราวกับน้ำพุ ความเงียบงันกลับมาปกคลุมคูหาอีกครา ทิ้งไว้เพียงกลิ่นคาวเลือดและเสียงหอบหายใจแผ่วเบาของคนทั้งสอง หลินซืორიบก้าวเข้าไปประคองร่างที่กำลังเซถอยหลังของมู่หยาง นางหยิบเม็ดยาสลายพิษระดับสูงออกมาจากแหวนมิติด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย นางไม่เคยสั่นเทาเช่นนี้มาก่อนในชีวิต แม้ในยามเผชิญหน้ากับยอดฝีมืออันดับหนึ่งในยุทธภพ นางก็ยังคงสงบนิ่งดั่งบึงน้ำไร้ระลอกคลื่น แต่ในยามนี้... หัวใจที่ด้านชามานานนับปีกลับเต้นรัวเร็วจนแทบหลุดออกมาจากอก "ทำไม... ทำไมต้องเอาชีวิตเข้าแลก?" เสียงของนางแผ่วเบาและสั่นเครือ เจือความรู้สึกที่นางเองก็ไม่อาจนิยามได้ มู่หยางเงยหน้าขึ้นสบตาจ้องมองนาง แววตาคมปลาบอ่อนลงวูบหนึ่ง มุมปากหยักยกยิ้มเยาะหยันตนเองเล็กน้อย "เพราะข้าไม่อนุญาตให้ผู้ใด... มาพรากชีวิตของเจ้าไปต่อหน้าข้าได้ทั้งนั้น" คำพูดนั้นทรงพลังและหนักแน่น ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของหลินซือราวกับเสียงระฆังสำนักเซียนที่ตีปลุกวิญญาณ กำแพงน้ำแข็งที่นางสร้างขึ้นเพื่อปิดกั้นหัวใจมาตลอดหลายปี บัดนี้เกิดรอยร้าวขนาดใหญ่ขึ้นแล้ว ความเย็นชาทั้งปวงเริ่มละลายหายไป เหลือเพียงความอบอุ่นแปลกประหลาดที่ไหลซึมเข้าสู่ก้นบึ้งของหัวใจ นางใช้พลังปราณบริสุทธิ์ช่วยขับพิษออกจากแผลให้เขาอย่างระมัดระวัง ปลายนิ้วเรียวงามสัมผัสโดนผิวเนื้อของเขาเบาๆ ความใกล้ชิดนี้ทำให้บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่แปลกประหลาด หัวใจของยอดฝีมือหญิงแห่งหอจันทร์กระจ่างสั่นไหวอย่างรุนแรง นางไม่เคยยอมก้มหัวให้ผู้ใด และไม่เคยยอมให้บุรุษใดเข้าใกล้ชิดถึงเพียงนี้ ทว่ายามนี้... นางกลับยอมจำนนต่อสายตาคู่นั้นอย่างสิ้นเชิง "พิษนี้ร้ายกาจนัก หากไม่ใช้วิธีโคจรปราณคู่ประสาน เราทั้งคู่... อาจต้องตายอยู่ที่นี่" หลินซือกล่าวด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับให้ราบเรียบ แต่มันกลับเจือความลังเลอย่างเห็นได้ชัด มู่หยางขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ "เช่นนั้น... เจ้ายังลังเลอันใดอยู่เล่า?" นางชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่แววตาจะเปลี่ยนเป็นแน่วแน่ นางขยับกายเข้าไปใกล้เขาจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกัน ความเงียบงันถูกแทนที่ด้วยเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกันในความมืดมิด ทว่า ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งสองกำลังจะแนบชิดกันเพื่อเริ่มโคจรปราณประสานวิญญาณนั้นเอง... *เปรี้ยง!* ผนังศิลาเบื้องบนระเบิดออกเป็นจุล เศษหินและฝุ่นควันตลบอบอวล แรงกดดันมหาศาลระดับขอบเขตหลอมรวมลมปราณกดทับลงมาจากเบื้องบนจนกระบี่ในมือมู่หยางสั่นสะเทือนครางฮือ เงาร่างในชุดคลุมสีดำสนิทผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่บนปากหลุมศิลา ใบหน้าสวมหน้ากากทองคำรูปอสูรยิ้มเยาะ ดวงตาคู่ภายใต้หน้ากากคู่นั้นจับจ้องมาที่พวกเขาทั้งสองด้วยแววตาสمเพชเวทนา "ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง... หลินซือ เซียนผู้สูงส่ง กับ มือสังหารนอกรีต" เสียงหัวเราะแหברי้วดังขึ้นจากร่างปริศนา "น่าเสียดายนัก... ที่พวกเจ้าจะไม่มีโอกาสได้ใช้ค่ำคืนนี้ร่วมกันอีกแล้ว เพราะสิ่งที่พวกเจ้ากำลังตามหา... แท้จริงแล้วมันอยู่บนศพของคนทรยศที่พวกเจ้าฆ่าไปเมื่อครู่ต่างหาก!" มู่หยางและหลินซือพลันสะท้านเฮือก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นพร้อมกันเมื่อตระหนักถึงความจริงอันน่าสะพรึงกลัวที่ถูกเปิดเผยออกมาในวินาทีเป็นตายนี้! ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่นิรนามกับนางเซียนผู้สังหารดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%