กระบี่นิรนามกับนางเซียนผู้สังหารดารา•ตอนที่ 6

วิถีแห่งธรรมที่สั่นคลอน

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
ความมืดมิด ณ เบื้องหน้าหน้าผาสูชันมิได้ว่างเปล่า มันมีชีวิต มันมีลมหายใจ และมันกำลังหัวเราะเยาะหยันต่อความไร้เดียงสาของเหล่าผู้ฝึกตนที่เที่ยวท่องไปในยุทธภพด้วยความเชื่อมั่นอันโง่เขลา หลี่มู่หยางยืนนิ่งค้างอยู่ในท่าเตรียมปลิดชีพศัตรู ร่างของมือสังหารหนุ่มถูกตรึงไว้ด้วยเสียงหัวเราะปริศนาที่ดังระคนมากับสายลมราตรี ไอพิษสีม่วงคล้ำที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อสั่นระริกตามชีพจรที่เต้นเร้ำไม่เป็นจังหวะ นี่มิใช่เสียงของวิญญาณเร่ร่อน แต่มันคือเสียงของ "ผู้ล่า" ที่เฝ้ามองดูละครสัตว์โรงนี้มาตั้งแต่ต้น "เจ้าสำนักผู้ทรงคุณธรรม... ท่านยังจดจำกลิ่นคาวเลือดที่ตีนเขาเมื่อสิบปีก่อนได้หรือไม่?" เสียงนั้นแห้งผากและเสียดสีราวกับแผ่นโลหะขูดกัน ทว่ามันกลับก้องกังวานอยู่ในห้วงความคิดของเซียนหลินซือ นางเซียนผู้สง่างามราวรูปสลักน้ำแข็งถึงกับชะงักงัน กระบี่ในมือที่เคยเปล่งประกายเจิดจ้าดั่งดารา กลับหม่นแสงลงวูบหนึ่งอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ดวงตาคู่คมปลาบของหลี่มู่หยางเหลือบมองสตรีข้างกาย เขาเห็นรอยสั่นไหวเล็กๆ ที่มุมปากของนาง แม้จะเป็นเพียงเสี้ยววินาที แต่นั่นก็มากพอที่จะบอกว่า หอจันทร์กระจ่าง สำนักที่นางอุทิศทั้งชีวิตและวิญญาณเพื่อปกป้องคุ้มครอง มิได้ขาวสะอาดดั่งหยกแท้ตามคำสอนที่นางท่องจำมาตลอดชีวิต "หลินซือ ถอยออกไปสามก้าว" หลี่มู่หยางเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน มือขวาของเขากุมด้ามกระบี่มั่น ขณะที่มือซ้ายเตรียมดีดเข็มพิษมรกตไร้เงาออกไปทุกเมื่อ ความตึงเครียดในอากาศหนาแน่นจนแทบจะกลายเป็นของแข็ง "นี่คือเรื่องภายในของสำนักเรา..." เสียงของเซียนหลินซือแหบพร่าผิดคาด นางเอ่ยออกมาราวกับคนละเมอ ความเยือกเย็นชาที่เคยเป็นเกราะคุ้มกันจิตใจ บัดนี้กลับถูกรอยร้าวแห่งความสงสัยกัดเซาะจนพรุน ภาพจำของคัมภีร์วิถีธรรมะอันสูงส่ง กฎระเบียบร้อยแปดข้อที่นางยึดถือราวกับชีวิต และคำสอนของเจ้าสำนักผู้เปี่ยมด้วยเมตตา... ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังถูกตั้งคำถามด้วยประโยคเดียวจากความมืด พรึบ! เงาร่างสายหนึ่งพุ่งทะยานออกมาจากหมอกทึบด้วยความเร็วที่เหนือล้ำ เกินกว่าขอบเขตปราณนภาขั้นที่ห้าจะจินตนาการได้ ร่างนั้นสวมชุดคลุมสีเทาเก่าคร่ำคร่า ใบหน้าถูกปกปิดด้วยหน้ากากไม้แกะสลักเป็นรูปอสูรไร้ปาก ทว่ากลิ่นอายที่แผ่ออกมากลับเป็น "วิชาปราณหยาดฟ้า" ซึ่งเป็นเคล็ดวิชาลับสุดยอดที่มีเพียงผู้อาวุโสระดับสูงของหอจันทร์กระจ่างเท่านั้นที่ฝึกฝนได้! "ผู้อาวุโส... หรือว่าท่านคือ..." หลินซืออุทานออกมาเสียงหลง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก นางไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ประจักษ์แก่สายตา วิชาที่นางใช้ปราบปรามเหล่ามารร้ายมาตลอดชีวิต บัดนี้กลับถูกใช้ออกโดยเงาดำผู้ซ่อนเร้นอำมหิตเบื้องหน้านี้ "ศิษย์หลานโง่เขลา เจ้าคิดว่าความสงบสุขของหอจันทร์กระจ่างได้มาอย่างไร? คิดว่าเลือดของมารโลหิตนับพันเมื่อสิบปีก่อน ระเหยหายไปเองโดยไร้มลทินกระนั้นหรือ?" ผู้อายุน้อยกว่าในเงาหน้ากากหัวเราะเยาะ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความดูแคลน "พวกเราเหยียบย่ำซากศพของผู้คนนับไม่ถ้วนเพื่อสร้างบัลลังก์แห่งคุณธรรมนี้ขึ้นมา เจ้าเองก็เปื้อนเลือดไม่ต่างจากข้า... เพียงแต่เจ้ามีผ้าแพรขาวสะอาดคอยปิดบังตาไว้เท่านั้น!" คำพูดแต่ละคำเปรียบเสมือนลิ่มเหล็กที่ตอกย้ำลงไปในจิตใจของเซียนหลินซือ นางเซเซถอยหลังไปกึ่งก้าว กระบี่ในมือเกือบจะร่วงหล่นลงพื้น วิถีแห่งธรรมที่นางศรัทธามาตลอดชีวิต ราวกับกำลังพังทลายลงต่อหน้าต่อตา ดั่งปราสาททรายที่ถูกคลื่นซัดสาดจนไม่เหลือเค้าโครงเดิม หลี่มู่หยางลอบถอนหายใจยาวนานในใจ มือสังหารเช่นเขารู้ซึ้งดีว่าความจริงมักน่ารังเกียจกว่าความเท็จเสมอ ทว่าการได้เห็นหญิงสาวผู้สูงส่งต้องมาแตกสลายเพราะความจริงข้อนี้ กลับสร้างความเจ็บปวดแปลกประหลาดขึ้นในอกของบุรุษผู้เย็นชา "วิถีแห่งธรรมอันจอมปลอมเช่นนี้ สมควรถูกเผาให้เป็นจุลตั้งแต่แรกแล้ว" หลี่มู่หยางก้าวขึ้นมาบังร่างของเซียนหลินซือไว้ครึ่งหนึ่ง ปราณกระบี่สีนิลกาฬระเบิดออกจากร่างจนเสื้อผ้าสะบัดปลิว "หากสำนักของเจ้าสร้างขึ้นบนซากศพและความลวงโลก เช่นนั้นในฐานะมือสังหาร... ข้าคงต้องรับงานชิ้นใหญ่อีกสักครั้งในการล้างบางพวกปลอมแปลงทั้งหลาย!" "ฮ่าๆๆๆ ดี! ช่างปากกล้าสมกับเป็นทายาทกระบี่ไร้เงา!" เงาหน้ากากอสูรสะบัดมือ พลังปราณรุนแรงม้วนตัวเป็นพายุหมุนกวาดเข้าใส่ทั้งสองคน "ในเมื่อพวกเจ้าอยากรู้นัก งั้นก็จงนำความรู้นี้ลงไปโลงศพพร้อมกันเถอะ!" การต่อสู้ระเบิดขึ้นกลางความมืดอย่างไร้ความปราณี ดาบและกระบี่กระทบกันจนเกิดประกายไฟสว่างวาบราวกับดวงดาวที่ร่วงหล่น หลี่มู่หยางเคลื่อนไหววับๆ แวมๆ ดั่งภูตผี พิษร้อยชนิดถูกปลดปล่อยออกไปในอากาศกลายเป็นหมอกสีรุ้งมรณะ ทว่าผู้อาวุโสใต้หน้ากากกลับคุ้นเคยกับวิชาของหอจันทร์กระจ่างเป็นอย่างดี ทุกกระบวนท่าที่อีกฝ่ายรุกคืบจึงแม่นยำและทรงพลังราวกับล่วงรู้ความคิดล่วงหน้า เซียนหลินซือยังคงยืนนิ่งงันอยู่ท่ามกลางห้วงพายุแห่งการฆ่าฟัน ดาบในมือของนางสั่นเทา นางมองดูอาจารย์หรือผู้อาวุโสที่นางเคารพรักกำลังห้ำหั่นกับบุรุษผู้ที่นางเพิ่งมอบหัวใจให้ ความสับสน แตกสลาย และความโกรธเกรี้ยวระเบิดขึ้นในอกจนลมปราณตีกลับ กระอัก! โลหิตสีแดงสดพุ่งทะลักออกจากริมฝีปากบางของนาง หยดลงบนพื้นหญ้าสีเขียวขจีจนเกิดเป็นคราบดำสนิทจากพิษในร่างกายที่กำเริบขึ้นยามจิตใจแตกซ่าน "หลินซือ!" หลี่มู่หยางแผดเสียงด้วยความร้อนรน สมาธิของเขาหลุดไปชั่วขณะเมื่อเห็นร่างเพรียวบางเซถลาล้มลง และนั่นคือช่องว่างเพียงเสี้ยววินาทีที่มือสังหารระดับปรมาจารย์ไม่มีวันปล่อยให้หลุดมือ ร่างในชุดคลุมสีเทาพุ่งทะยานเข้ามาประชิดตัว พร้อมกับกระบี่เล่มยาวที่อาบด้วยปราณสีโลหิต พุ่งตรงเข้าเสียบทะลุหัวใจของหลี่มู่หยางจากด้านหลังโดยที่เขาไม่ทันตั้งรับ! ฉึก! เสียงคมดาบทะลุเนื้อดังสนั่นท่ามกลางเสียงคำรามของสายลมราตรี หลี่มู่หยางเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ก้มมองคมกระบี่ที่ยื่นออกมาจากอกเสื้อของตนเอง โลหิตอุ่นๆ ไหลรินหยดลงบนพื้นดินทีละหยด... ทว่าก่อนที่สติของเขาจะดับวูบลง เสียงหัวเราะอันเยือกเย็นระลอกใหม่จากบุคคลที่สามที่ยืนอยู่เหนือยอดไม้สูง ก็ดังแทรกขึ้นมาทำลายทุกความเงียบงัน "ศิษย์พี่... ท่านคิดจริงๆ หรือว่า ข้าจะปล่อยให้ความลับนี้ตายไปพร้อมกับพวกมัน?" ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงเวลาอันมืดมิดและงดงามนี้ไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่นิรนามกับนางเซียนผู้สังหารดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%