กระบี่นิรนามกับนางเซียนผู้สังหารดารา•ตอนที่ 5

ศัตรูร่วมสายเลือด

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
"หากเจ้ายังก้าวเข้ามาอีกเพียงครึ่งชốn หลี่มู่หยางผู้นี้จะถือว่าเจ้าเลือกทางเดินไปสู่ปรภพ" น้ำเสียงของหลี่มู่หยางราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงไร้ระลอก แต่มันกลับแฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันเข้มข้นจนทำให้บรรยากาศรอบกายพลันทึบตันลงถนัดตา มือซ้ายของเขายังคงซุกซ่อนอยู่ภายในแขนเสื้อกว้าง ปลายนิ้วสัมผัสกับความเย็นยะเยือกของขวดพิษร้อยชนิดที่พร้อมจะสาดกระจายออกไปทุกเมื่อ ขณะที่มือขวาก็กระชับด้ามกระบี่นิลกาฬแน่นจนข้อต่อกระดูกขึ้นสีขาวซีด เบื้องหน้าของเขาคือเซียนหลินซือ นางเซียนผู้สง่างามราวกับรูปสลักน้ำแข็งแห่งหอจันทร์กระจ่าง อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางพลิ้วไหวตามแรงกดดันจากลมปราณที่แผ่ออกมา แม้ในยามเผชิญหน้ากับมือสังหารอันดับหนึ่งผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเหี้ยมโหด ดวงตาคู่คมกริบดั่งหงส์ของนางกลับมิได้ปรากฏแววตื่นกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความเย็นชาและประกายระยิบระยับที่ยากจะหยั่งถึง ทว่า ก่อนที่คมกระบี่และกระบวนท่าเซียนจะปะทะกันจนเลือดนองพื้น สิ่งแปลกปลอมบางอย่างก็แทรกตัวเข้ามาทำลายความตึงเครียดนี้ *เปร๊าะ...* เสียงกิ่งไม้แห้งหักดังขึ้นจากเงาไม้เบื้องหลังกลุ่มหมอกหนา มันไม่ใช่เสียงของสัตว์ป่าหรือลมพายุ แต่มันคือเสียงฝีเท้าของมนุษย์ที่จงใจก้าวเข้ามาอย่างเยือกเย็นและมั่นใจในพลังยุทธ์ของตนเอง หลี่มู่หยางหรี่ตาลงเล็กน้อย สัญชาตญาณมือสังหารกรีดร้องเตือนภัยในทันที เช่นเดียวกับเซียนหลินซือที่สะบัดชายแขนเสื้อเบาๆ ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ก่อตัวขึ้นที่ปลายนิ้วของนางโดยสัญชาตญาณ ทั้งสองคนแม้จะยืนอยู่คนละฟากฝั่งของความแค้นและวิถียุทธ์ แต่ในยามนี้ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดได้ประสานเสียงกันอย่างไร้รอยต่อ "ฮ่าๆๆๆ ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง..." เสียงหัวเราะทุ้มต่ำราวกับเสียงระฆังสำริดดังสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขา จากนั้นร่างในชุดคลุมสีดำสนิทปักลวดลายอสรพิษดิ้นทองก็ก้าวพ้นม่านหมอกออกมา ชายผู้นั้นสวมหน้ากากเงินครึ่งซีก เปิดเผยให้เห็นเพียงรอยยิ้มหยันที่มุมปากและดวงตาคู่วายร้ายที่ฉายแววเหี้ยมเกรียม "ที่แท้ก็เป็นสุนัขรับใช้แห่งพรรคอสูรโลหิต... โจวอี้เฟิง" เซียนหลินซือเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น ปราณรอบตัวนางแปรเปลี่ยนเป็นคมดาบน้ำแข็งนับร้อยเล่มที่พร้อมพุ่งเข้าเสียบทะลวง หลี่มู่หยางไม่กล่าววาจาใดๆ แต่แววตาของเขาคมกราบขึ้นทันที โจวอี้เฟิงผู้นี้ไม่ใช่ศัตรูทั่วไป มันคือรองประมุขพรรคอสูรโลหิต ผู้ใช้ "วิชาโลหิตผลาญวิญญาณ" ที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยม และที่สำคัญ... มันคือคนที่ถือครองบันทึกยุทธภพหน้าที่หายไป ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับความตายของอาจารย์เขา "เซียนหลินซือ... เจ้ากับข้ายังสะสางบัญชีกันไม่จบ แต่ดูเหมือนสุนัขตัวนี้อยากจะเป็นศพแรกที่ถูกสังเวย" หลี่มู่หยางเอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายตาจากเป้าหมายเบื้องหน้า น้ำเสียงของเขาเจือความเย้ยหยัน "หุบปากของเจ้าเสีย หลี่มู่หยาง ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อร่วมมือกับเจ้า แต่ข้าจะฆ่ามันก่อน แล้วค่อยปลิดชีพเจ้าตาม" เซียนหลินซือกล่าวตอบอย่างถือดี แต่นางก็ขยับกายมาขนาบข้างเขาโดยอัตโนมัติ สร้างรูปขบวนรับมือแบบประกบซ้ายขวาอย่างสมบูรณ์แบบ "ปากดีนักนะ แม่นางน้อยแห่งหอจันทร์กระจ่าง กับเจ้ามือสังหารไร้เงาผู้ตกอับ..." โจวอี้เฟิงแค่นเสียงหัวเราะ มันกางมือออกทั้งสองข้าง ไอพลังสีแดงฉานพวยพุ่งขึ้นจากฝ่ามือจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว "พวกเจ้าคิดจริงๆ หรือว่า การมารวมตัวกันที่หุบเขาแห่งนี้จะเป็นเรื่องบังเอิญ? วันนี้ ข้าจะใช้เลือดของพวกเจ้าทั้งสองคนเพื่อหลอมสร้าง 'ศาสตราโลหิต' ให้สมบูรณ์!" สิ้นเสียงของโจวอี้เฟิง พลังปราณสายหนึ่งก็ระเบิดออกราวกับภูเขาไฟระเบิด แรงกดดันมหาศาลถาโถมเข้าใส่ทั้งสองคนจนพื้นดินใต้เท้าแตกร้าวเป็นทางยาว กลิ่นอายคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ บ่งบอกถึงระดับพลังที่เหนือล้ำกว่าขอบเขตทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด หลี่มู่หยางสูดลมหายใจเข้าลึก ภายในอกสัมผัสได้ถึงความเดือดพล่านของเลือดลม ชายหนุ่มเหลือบมองสตรีข้างกายชั่วพริบตา เห็นเพียงเสี้ยวหน้าอันงดงามที่เย็นชาดั่งน้ำแข็งแต่มั่นคงดั่งขุนเขา "สตรีเย่อหยิ่งเช่นเจ้า หากตายในที่แห่งนี้คงน่าเสียดายยิ่งนัก" หลี่มู่หยางกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "ห่วงตัวเจ้าเองเถอะ หลี่มู่หยาง หากเจ้าตายก่อน ข้าจะเผาศพเจ้าด้วยไฟบรรัลกัลป์" เซียนหลินซือตอบกลับโดยไม่หันมามอง แต่มุมปากของนางกลับยกขึ้นเล็กน้อยอย่างแทบสังเกตไม่เห็น ในวินาทีถัดมา ทั้งหลี่มู่หยางและเซียนหลินซือก็พุ่งทะยานออกไปพร้อมกันราวกับลูกธนูที่หลุดจากแหล่ง ปราณกระบี่สีนิลและปราณเซียนสีขาวบริสุทธิ์ผสานเข้าหากันกลางอากาศ พุ่งเข้าประจันหน้ากับคลื่นโลหิตของโจวอี้เฟิงอย่างไม่เกรงกลัวฟ้าดิน เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขาลึก การต่อสู้แบบเอาชีวิตเข้าแลกได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ทว่า ท่ามกลางความชุลมุนของการปะทะอันดุเดือด หลี่มู่หยางกลับสังเกตเห็นประกายแสงประหลาดพาดผ่านดวงตาของโจวอี้เฟิง—มันไม่ใช่แววตาของผู้ที่กำลังจะเพลี่ยงพล้ำ แต่เป็นแววตาของ "ผู้ล่า" ที่ต้อนเหยื่อให้เข้ามาในกรงขังที่เตรียมไว้ล่วงหน้า และก่อนที่กระบี่ของเขาจะปักเข้าที่หัวใจของศัตรู เสียงหัวเราะที่สามจากทิศทางที่มืดมิดที่สุดของหน้าผาก็ลอยมาตามสายลม... เสียงที่ทำให้หัวใจของมือสังหารผู้เยือกเย็นถึงกับกระตุกวูบ ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่นิรนามกับนางเซียนผู้สังหารดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%