เศษเสี้ยวป้ายหยกสลักรูปอสูรโลหิตที่จมดิ่งลงสู่โคลนตมเบื้องล่าง สะท้อนประกายแสงสีชาดอันชวนอהวณ อาบย้อมผืนป่าไผ่รกร้างแห่งนั้นให้ราวกับอาบด้วยโลหิตสดๆ หลี่มู่หยางมิได้ใส่ใจกับหมากตัวที่ถูกทิ้งขว้างนั้น แม้ในยามนี้บาดแผลฉกรรจ์บริเวณหัวไหล่ซ้ายจะยังคงส่งกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง และพิษย้อนโลหิตที่ถูกซัดใส่เมื่อครู่กำลังกัดกินเส้นชีพจรของเขาอย่างเงียบเชเชียบ
ทว่า ดวงตาคมกริบดั่งคมกระบี่ของบุรุษหนุ่มกลับทอประกายเย้ยหยันฟ้าดิน เขายกแขนเสื้อขึ้นช้าๆ ปลดปล่อยควันสีครามจางๆ ขับพิษร้ายกาจออกทางปลายนิ้ว ดำเนินวิถีโคจรลมปราณทวนกระแสอย่างอาจหาญ ในยุทธภพนี้ มีผู้ใดบ้างไม่รู้ว่า "หลี่มู่หยาง" คือผู้ใด นามของเขาคือกรงขังแห่งความตาย และวิถีกระบี่ของเขาคือบทเพลงส่งวิญญาณ
ทว่า ในขณะที่เงาร่างของเขากำลังจะหายลับไปในความมืดมิดของราตรี บรรยากาศรอบกายกลับพลันเย็นเยียบลงอย่างฉับพลัน ความกดดันมหาศาลแผ่ซ่านกดทับลงมาจากฟากฟ้า ราวกับยอดเขาไท่ซานกำลังกดทับลงบนบ่า
*ฉึก!*
ใบไม้ไผ่ที่ร่วงหล่นนับพันใบถูกตัดขาดเป็นสองท่อนอย่างสมบูรณ์แบบกลางอากาศ ไม่ใช่ด้วยคมกระบี่ แต่ด้วย "จิตสังหาร" ที่บริสุทธิ์และหนทึบจนกลรูปเป็นคมมีดอันไร้รูปร่าง
หลี่มู่หยางหยุดฝีเท้า ร่างกายตึงเกร็งขึ้นโดยสัญชาตญาณ เขามิได้หันกลับไปทันที หากแต่กวาดสายตามองเงาสะท้อนบนใบคายที่อยู่เบื้องหน้า
ณ ที่นั้น ท่ามกลางแสงจันทร์นวลผ่องที่สาดส่องทะลุผ่านหมู่แมกไม้ ร่างระหงในชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ราวหิมะแรกฤดูยืนหยัดอยู่อย่างสง่างาม ทว่าเย็นชาจนน่าสะพรึงกลัว เส้นผมสีดำสนิทปลิวไสวตามสายลมยามวิกาล ดาบยาวในฝักสลักลวดลายจันทรากระจ่างสะท้อนประกายวาววับ นางคือเซียนหลินซือ ยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งหอจันทร์กระจ่าง ผู้ซึ่งชาวยุทธยกย่องให้เป็นเทพธิดาผู้พิทักษ์ธรรมะ ทว่าในยามนี้ แววตาคู่นั้นกลับไร้ซึ่งความเมตตา มีเพียงความว่างเปล่าดั่งสระน้ำแข็งพันปีที่ไร้ระลอกคลื่น
"หนีไม่พ้นแล้วกระมัง... หลี่มู่หยาง"
น้ำเสียงหวานใสดุจไข่มุกกระทบจานหยก แต่อัดแน่นด้วยพลังลมปราณที่ทำให้โลหิตในกายของคนฟังปั่นป่วน นางเอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะชายตามองบาดแผลฉกรรจ์บนตัวเขา
หลี่มู่หยางแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปาก แม้ลมหายใจจะเริ่มติดขัดจากพิษกำเริบ แต่ความทะนงตนในกระดูกดำของเขามิเคยลดน้อยลงแม้แต่น้อย เขค่อยๆ หันกลับมาประสานสายตากับนาง ชายหนุ่มโน้มตัวลงเล็กน้อยราวกับกำลังคารวะสหายเก่า มากกว่าการเผชิญหน้าระหว่างศัตรูคู่อฆาต
"ที่แท้ก็เป็นคุณหนูหลิน... ลมหนาวจากหอจันทร์กระจ่างเหตุใดจึงพัดพาเจ้ามาถึงดินแดนโสมمสเช่นนี้เล่า? หรือว่า... ความเงียบงันบนยอดเขาทำให้เจ้าเหงา จนต้องดั้นด้นมาหาความตายด้วยตนเอง?"
คำพูดเย้าแหย่เจือกลิ่นอายท้าทาย ทำให้คิ้วเรียวสวยของเซียนหลินซือขมวดเข้าหากันเล็กน้อย นางย่างก้าวเข้ามาใกล้ทีละน้อย ทุกย่างก้าวที่นางเดินผ่าน พื้นดินใต้ฝ่าเท้ากลับกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลนแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง บ่งบอกถึงระดับการบรรเพ็ญเพียรที่ก้าวล่วงสู่ขอบเขต "หลอมรวมนภา" ขั้นสูงสุดอย่างแท้จริง
"วาจายังคงคมคายไม่เปลี่ยน" เซียนหลินซือกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ระลอกอารมณ์ นางชักกระบี่ออกจากฝักช้าๆ เสียงคมดาบเสียดสีกับฝักดังขึ้น *กริ๊ง* ยาวนานราวกับเสียงระฆังแห่งความตาย "ทว่า... คมกระบี่ของเจ้าในยามนี้ คงเหลือเพียงเศษเสี้ยวของอดีตแล้วกระมัง บาดแผลจากพิษตระกูลอสูรโลหิต กำลังสูบกินพลังชีวิตของเจ้าทีละน้อย... เจ้าคิดว่าจะรับมือกระบวนท่า 'จันทราสิ้นสูญ' ของข้าได้สักกี่กระบวนท่ากัน?"
หลี่มู่หยางไม่ตอบคำ เขายื่นมือขวาออกไปกุมด้ามกระบี่สนิมเขรอะที่เหน็บอยู่ข้างเอว นิ้วเรียวยาวลูบไล้ไปตามรอยบิ่นของคมกระบี่ด้วยความทะนุถนอม ราวกับมันคือสหายสนิทเพียงหนึ่งเดียวในโลกหล้า
"ข้าจะรับได้กี่กระบวนท่า... เจ้าลองเข้ามาพิสูจน์ด้วยตนเองไม่ดีกว่าหรือ?"
สิ้นคำพูด บรรยากาศรอบด้านพลันระเบิดออกด้วยแรงกดดันมหาศาล หลี่มู่หยางระเบิดลมปราณที่เหลืออยู่ทั้งหมดออกมาจนเสื้อผ้าขาดวิรุษ เผยให้เห็นกล้ามเนื้อแกร่งกรำและรอยแผลเป็นนับไม่ถ้วน ดวงตาสองข้างทอประกายสีแดงฉานดั่งปีศาจร้าย ขณะที่เซียนหลินซือเองก็ขยับกายวาบ ร่างของนางหายวับไปจากจุดเดิม กลายเป็นภาพติดตา สีหน้าของนางยังคงเยือกเย็นดั่งน้ำแข็ง ทว่าลึกๆ ในแววตากลับมีความลังเลเสี้ยววินาทีหนึ่งที่สะท้อนความเจ็บปวดบางอย่าง—ความเจ็บปวดจากการต้องทำตามบัญชาของสำนักเพื่อสังหารบุรุษที่นาง... เฝ้ามองมาตลอดกาล
กระบี่ทั้งสองเล่มพุ่งเข้าประจันหน้ากันอย่างดุเดือดกลางอากาศ เสียงโลหิตกระเซ็นและประกายไฟจากการปะทะของลมปราณสาดส่องสว่างวาบไปทั่วผืนป่าไผ่
ทว่า ในจังหวะที่กระบี่ของเซียนหลินซีกำลังจะแทงทะลวงผ่านจุดตายบริเวณหัวใจของหลี่มู่หยางอย่างไร้ความปรานีนั้นเอง...
*พรึบ!*
จู่ๆ เงาร่างสีดำสนิทนับร้อยสายก็พุ่งทะยานออกมาจากความมืดมิดรอบทิศทาง พร้อมกับลูกธอาบพิษนับพันดอกที่พุ่งเข้าใส่เซียนหลินซือและหลี่มู่หยางพร้อมๆกันอย่างไม่เลือกหน้า และเสียงแหบพร่าอันคุ้นเคยก็ดังสะท้อนก้องมาจากเบื้องบน
"ฮ่าๆๆๆ... เซียนหลินซือ! เจ้าหลงกลติดกับดักของนิกายโลหิตแล้ว! เป้าหมายที่แท้จริงหาใช่การสังหารมัน แต่วันนี้... คือวันตายของเจ้าต่างหาก!"
เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในยุทธภพอันเชี่ยวกรากนี้ด้วยกันนะครับ
กระบี่นิรนามกับนางเซียนผู้สังหารดารา•ตอนที่ 3
ความเย็นชาของน้ำแข็งพันปี
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่นิรนามกับนางเซียนผู้สังหารดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!