เซฟเฮาส์หัวใจของยัยสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 8

เส้นเขตแดนที่เริ่มพังทลาย

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
เสียงก๊อกน้ำอ่างล้างจานในแพนทรีสำนักงานถูกเปิดทิ้งไว้จนน้ำไหลซ่า กลบเกลื่อนความเงียบอันน่าอึดอัดระหว่างคนสองคนในยามเที่ยงคืนของวันทำงานที่ยาวนานเกินความจำเป็น พิมพ์มาดายืนนิ่งอยู่หน้ากระดานโมเดลจำลองโครงการ พับแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดและเส้นเลือดฝอยจางๆ ยามที่เธอใช้ปลายดินสอ EE ขีดแก้เส้นแปลนสถาปัตยกรรมรอบที่สิบของวัน ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองตัวเลขสเกลอย่างเคร่งเครียด เส้นผมที่เคยรวบตึงอย่างไร้ที่ติเริ่มหลุดรุ่ยลงมาคลอเคลียกรอบหน้าขาวจัด ทำให้สถาปนิกสาวผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนียบและเย็นชาดูมีมิติที่เปราะบางขึ้นมาอย่างประหลาด "ถ้าคุณยังจ้องกระดานแผ่นนั้นด้วยสายตาอาฆาตแบบนั้นอีกสามวินาที เส้นความหนาของผนังรับแรงคงจะทะลุทะลุทะลวงจนบ้านในแบบของฉันกลายเป็นห้องใต้ดินเก็บศพแน่ๆ ค่ะคุณพิมพ์มาดา" เสียงทุ้มติดจะกวนประสาทดังขึ้นจากโซฟาหนังสีชาด้านหลัง รินรดากำลังนอนเอกเขนกไขว่ห้าง ปลายพู่กันในมือหมุนวนไปมาอย่างไร้ทิศทาง เสื้อยืดสีดำตัวโคร่งกับกางเกงวอร์มสบายๆ ขัดกับกฎระเบียบอันเคร่งครัดของออฟฟิศนี้อย่างสิ้นเชิง ศิลปินสาวปรายตามองคนเครียดจัดด้วยรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก ระหว่างความเยาะหยันกับความเอ็นดูที่เจือปนอยู่จางๆ พิมพ์มาดาชะงักปลายดินสอ เธอไม่ได้หันกลับไปทันที แต่สันจมูกโด่งรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อยตามนิสัยถือดี "ถ้าคุณรินรดามีเวลาว่างมาวิจารณ์งานของฉัน ช่วยกรุณาลุกขึ้นมาเซ็นชื่ออนุมัติผังห้องนั่งเล่นที่ฉันแก้ให้รอบที่แปดร้อยนี่เสียทีค่ะ งานศิลปהของคุณมันจะไม่มีที่ตั้งโชว์ ถ้าโครงสร้างบ้านมันถล่มลงมาทับหัวคุณเสียก่อน" "อุ๊ย แรงจัง..." รินรดาแกล้งทำเป็นยกมือทาบอก ร่างเพรียวบางดีดตัวลุกขึ้นจากโซฟาราวกับสปริง เธอเดินสาวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของสถาปนิกสาวทีละก้าว ช้าๆ แต่จงใจสร้างแรงกดดันทางอากาศให้พุ่งสูงขึ้น กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาอ่อนๆ เจือกลิ่นสีอะคริลิกจางๆ ลอยปะทะจมูกพิมพ์มาดาจนคนตัวเล็กกว่าต้องเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ "ถอยไปค่ะ พื้นที่ส่วนตัวของคุณมันล้ำเส้นเกินขอบเขตที่ฉันกำหนดไว้แล้วนะรินรดา" พิมพ์มาดาเตือน เสียงเรียบสนิทแต่หูทั้งสองข้างกลับขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างปิดไม่มิด "เส้นเขตแดนอะไรกันคะคุณสถาปนิก" รินรดาโน้มตัวลงมา ใบหน้าสวยเฉี่ยวชะโงกเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกับกรอบแว่นของอีกฝ่าย ดวงตากลมโตพราวระยับด้วยประกายความซุกซน "ในเมื่อแบบบ้านหลังนี้เราช่วยกันร่างขึ้นมาด้วยกัน ตั้งแต่ห้องนอนจนถึงห้องใต้หลังคา... ฉันก็มีสิทธิ์ที่จะตรวจดู 'โครงสร้าง' ของมันในระยะประชิดหรือเปล่าล่ะคะ" ความใกล้ชิดที่มากเกินไปทำให้พิมพ์มาดาก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ จนแผ่นหลังบางไปชนติดกับขอบโต๊ะทำงานอย่างไร้ทางหนี รินรดาอาศัยจังหวะนี้ใช้มือข้างหนึ่งค้ำยันขอบโต๊ะไว้ กักตัวผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเนียบและดุที่สุดในบริษัทไว้ในวงแขนอย่างจงใจ ความเงียบในยามดึกโอบล้อมรอบตัวพวกเธอไว้ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ และเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามอยู่ในอกของพิมพ์มาดา จนเธอแอบกลัวว่าคนตรงหน้าจะได้ยินมัน "คุณ... รุกรานฉันเกินไปแล้วนะ" พิมพ์มาดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอมองสบตาคู่สวยที่ฉายแววท้าทาย ปากบางเม้มเข้าหากันแน่นเพื่อรักษามาดความเย็นชาที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด "แล้วถ้าฉันบอกว่าไม่ได้อยากแค่รุกรานพื้นที่ทำงาน... แต่อยากรุกรานหัวใจของคุณด้วยล่ะคะ พิมพ์มาดา?" คำถามนั้นทิ้งน้ำหนักลงกลางใจราวกับค้อนทุบลงบนแผ่นปูน รินรดาไม่ได้พูดเล่น แววตาคู่คมที่มักจะใช้มองโลกอย่างเย้ยหยันในยามปกติ ตอนนี้กลับสะท้อนภาพใบหน้าตื่นตระหนกของสถาปนิกสาวอย่างชัดเจน กำแพงน้ำแข็งที่พิมพ์มาดาสร้างขึ้นเพื่อป้องกันตัวเองมาตลอดชีวิตจากปมวัยเด็กที่ถูกทอดทิ้ง กำลังถูกความร้อนแรงและจริงจังในน้ำเสียงของศิลปินสาวหลอมละลายลงทีละน้อยอย่างห้ามไม่ได้ พิมพ์มาดารู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวเบาบางลง เธออ้าปากพะงาบๆ จะเอ่ยคำปฏิเสธหรือคำด่าทอคมคายตามความคุ้นเคย แต่ลำคอกลับตีบตัน ไร้ซึ่งคำพูดใดจะมาต่อกรกับความคลั่งรักที่ถูกเปิดเผยออกมาอย่างไร้ยางอายแบบนี้ ทว่า ในวินาทีที่หัวใจของทั้งคู่กำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกันอย่างไร้การควบคุม ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังระอุและเปราะบางถึงขีดสุด... *กริ๊งงงงงงง!* เสียงโทรศัพท์พื้นฐานบนโต๊ะทำงานแผดเสียงดังลั่นลายความเงียบ ทำลายมนต์สะกดทุกอย่างในห้องลงทันที รินรดาผละตัวออกด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย ขณะที่พิมพ์มาดาสูดหายใจเข้าปอดลึกเพื่อดึงสติกลับมา มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยเอื้อมไปหยิบหูโทรศัพท์ขึ้นมารับด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับให้ราบเรียบที่สุด "ฮัลโหลค่ะ... พิมพ์มาดาพูดค่ะ" "คุณพิมพ์คะ แย่แล้วค่ะ!" เสียงปลายสายรอนรนของเลขานุการหน้าห้องดังแทรกขึ้นมาทันที "คือ... มีแขกไม่ได้รับเชิญคนหนึ่ง กำลังเดินดุ่มๆ ฝ่าระบบรักษาความปลอดภัยขึ้นไปที่ชั้นของคุณแล้วค่ะ เขาบอกว่าเป็น... เอ่อ... เป็นสามีเก่าของคุณที่อ้างสิทธิ์ในที่ดินแปลงโครงการค่ะ!" ดวงตาของพิมพ์มาดาเบิกกว้างขึ้นในทันที สีหน้าที่กำลังเคลิบเคลิ้มแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด ความหวาดกลัวในวัยเด็กที่ถูกสลัดทิ้งไปนานพรั่งพรูเข้ามาเกาะกุมหัวใจอีกครั้ง ยังไม่ทันที่พิมพ์มาดาจะได้เอ่ยปากถามอะไรเพิ่ม เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ที่หน้าประตูกระจกนิรภัยของห้องทำงาน ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาทโดยชายแปลกหน้าในชุดสูทราคาแพง พร้อมรอยยิ้มเยาะที่ส่งตรงมาหาเธอ รินรดาก้าวขยับเข้ามาขวางหน้าพิมพ์มาดาไว้โดยอัตโนมัติ สายตาคมปลาบจ้องเขม็งไปยังผู้มาใหม่ด้วยรังสีอำมหิตที่พร้อมจะพังทลายทุกสิ่งเพื่อปกป้องคนข้างหลัง ___________________________________ *กราบขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่อยู่เคียงข้าง "กลิ่นลิลลี่สีขาว" เสมอมานะคะ*
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของยัยสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%