"อุ๊ย... ฉันมาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าคะเนี่ย?"
น้ำเสียงยียวนของรินรดาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับอยู่ในห้องโถงกว้าง พิมพ์มาดาสะดุ้งเฮือกเล็กน้อย มือที่กำลังถือแบบแปลนโครงสร้างโครงการสวนกลางเซฟเฮาส์ถึงกับสั่นไหว เธอหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับเจ้าของดวงตาสีน้ำตาลประกายซุกซนที่กำลังยืนพิงกรอบประตูด้วยท่าทางกวนประสาท
"มาสาย" พิมพ์มาดาสวนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแววตาที่จ้องมองอีกฝ่ายกลับวูบไหวอย่างปิดไม่มิด "นัดไว้สิบโมง นี่มันสิบโมงครึ่งแล้วค่ะ คุณรินรดา"
รินรดาเดินนวยนาดเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาจางๆ ปะทะเข้ากับจมูกของสถาปนิกสาวจนเธอต้องกลั้นหายใจ รินรดาไม่ตอบ แต่กลับคว้าปากกาเขียนแบบสีแดงจากมือของพิมพ์มาดาไปหมุนเล่น
"งานศิลปะไม่ได้เสร็จเพราะการตรงต่อเวลาหรอกนะคุณพิมพ์... แต่มันเสร็จเพราะ 'อารมณ์' ค่ะ" รินรดาโน้มตัวลงไปกระซิบใกล้หู "และดูเหมือนอารมณ์ของคุณตอนนี้... จะดูขุ่นมัวกว่าแบบแปลนโซนสวนพวกนี้อีกนะคะ"
พิมพ์มาดาถอยกรูดออกมาหนึ่งก้าว ดวงตาสีเข้มฉายแววท้าทาย "ถ้ามั่นใจว่างานศิลปะของตัวเองมีค่ามากกว่าสถาปัตยกรรมที่คำนวณมาอย่างแม่นยำของฉัน งั้นเรามาพิสูจน์กันไหมคะ"
"พิสูจน์ยังไงคะ?"
"โซนสวนหลังบ้านตรงนี้" พิมพ์มาดาชี้ไปที่แปลนกระดาษบนโต๊ะเขียนแบบ "ฉันจะออกแบบในแบบของสถาปนิก... เน้นเส้นสาย สมมาตร และฟังก์ชันที่ใช้งานได้จริง ส่วนคุณ... ก็ใส่ความเป็นศิลปินจอมเพ้อฝันของคุณลงไปในส่วนที่เหลือ ถ้างานของใครทำให้เจ้าของบ้านประทับใจได้มากกว่า คนนั้นชนะ"
"แล้วรางวัลล่ะคะ?" รินรดาเลิกคิ้ว แววตาเป็นประกายวับวาวราวกับแมวที่พบเหยื่อ
"ถ้าฉันชนะ คุณต้องเลิกทำตัวเป็นเด็กไม่รู้จักโตแล้วก้มหน้าก้มตาทำงานตามบรีฟที่ฉันวางไว้ทุกกระเบียดนิ้ว"
รินรดาวางปากกาลงบนโต๊ะเสียงดัง 'ปัง' ก่อนจะขยับเข้าไปประชิดตัวพิมพ์มาดาจนแผ่นหลังของสถาปนิกสาวชิดขอบโต๊ะทำงาน แววตาสั่นระริกของพิมพ์มาดาทำให้อีกฝ่ายยิ้มกว้าง
"แล้วถ้าฉันชนะล่ะคะ?" รินรดาเอื้อมมือไปปัดไรผมที่ตกลงมาปรกหน้าพิมพ์มาดาแผ่วเบา สัมผัสที่ปลายนิ้วทำให้คนถูกกระทำใจเต้นรัวจนแทบหลุดออกมา "ฉันไม่ได้อยากได้งานหรอกค่ะ... แต่อยากได้ 'ความลับ' ของคุณที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าเย็นชานี่ต่างหาก"
พิมพ์มาดาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมสมาธิที่กระจัดกระจาย "เริ่มงานได้เลยค่ะ... ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจ"
ตลอดทั้งบ่าย บรรยากาศภายในเซฟเฮาส์เต็มไปด้วยความคุกรุ่นของความคิดสร้างสรรค์ที่ปะทะกัน พิมพ์มาดาก้มหน้าก้มตาคำนวณสัดส่วนทางเรขาคณิตด้วยความมุ่งมั่น ทุกองศาของสวนต้องถูกจัดวางให้สัมพันธ์กับทิศทางลมและแสงแดด ขณะที่รินรดาเดินไปรอบสวนจริง ลงมือละเลงสีสันลงบนเฟรมผ้าใบวางแผนจัดวางต้นไม้และประติมากรรมที่ดูไร้ระเบียบแต่กลับมีเสน่ห์ดึงดูดใจอย่างประหลาด
การทำงานของทั้งคู่กลายเป็นการปะทะคารมแบบกลายๆ ผ่านผลงาน พิมพ์มาดาเดินถือแปลนออกมาตรวจงานรินรดาด้วยสายตาจับผิด
"ต้นคอร์ดิลิเน่พันธุ์นี้ไม่เข้ากับทิศทางแดดตอนบ่ายค่ะ มันจะเหี่ยวตายภายในหนึ่งเดือน" พิมพ์มาดาเอ่ยเสียงเรียบ
รินรดาลุกขึ้นยืน ปาดสีที่ติดอยู่บนแก้มออกเบาๆ "คุณพิมพ์คะ... บางครั้งความตายที่สวยงาม ก็มีค่ามากกว่าการมีชีวิตที่อยู่ในกรอบจนน่าเบื่อนะคะ"
"ฉันไม่นิยมความตายที่ไร้ความหมายค่ะ" พิมพ์มาดาตอบกลับทันควัน
ทั้งสองยืนเผชิญหน้ากัน ท่ามกลางสวนที่กำลังกึ่งเสร็จกึ่งสร้าง แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องลงมาตกกระทบใบหน้าของทั้งสองคน กลิ่นดินเปียกชื้นจากการรดน้ำผสมปนเปไปกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกลิลลี่ที่รินรดาแอบนำมาประดับไว้ในจุดที่คาดไม่ถึง
พิมพ์มาดามองเห็นความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่หลังท่าทางอวดดีของรินรดา ขณะที่รินรดาก็มองเห็นความโหยหาความอบอุ่นที่ซ่อนอยู่หลังกำแพงน้ำแข็งของสถาปนิกสาว
"ทำไมต้องดื้อด้านขนาดนี้คะ?" รินรดาเอ่ยถาม น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนอย่างที่พิมพ์มาดาไม่เคยได้ยิน
"เพราะถ้าฉันไม่สร้างกำแพงพวกนี้ขึ้นมา... วันหนึ่งฉันก็จะพังทลายลงเหมือนสวนที่ไม่มีโครงสร้างของคุณไงคะ" พิมพ์มาดาเผลอหลุดปากออกมาก่อนจะชะงัก
รินรดาขยับเข้าไปใกล้ ระยะห่างที่ลดลงจนเหลือเพียงลมหายใจกั้น ทำให้บรรยากาศร้อนระอุขึ้นมาอย่างประหลาด มือของรินรดาค่อยๆ เอื้อมไปแตะขอบแบบแปลนในมือพิมพ์มาดา ก่อนจะดึงมันออกแล้ววางไว้บนพื้นหญ้า
"โครงสร้างน่ะ... ทิ้งไว้ตรงนั้นแหละค่ะ" รินรดากระซิบชิดริมฝีปาก "คืนนี้... ลองอยู่กับศิลปะที่ไร้ทิศทางของฉันดูสักครั้งไหมคะ?"
ในจังหวะที่หัวใจของพิมพ์มาดากำลังเต้นแรงจนแทบคุมไม่อยู่ เสียงปลดล็อกประตูหน้าบ้านก็ดังขึ้นอย่างไม่คาดฝัน ทั้งคู่ผละออกจากกันราวกับถูกไฟช็อต
ประตูใหญ่เปิดออกกว้าง... ผู้ชายในชุดสูทสีเข้มที่พิมพ์มาดาคุ้นเคยดีเดินเข้ามาพร้อมกับเอกสารในมือ ดวงตาของเขาตวัดมามองภาพของทั้งสองคนที่ยืนอยู่ท่ามกลางสวนที่ดูเหมือนฉากรักลับๆ
"ดูเหมือนว่า... สิ่งที่ผมได้ยินมาจะเป็นเรื่องจริงสินะครับ พิมพ์มาดา"
พิมพ์มาดาตัวเย็นเฉียบ มือที่เย็นจัดของเธอถูกรินรดากุมไว้แน่นทันทีที่เขาก้าวเข้ามา
ขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่อยู่เคียงข้าง "กลิ่นลิลลี่สีขาว" เสมอมานะคะ
เซฟเฮาส์หัวใจของยัยสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 7
ท้าทายด้วยผลงาน
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของยัยสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!