เซฟเฮาส์หัวใจของยัยสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 6

ความลับในกระป๋องสี

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
เสียงกระแทกเบา ๆ ของแก้วเซรามิกกระทบลงบนโต๊ะไม้สัก ทว่าความดังของมันกลับก้องกังวานเสียจนทำให้ห้องสตูดิโอขนาดกว้างตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ รินรดาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มองสถาปนิกสาวผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนئียบและกฎเหล็กพันข้อ ที่ตอนนี้กำลังยืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้าโต๊ะทำงานของเธอเอง สมุดสเก็ตช์ปกหนังสีดำยับยู่ยี่เล่มนั้น... อยู่ในมือของพิมพ์มาดา "คุณไม่มีมารยาทเลยนะคะ พิมพ์มาดา" น้ำเสียงของศิลปินสาวไม่ได้เกรี้ยวกราด แต่กลับเจือแววเย้าแหย่ที่ชวนให้คนฟังรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ ที่สันหลัง รินรดาเท้าคางลงกับโต๊ะ ดวงตากลมโตพราวระยับด้วยประกายความสนุกสนานยามได้เห็นคนเจ้าระเบียบเสียอาการเป็นครั้งแรก พิมพ์มาดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นิ้วเรียวที่มักจะถือดินสอเขียนแบบด้วยความมั่นคง กลับสั่นน้อย ๆ ยามเมื่อเปิดหน้ากระดาษที่คั่นไว้ด้วยริบบิ้นสีแดง ภาพที่ปรากฏต่อสายตาไม่ใช่ลายเส้นแปลกปลอมที่ไหน... แต่มันคือตัวเธอเอง ไม่ใช่ภาพสถาปัตยกรรมเหลี่ยมมุมคมคาย ไม่ใช่เส้นตรงที่เธอโปรดปราน แต่เป็นภาพลายเส้นดินสอฟุต ปลายพู่กันระบายสีน้ำจาง ๆ รูปพิมพ์มาดากำลังขมวดคิ้วยุ่งขณะตรวจหน้างาน สวมหมวกนิรภัยสีขาว และที่มุมกระดาษ... มีข้อความเขียนด้วยลายมือหวัด ๆ ว่า *'ยัยสถาปนิกหน้าดุ แต่เวลาตั้งใจทำงานแล้วน่ารักเป็นบ้า'* หัวใจของพิมพ์มาดากระตุกวูบอย่างแรง เลือดในกายสูบฉีดขึ้นมาบนใบหน้าจนร้อนผ่าว เธอไม่เคยรู้เลยว่าภายใต้สายตาดุดันและท่าทีระรานของจิตรกรสาวคนนี้ จะมีสายตาอีกคู่หนึ่งที่คอยลอบมอง เก็บรายละเอียด และบันทึกเรื่องราวของเธอลงในพื้นที่ส่วนตัวแบบนี้ "คุณ... วาดฉันทำไมคะ" พิมพ์มาดาพยายามบังคับเสียงของตัวเองให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ปลายเสียงกลับสั่นพร่าอย่างน่าหงุดหงิด "อ้าว ก็คุณน่าสนใจดีนี่คะ" รินรดายืดตัวขึ้นเต็มความสูง ก้าวเดินช้า ๆ เข้ามาหาคนตัวสูงกว่า ระยะห่างระหว่างพวกเธอค่อย ๆ ลดลงทีละน้อย จนกลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาอ่อน ๆ เจือกลิ่นสีอะคริลิกปะทะเข้ากับปลายจมูกของสถาปนิกสาว "คนอะไร ทั้งดื้อ ทั้งหยิ่ง แถมยังชอบทำหน้าเหมือนโลกจะแตกตลอดเวลา... แต่มันก็ท้าทายดีนะคะ เวลาที่ทำให้คุณหลุดฟอร์มได้น่ะ" พิมพ์มาดาถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติเมื่อแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นวางหนังสือ รินรดาใช้มือข้างหนึ่งยันขอบชั้นไว้ เป็นการกักตัวเธอให้อยู่ในอาณาเขตของตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ ดวงตาคมกริบของทั้งคู่สบกันในระยะประชิด ความเงียบโรยตัวลงมาปกคลุมจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน พิมพ์มาดารู้สึกเหมือนสติสัมปชัญญะที่เคยถูกจัดระเบียบไว้อย่างดีกำลังพังทลายลงทีละชิ้น ไดอะล็อกท้าทายและท่าทีคุกคามของรินรดามันอันตรายเกินไป... อันตรายต่อหัวใจที่ถูกปิดตายมานานแสนนานของเธอ "รินรดา ถอยไปค่ะ เรากำลังคุยกันดี ๆ" พิมพ์มาดาพยายามใช้เสียงแข็งขู่กรรโชกตามความเคยชิน แต่มันกลับไม่ได้ผลเลยสักนิดเมื่อใบหน้าสวยคมของอีกฝ่ายขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกจนแทบจะชิดกัน "ฉันก็คุยดีอยู่นี่คะ หรือว่าคุณกำลังเขินจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนล่ะ หืม?" รินรดาเอטיเสียงกระซิบแผ่วเบาข้างใบหู ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดราวีจนพิมพ์มา ขนลุกซู่ไปทั้งตัว ความรู้สึกวับวามแปลกประหลาดแล่นพล่านไปทั่วท้องน้อยจนเธอต้องจิกปลายนิ้วเข้าหากันแน่นเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ มือเรียวของพิมพ์มาดาที่ถือสมุดสเก็ตช์อยู่ยกขึ้นตั้งใจจะดันอกอีกฝ่ายให้ออกห่าง แต่ทว่า... รินรดากลับไวLกว่า คว้าข้อมือของเธอไว้ได้เสียก่อน แล้วกดมันแนบลงกับอกข้างซ้ายของตัวเอง ตึกตัก... ตึกตัก... สัมผัสจากฝ่ามือส่งผ่านจังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วและหนักหน่วงของคนตรงข้ามเข้ามาในความรู้สึก พิมพ์มาดาเบิกตากว้างขึ้นอีกครั้ง ความดื้อรั้นในแววตาของรินรดาก่อนหน้านี้มลายหายไป เหลือเพียงความจริงจังบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังม่านตาคู่นั้น "หัวใจฉันมันเต้นแรงแบบนี้ทุกครั้งที่คุณเดินเข้ามาในห้อง... คุณรู้บ้างไหมคะ พิมพ์มาดา" รินรดากระซิบเสียงพร่า แววตาไหวระริกด้วยความรู้สึกที่เอ่อล้นจนยากจะปิดบัง "ฉันไม่ใช่คนโรแมนติก และก็ไม่เคยสนใจใครจริงจัง... แต่กับคุณ ทำไมฉันถึงหยุดมองไม่ได้เลยล่ะ" คำสารภาพที่หลุดออกมาอย่างไร้การปรุงแต่ง ทำเอาสถาปนิกสาวถึงกับสมองขาวโพลน คำพูดโต้แย้งนับร้อยที่เตรียมไว้ในใจมลายหายไปสิ้น เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาของจิตรกรสาว พยายามค้นหาความล้อเล่น แต่มันกลับมีแต่ความจริงใจที่ร้อนแรงแผดเผาจนเธอแทบละลาย พิมพ์มาดาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมทรยศด้วยการเต้นแรงไม่แพ้คนตรงหน้า ความกลัวลึก ๆ ในวัยเด็กที่เคยถูกทอดทิ้งพยายามส่งเสียงร้องเตือนภัยในหัว แต่สัมผัสอุ่นบริเวณข้อมือและกลิ่นอายความคลั่งรักจากรินรดากลับดึงดูดเธอให้พุ่งชนความรู้สึกนี้อย่างไม่กลัวตาย มืออีกข้างที่ว่างของพิมพ์มาดากำลังจะเอื้อมไปแตะแก้มเนียนของรินรดาเพื่อตอบสนองความต้องการที่ซ่อนอยู่ก้นบึ้งของหัวใจ ทว่า... *กริ๊งงงงง!* เสียงกริ่งหน้าประตูสตูดิโอดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูที่กำลังสุกงอมจนแทบหยดเป็นน้ำอย่างไม่ให้สุภาพสตรีทั้งสองได้ทันตั้งตัว! รินรดาชะงัก สีหน้าเปลี่ยนจากความคลั่งรักกลายเป็นความหงุดหงิดทันที ส่วนพิมพ์มาดารีบดึงมือกลับและกระโดดถอยหลังเว้นระยะห่างสามเมตรในเสี้ยววินาที ก่อนที่ประตูสตูดิโอจะถูกผลักเปิดออกอย่างถือวิสาสะ พร้อมกับร่างสูงของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกวนประสาท... "อุ๊ย... ฉันมาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าคะเนี่ย?" ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความคลั่งรักนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของยัยสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%