เสียงกระแทกเบา ๆ ของแก้วเซรามิกกระทบลงบนโต๊ะไม้สัก ทว่าความดังของมันกลับก้องกังวานเสียจนทำให้ห้องสตูดิโอขนาดกว้างตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ รินรดาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มองสถาปนิกสาวผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนئียบและกฎเหล็กพันข้อ ที่ตอนนี้กำลังยืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้าโต๊ะทำงานของเธอเอง
สมุดสเก็ตช์ปกหนังสีดำยับยู่ยี่เล่มนั้น... อยู่ในมือของพิมพ์มาดา
"คุณไม่มีมารยาทเลยนะคะ พิมพ์มาดา"
น้ำเสียงของศิลปินสาวไม่ได้เกรี้ยวกราด แต่กลับเจือแววเย้าแหย่ที่ชวนให้คนฟังรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ ที่สันหลัง รินรดาเท้าคางลงกับโต๊ะ ดวงตากลมโตพราวระยับด้วยประกายความสนุกสนานยามได้เห็นคนเจ้าระเบียบเสียอาการเป็นครั้งแรก
พิมพ์มาดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นิ้วเรียวที่มักจะถือดินสอเขียนแบบด้วยความมั่นคง กลับสั่นน้อย ๆ ยามเมื่อเปิดหน้ากระดาษที่คั่นไว้ด้วยริบบิ้นสีแดง
ภาพที่ปรากฏต่อสายตาไม่ใช่ลายเส้นแปลกปลอมที่ไหน... แต่มันคือตัวเธอเอง
ไม่ใช่ภาพสถาปัตยกรรมเหลี่ยมมุมคมคาย ไม่ใช่เส้นตรงที่เธอโปรดปราน แต่เป็นภาพลายเส้นดินสอฟุต ปลายพู่กันระบายสีน้ำจาง ๆ รูปพิมพ์มาดากำลังขมวดคิ้วยุ่งขณะตรวจหน้างาน สวมหมวกนิรภัยสีขาว และที่มุมกระดาษ... มีข้อความเขียนด้วยลายมือหวัด ๆ ว่า *'ยัยสถาปนิกหน้าดุ แต่เวลาตั้งใจทำงานแล้วน่ารักเป็นบ้า'*
หัวใจของพิมพ์มาดากระตุกวูบอย่างแรง เลือดในกายสูบฉีดขึ้นมาบนใบหน้าจนร้อนผ่าว เธอไม่เคยรู้เลยว่าภายใต้สายตาดุดันและท่าทีระรานของจิตรกรสาวคนนี้ จะมีสายตาอีกคู่หนึ่งที่คอยลอบมอง เก็บรายละเอียด และบันทึกเรื่องราวของเธอลงในพื้นที่ส่วนตัวแบบนี้
"คุณ... วาดฉันทำไมคะ" พิมพ์มาดาพยายามบังคับเสียงของตัวเองให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ปลายเสียงกลับสั่นพร่าอย่างน่าหงุดหงิด
"อ้าว ก็คุณน่าสนใจดีนี่คะ" รินรดายืดตัวขึ้นเต็มความสูง ก้าวเดินช้า ๆ เข้ามาหาคนตัวสูงกว่า ระยะห่างระหว่างพวกเธอค่อย ๆ ลดลงทีละน้อย จนกลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาอ่อน ๆ เจือกลิ่นสีอะคริลิกปะทะเข้ากับปลายจมูกของสถาปนิกสาว "คนอะไร ทั้งดื้อ ทั้งหยิ่ง แถมยังชอบทำหน้าเหมือนโลกจะแตกตลอดเวลา... แต่มันก็ท้าทายดีนะคะ เวลาที่ทำให้คุณหลุดฟอร์มได้น่ะ"
พิมพ์มาดาถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติเมื่อแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นวางหนังสือ รินรดาใช้มือข้างหนึ่งยันขอบชั้นไว้ เป็นการกักตัวเธอให้อยู่ในอาณาเขตของตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ
ดวงตาคมกริบของทั้งคู่สบกันในระยะประชิด ความเงียบโรยตัวลงมาปกคลุมจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน พิมพ์มาดารู้สึกเหมือนสติสัมปชัญญะที่เคยถูกจัดระเบียบไว้อย่างดีกำลังพังทลายลงทีละชิ้น ไดอะล็อกท้าทายและท่าทีคุกคามของรินรดามันอันตรายเกินไป... อันตรายต่อหัวใจที่ถูกปิดตายมานานแสนนานของเธอ
"รินรดา ถอยไปค่ะ เรากำลังคุยกันดี ๆ" พิมพ์มาดาพยายามใช้เสียงแข็งขู่กรรโชกตามความเคยชิน แต่มันกลับไม่ได้ผลเลยสักนิดเมื่อใบหน้าสวยคมของอีกฝ่ายขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกจนแทบจะชิดกัน
"ฉันก็คุยดีอยู่นี่คะ หรือว่าคุณกำลังเขินจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนล่ะ หืม?" รินรดาเอטיเสียงกระซิบแผ่วเบาข้างใบหู ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดราวีจนพิมพ์มา ขนลุกซู่ไปทั้งตัว ความรู้สึกวับวามแปลกประหลาดแล่นพล่านไปทั่วท้องน้อยจนเธอต้องจิกปลายนิ้วเข้าหากันแน่นเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์
มือเรียวของพิมพ์มาดาที่ถือสมุดสเก็ตช์อยู่ยกขึ้นตั้งใจจะดันอกอีกฝ่ายให้ออกห่าง แต่ทว่า... รินรดากลับไวLกว่า คว้าข้อมือของเธอไว้ได้เสียก่อน แล้วกดมันแนบลงกับอกข้างซ้ายของตัวเอง
ตึกตัก... ตึกตัก...
สัมผัสจากฝ่ามือส่งผ่านจังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วและหนักหน่วงของคนตรงข้ามเข้ามาในความรู้สึก พิมพ์มาดาเบิกตากว้างขึ้นอีกครั้ง ความดื้อรั้นในแววตาของรินรดาก่อนหน้านี้มลายหายไป เหลือเพียงความจริงจังบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังม่านตาคู่นั้น
"หัวใจฉันมันเต้นแรงแบบนี้ทุกครั้งที่คุณเดินเข้ามาในห้อง... คุณรู้บ้างไหมคะ พิมพ์มาดา" รินรดากระซิบเสียงพร่า แววตาไหวระริกด้วยความรู้สึกที่เอ่อล้นจนยากจะปิดบัง "ฉันไม่ใช่คนโรแมนติก และก็ไม่เคยสนใจใครจริงจัง... แต่กับคุณ ทำไมฉันถึงหยุดมองไม่ได้เลยล่ะ"
คำสารภาพที่หลุดออกมาอย่างไร้การปรุงแต่ง ทำเอาสถาปนิกสาวถึงกับสมองขาวโพลน คำพูดโต้แย้งนับร้อยที่เตรียมไว้ในใจมลายหายไปสิ้น เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาของจิตรกรสาว พยายามค้นหาความล้อเล่น แต่มันกลับมีแต่ความจริงใจที่ร้อนแรงแผดเผาจนเธอแทบละลาย
พิมพ์มาดาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมทรยศด้วยการเต้นแรงไม่แพ้คนตรงหน้า ความกลัวลึก ๆ ในวัยเด็กที่เคยถูกทอดทิ้งพยายามส่งเสียงร้องเตือนภัยในหัว แต่สัมผัสอุ่นบริเวณข้อมือและกลิ่นอายความคลั่งรักจากรินรดากลับดึงดูดเธอให้พุ่งชนความรู้สึกนี้อย่างไม่กลัวตาย
มืออีกข้างที่ว่างของพิมพ์มาดากำลังจะเอื้อมไปแตะแก้มเนียนของรินรดาเพื่อตอบสนองความต้องการที่ซ่อนอยู่ก้นบึ้งของหัวใจ
ทว่า...
*กริ๊งงงงง!*
เสียงกริ่งหน้าประตูสตูดิโอดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูที่กำลังสุกงอมจนแทบหยดเป็นน้ำอย่างไม่ให้สุภาพสตรีทั้งสองได้ทันตั้งตัว!
รินรดาชะงัก สีหน้าเปลี่ยนจากความคลั่งรักกลายเป็นความหงุดหงิดทันที ส่วนพิมพ์มาดารีบดึงมือกลับและกระโดดถอยหลังเว้นระยะห่างสามเมตรในเสี้ยววินาที
ก่อนที่ประตูสตูดิโอจะถูกผลักเปิดออกอย่างถือวิสาสะ พร้อมกับร่างสูงของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกวนประสาท...
"อุ๊ย... ฉันมาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าคะเนี่ย?"
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความคลั่งรักนี้นะคะ
เซฟเฮาส์หัวใจของยัยสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 6
ความลับในกระป๋องสี
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของยัยสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!