เสียงฟ้าร้องคำรามครั่น크레ือนสะเทือนเลื่อนลั่นจนโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กของไซต์งานรีโนเวทอาคารพาณิชย์เก่าแก่สั่นสะเทือน พิมพ์มาดาไม่แม้แต่จะชายตามองหญิงสาวแปลกหน้าที่เพิ่งก้าวเข้ามาในพื้นที่หวงห้าม ร่างเพรียวในชุดสูทสถาปนิกเข้ารูปยังคงยืนนิ่งสนิท ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาจดจ้องอยู่ที่รินรดา—ศิลปินสาวเจ้าของโปรเจกต์ผู้สร้างความปั่นป่วนให้หัวใจเธอมาตลอดสัปดาห์
รอยยิ้มหวานหยดที่ผู้หญิงคนนั้นส่งให้พิมพ์มาดาเมื่อครู่ยังติดตา แต่มันไม่ใช่ความอบอุ่น มันคือคมมีดที่กรีดลงบนรอยแผลเป็นเก่าๆ ในใจของสถาปนิกสาวผู้เคร่งครัดในกฎระเบียบ
"กลับไปซะค่ะ" พิมพ์มาดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เย็นชาจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงทันที "พื้นที่ตรงนี้อันตรายเกินกว่าจะให้คนนอกเดินเกะกะ โดยเฉพาะคนที่ไม่มีแม้แต่อุปกรณ์เซฟตี้พื้นฐาน"
"คนนอกเหรอคะ?" หญิงสาวแปลกหน้าคนนั้นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตากลมโตแพรวพราวไปด้วยประกายท้าทาย เธอปอยผมที่เปียกชื้นฝนออกจากใบหน้าสวยเฉี่ยว "แปลกจังนะคะ ทั้งๆที่ฉันเพิ่งร่วมงานกับคุณรินมาตลอดทั้งบ่าย แต่คุณพิมพ์กลับมองว่าฉันเป็นคนนอกเสียได้"
พิมพ์มาดากัดกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามขยับ ความรู้สึกชาหนึบวิ่งพล่านไปทั่วร่างเมื่อตระหนักได้ว่า เธอยังคงเป็น "คนนอก" สำหรับรินรดาเสมอ... คนนอกที่ถูกกีดกันให้อยู่แค่ในกรอบของงานออกแบบ ไร้ซึ่งสิทธิ์ที่จะรับรู้เรื่องส่วนตัว หรือแม้แต่การมีตัวตนในโลกอีกใบที่รินรดาซ่อนเอาไว้
"พิมพ์คะ..." เสียงของรินรดาเอ่ยแทรกขึ้น ทำลายบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง ศิลปินสาวขยับตัวเข้ามาใกล้พิมพ์มาดาเล็กน้อย ดวงตาคู่คมฉายแววลังเลชั่วขณะก่อนจะถูกกลบเกลื่อนด้วยท่าทีเรียบเฉย "นี่คือมีนค่ะ เป็น... เพื่อนสนิทสมัยเรียน ปรึกษากันเรื่องงานศิลปะจัดวางที่จะเอามาลงตรงโถงกลางพอดี"
"เพื่อนสนิท?" พิมพ์มาดาทวนคำ หัวใจกระตุกวูบแต่ใบหน้ายังคงนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินอ่อน "ถึงขนาดต้องนัดมาคุยกันในไซต์งานที่สั่งห้ามบุคคลภายนอกเข้าหลังหกโมงเย็นเลยสินะคะ คุณรินช่างเป็นคนทุ่มเทให้กับงานศิลปะ... และเพื่อนสนิท เสียจริงๆ"
คำประชดประชันที่พ่นออกมาคมกริบยิ่งกว่าใบมีดโกน รินรดากัดริมฝีปากล่างเบาๆ ความดื้อรั้นฉายชัดขึ้นในแววตา คู่อริต่างขั้วอย่างพวกเธอมักจะปะทะคารมกันด้วยไฟเสมอ และตอนนี้ ไฟกองนั้นก็กำลังแผดเผาบรรยากาศรอบตัวจนแทบหายใจไม่ออก
"ถ้าหึง... ก็พูดออกมาตรงๆ เถอะค่ะ คุณสถาปนิก" รินรดาจงใจลดเสียงลงกระซิบข้างหูพิมพ์มาดาเมื่อก้าวเข้ามาประชิดตัว กลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวที่เจือจางด้วยกลิ่นฝนและสีอะคริลิกโชยเข้าจมูกจนพิมพ์มาดาต้องผะยองถอยหลัง
"ฉันไม่ได้ว่างพอจะมาหึงใครอย่างไร้เหตุผลค่ะ!" พิมพ์มาดาตอกกลับเสียงแข็ง ทั้งที่หัวใจเต้นรัวจนแทบกระเด็นหลุดออกมานอกอก "และกรุณารักษาระยะห่างด้วยค่ะ เรากำลังคุยเรื่องงาน"
"งานเหรอคะ? แต่สายตาเมื่อครู่นี้ของคุณมันฟ้องยิ่งกว่าคำพูดเสียอีกนะ" มีนที่ยืนมองสถานการณ์อยู่ ส่งยิ้มรู้ทันก่อนจะยกมือขึ้นเชิงยอมแพ้ "โอ๊ะ ดูท่าทางพายุข้างนอกจะหนักหนasจนหม้อแปลงระเบิดแล้วล่ะค่ะ ไฟดับสนิทเลย"
พรึบ!
ความมืดสนิทเข้าโอบล้อมพื้นที่หลายร้อยตารางเมตรทันที มีเพียงแสงวาบของสายฟ้าจากภายนอกที่สาดส่องเข้ามาผ่านกระจกบานใหญ่ เผยให้เห็นเงาร่างของคนทั้งสามที่ยืนเผชิญหน้ากันในความเงียบงัน เสียงฝนที่กระหน่ำซัดสาดกระทบหลังคาเหล็กดังสนั่นจนกลบเสียงอื่นๆ จนหมดสิ้น
"กรี๊ด!" มีนอุทานด้วยความตกใจเมื่อสะดุดเข้ากับกองวัสดุก่อสร้าง รินรดาพยายามจะก้าวไปช่วย แต่เพราะความมืดทำให้เธอเสียหลักเซถลาล้มลงไปเช่นกัน
หมับ!
พิมพ์มาดาที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุดยื่นมือออกไปคว้าเอวรินรดาไว้ตามสัญชาตญาณ แรงเหวี่ยงทำให้ร่างบางของศิลปินสาวพุ่งเข้าชนอ้อมอกของสถาปนิกสาวเต็มแรง จนทั้งคู่ล้มลงไปกองบนพื้นปูพลาสติกรองรับฝุ่น ความเย็นยะเยือกของพื้นคอนกรีตถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นและไอออนร้อนระอุจากร่างกายที่แนบชิดกัน
ลมหายใจอุ่นๆ ของรินรดาเป่ารดต้นคอของพิมพ์มาดาในความมืด กลิ่นหอมหวานที่คุ้นเคยปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในตัวสถาปนิกจอมเนี้ยบให้สั่นคลอน หัวใจสองดวงเต้นรัวเร็วจนแทบจะเป็นจังหวะเดียวกัน
"ปล่อย..." พิมพ์มาดากระซิบเสียงพร่า พยายามดันร่างอีกฝ่ายออก แต่รินรดากลับยิ่งซุกตัวเข้าหา ปลายจมูกโด่งรั้นคลอเคลียอยู่2ข้างแก้มเนียนอย่างถือวิสาสะ
"ไม่ปล่อยค่ะ..." เสียงกระซิบของรินรดาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความท้าทายในความมืด "ไหนๆ คุณก็บอกว่าฉันใจร้ายนัก... งั้นคืนนี้ ช่วยใจร้ายกับฉันให้สุดๆ ไปเลยสิคะ พิมพ์มาดา"
สายฟ้าฟาดเปรี้ยงลงมาอีกครั้ง แสงสีขาวสว่างวาบเผยให้เห็นใบหน้าที่ห่างกันเพียงคืบ ดวงตากลมโตของรินรดาพราวระยับด้วยแรงปรารถนาที่ยากจะต้านทาน ขณะที่พิมพ์มาดานิ่งงัง ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อริมฝีปากนุ่มหยุ่นเคลื่อนเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงไออุ่น...
ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะทันได้แตะกัน เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับแสงไฟฉายสาดส่องมาจากทางประตูทางเข้า ก็ทำลายช่วงเวลาอันตรายนั้นลงในพริบตา!
"คุณรินครับ! คุณพิมพ์ครับ! ติดอยู่ข้างในกันหรือเปล่าครับ ไฟดับทั้งตึกเลย!" เสียงตะโกนของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดังลั่นทะลุความมืดเข้ามา พร้อมกับร่างของมีนที่รีบผุดลุกขึ้นยืนด้วยความเขินอาย
รินรดาชะงัก เธอยังคงคร่อมอยู่บนตัวพิมพ์มาดา ใบหน้าสวยหวานขึ้นสีแดงจัดในแสงไฟฉายที่สาดเข้ามาใกล้เรื่อยๆ สถาปนิกสาวเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตาสั่นระริกด้วยความหงุดหงิดระคนเสียดายที่ถูกขัดจังหวะ
รินรดาโน้มใบหน้าลงไปกระซิบข้างหูกระชั้นชิด ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวเนื้อจนพิมพ์มาดาขนลุกซู่ "รอดตัวไปนะคะ... สถาปนิกคนเก่ง ไว้เราค่อยมาเคลียร์เรื่อง "คนนอก" คนนี้ต่อ... บนเตียงของคุณดีไหมคะ?"
พิมพ์มาดาเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบอย่างแรงกับคำท้าทายที่ไร้ยางอายที่สุดในชีวิต!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความคลั่งรักครั้งนี้นะคะ
เซฟเฮาส์หัวใจของยัยสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 5
คืนฝนตกที่ออฟฟิศร้าง
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของยัยสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!