เซฟเฮาส์หัวใจของยัยสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 4

คำถามที่ไม่มีคำตอบ

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
กาสเปรสโซ่ร้อนกรุ่นที่เพิ่งถูกวางลงบนโต๊ะไม้สักทองไม่ได้ช่วยลดทอนความเยียบเย็นในอากาศระหว่างเราลงได้เลยแม้แต่น้อย พิมพ์มาดากำก้านช้อนกาแฟในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาวซีด ดวงตาคู่คมที่ปกติมักจะมองทุกอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยราวกับตีตารางกริดในแบบแปลนสถาปัตยกรรม กำลังจดจ้องร่างระหงของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยประกายไฟที่พร้อมจะเผาไหม้ทุกอย่างให้เป็นจุล รินรดากำลังใช้ปลายนิ้วเรียวยาวหมุนแก้วเซรามิกเล่นไปมาอย่างไม่ยี่ห้อ เธอนั่งไขว่ห้างในชุดเสื้อเชิ้ตผ้าลินินสีขาวตัวโคร่งที่ดูเซอร์และมีเสน่ห์อย่างน่าหมั่นไส้ เส้นผมสีดำสนิทที่ปล่อยสยายคลอเคลียไหล่บางช่วยขับให้ผิวขาวจัดนั้นดูโดดเด่นท่ามกลางแสงไฟสีส้มสลัวของคาเฟ่ ท่าทีสบายๆ ไร้ความกังวลใจใดๆ นั่นแหละ คือสิ่งที่กำลังทำให้สถาปนิกสาวจอมเนี้ยบอย่างพิมพ์มาดาสติแตกอยู่รอมร่อ "คุณจะเลี่ยงตอบแบบนี้ไปถึงไหนคะ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดอย่างชัดเจนหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากบางเฉียบที่เม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง พิมพ์มาดาอดทนกับการเล่นเกมแมวไล่จับหนูนี้มานานเกินพอแล้ว ตั้งแต่เมื่อสามปีก่อน จนถึงวันที่อีกฝ่ายเดินกลับเข้ามาในชีวิตเธออย่างไร้ร่องรอยเหมือนฝุ่นผงที่ถูกลมพัดปลิว รินรดาช้อนสายตาขึ้นมอง ชั่ววินาทีนั้น นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นไหววับคล้ายมีระลอกคลื่นซัดผ่าน ก่อนจะถูกกลบเกลื่อนด้วยรอยยิ้มมุมปากที่กวนประสาทเสียจนน่าเอาแฟ้มผลงานฟาดหน้าสักที "เลี่ยงอะไรกันคะ คุณสถาปนิกคนเก่ง ฉันก็แค่นั่งดื่มกาแฟคุยกับคุณอย่างMellowอยู่ตรงนี้ หรือว่าตารางชีวิตเป๊ะๆ ของคุณมันไม่มีช่องว่างให้คนจรจัดอย่างฉันมานั่งหายใจร่วมกันนานเกินไป?" "อย่ามาเปลี่ยนเรื่องค่ะ!" พิมพ์มาดาตบโต๊ะเบาๆ เสียงกระเบื้องกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊งสะท้อนความกรุ่นโกรธในอก "วันนั้น... วันที่คุณหายไปโดยไม่บอกกล่าว ทิ้งฉันไว้กับโปรเจกต์ที่ยังสร้างไม่เสร็จ และข้อความบอกลาแค่บรรทัดเดียว คุณคิดว่าสามปีที่ผ่านมา มันไม่มีความหมายอะไรเลยใช่ไหมคะ?" คำถามที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ก้นบึ้งของหัวใจถูกพ่นออกมาในที่สุด น้ำเสียงของพิมพ์มาดาสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความอัดอั้นตันใจ ปมในวัยเด็กที่ถูกทอดทิ้งให้โดดเดี่ยวในบ้านหลังใหญ่ฉายซ้ำขึ้นมาในหัวราวกับเทปม้วนเก่าที่ถูกกรอกลับมาฉายซ้ำ ความรู้สึกไร้ค่าและเคว้งคว้างในวันวานถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้งโดยผู้หญิงที่นั่งลอยหน้าลอยตาอยู่ตรงหน้าคนนี้ รินรดายังคงนิ่ง เธอลดแก้วกาแฟลง วางมันลงบนจานรองอย่างเชื่องช้า ราวกับจังหวะชีวิตของเธอถูกตั้งค่าให้เดินช้ากว่าโลกใบนี้ไปสเต็ปหนึ่งเสมอ รอยยิ้มยียวนบนใบหน้าสวยจางหายไป เลนส์แว่นตาไร้กรอบสะท้อนแสงไฟวับวาวจนยากจะคาดเดาความรู้สึกที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง "ถ้าฉันบอกว่า... วันนั้นถ้าฉันไม่ไป คุณนั่นแหละที่จะเป็นคนพังล่ะคะ?" คำตอบที่สวนกลับมาทำเอาลมหายใจของพิมพ์มาดากระชากสะดุด สถาปนิกสาวย่นหัวคิ้วเข้าหากันด้วยความไม่เข้าใจ รอยยิ้มฝืนๆ ที่รินรดายกขึ้นมาประดับริมฝีปากยิ่งทำให้หัวใจของเธอปั่นป่วนหนักกว่าเดิม "หมายความว่ายังไงคะ พัง? คุณพูดเรื่องอะไร" "หมายความว่า บางทีการที่ฉันหายไป มันอาจจะเป็นผลงานออกแบบที่ดีที่สุดเท่าที่ฉันเคยทำมาในชีวิตก็ได้นะคะ เพื่อให้ตึกของคุณ... หมายถึงหัวใจของคุณน่ะค่ะ... มันไม่ต้องมีรอยร้าวเพิ่มจากตัวถ่วงอย่างฉัน" "ริน!" พิมพ์มาดาเผลอหลุดเสียงดังลั่นจนลูกค้าโต๊ะข้างๆ หันมามอง แต่เธอไม่สน​ใจอะไรทั้งนั้น ความโกรธผสมปนเปกับความน้อยใจพุ่งทะยานจนร้อนผ่าวที่ขอบตา "คุณเห็นความรู้สึกของฉันเป็นเรื่องล้อเล่นเหรอคะ? คุณอยากมาก็มา อยากหายไปก็หายไป แล้วตอนนี้ก็ทำเป็นพูดจาปรัชญาชวนปวดหัวเนี่ยนะ!" รินรดาถอนหายใจยาวเหยียด เธอเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ดวงตากลมโตมองสำรวจใบหน้าบึ้งตึงของพิมพ์มาดาไล่ตั้งแต่คิ้วที่ขมวดมุ่น จมูกรั้นๆ ไปจนถึงริมฝีปากที่เม้มแน่นด้วยความโกรธ สายตาคู่นั้นไม่ได้มีความกลัวเกรงเลยแม้แต่น้อย กลับกัน... มันเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งและร้อนแรงเกินกว่าจะเอ่ยออกมาตรงๆ "โกรธเหรอคะ? หน้าดำหน้าแดงใหญ่แล้วนะคุณสถาปนิก ระวังเส้นเลือดในสมองแตกคาคาเฟ่ฉันไม่รู้ด้วยนะ" รินรดายังคงลอยหน้าลอยตาหยอกล้อ แม้ว่าปลายนิ้วที่ประสานกันบนตักจะจิกเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วขาวซีดเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่างที่กำลังตีรวนในอกไม่แพ้กัน "ฉันไม่ได้ล้อเล่นนะคะรินรดา!" พิมพ์มาดากัดฟันกรอด โน้มตัวข้ามโต๊ะไปหาอีกฝ่ายจนระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบเดียว ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนพวงแก้มเนียน "บอกเหตุผลฉันมาเดี๋ยวนี้ ว่าทำไม... ทำไมคุณถึงทิ้งฉันไว้ข้างหลัง ทำไมคุณถึงใจร้ายขนาดนั้น!" รินรดานิ่งงึดไปชั่วขณะ ดวงตาคู่สวยสบตากับนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มที่สั่นระริกด้วยหยาดน้ำตาคลอเบ้า ความแข็งกร้าวในแววตาของพิมพ์มาดากำลังพังทลายลงทีละน้อย เหลือเพียงความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกอันเย็นชา บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกดูดกลืนจนเงียบสงบ เสียงเพลงแจ๊สเบาๆ จากลำโพงร้านกลายเป็นเพียงเสียงรบกวนจางๆ ในอากาศ หัวใจของพิมพ์มาดากำลังเต้นรัวโครมครามจนดังสะท้อนก้องในหู เธอกำลังรอคอย... รอคอยคำตอบที่จะมาเยียวยาแผลเป็นตลอดสามปีที่ผ่านมา รินรดาขยับตัวเข้ามาช้าๆ จนเกือบชิด ปลายจมูกของเราเกือบจะชนกัน กลิ่นหอมจางๆ ของดอกลิลลี่ผสมกับกลิ่นกาแฟกรุ่นๆ ลอยวนอยู่รอบตัว รินรดาหลุบตาลงมองริมฝีปากที่สั่นเทาของพิมพ์มาดาก่อนจะเงยขึ้นสบตาอีกครั้งด้วยแววตาที่สั่นไหวและเต็มไปด้วยความโหยหาไม่แพ้กัน "ถ้าฉันบอกเหตุผลนั้นไป..." เสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับเสียงถอนหายใจหลุดออกมาจากริมฝีปากอิ่ม "คุณสัญญาได้ไหมคะ ว่าคุณจะเลิกผลักไสฉันออกไปจากชีวิตเสียที..." พิมพ์มาดานิ่งงัน หัวใจกระตุกวูบ เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำสัญญาที่อีกฝ่ายเรียกร้อง ทว่าก่อนที่เสียงลมหายใจจะประสานกันสนิท ประตูร้านกาแฟด้านหลังก็ถูกผลักเปิดออกพร้อมกับเสียงกระดิ่งลมกรุ๊งกริ๊ง "พี่รินคะ! อยู่นี่เอง หนูตามหาซะทั่วเลย..." เสียงหวานใสที่ดังแทรกขึ้นมาทำลายบรรยากาศอันตึงเครียดและชวนใจสั่นลงทันที พิมพ์มาดาสะดุ้งสุดตัว รีบผละถอยหลังกลับมานั่งตัวตรงด้วยความตกใจ ขณะที่รินรดาหลับตาลงเบาๆ อย่างขัดใจ ก่อนจะหันไปมองผู้มาใหม่ที่กำลังก้าวเข้ามาหยุดอยู่ข้างโต๊ะของเราด้วยรอยยิ้มกว้างขวาง ร่างบางระหงในชุดเดรสสีเหลืองสดใสของหญิงสาวแปลกหน้าคนนั้นยืนยิ้มแป้นอยู่ข้างๆ รินรดา พร้อมกับยื่นมือถือหน้าจอโชว์ข้อความให้ดูโดยไม่ทันสังเกตบรรยากาศมาคุรอบตัวเลยแม้แต่น้อย "พอดีคุณแม่ฝากให้เอาเอกสารสำคัญมาให้... เอ๊ะ? หรือว่าพี่รินกำลังคุยงานอยู่คะเนี่ย หนูรบกวนหรือเปล่าคะคุณสถาปนิก?" หญิงสาวแปลกหน้าหันมาส่งยิ้มหวานหยดให้พิมพ์มาดา ทว่าสำหรับสถาปนิกสาวแล้ว รอยยิ้มนั้นกลับเหมือนมีดที่กรีดซ้ำลงมากลางแผลสด พิมพ์มาดามองหน้าผู้มาใหม่สลับกับรินรดาที่ตอนนี้ตีสีหน้าเรียบเฉยกลบเกลื่อน ความรู้สึกชาหนึบวิ่งพล่านไปทั่วร่างเมื่อตระหนักได้ว่า... เธอยังคงเป็น "คนนอก" สำหรับรินรดาเสมอ ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกที่ซ่อนเร้นนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของยัยสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%