กลิ่นอายของชาอู่หลงราคาแพงยังไม่ทันจางหายไปจากห้องทำงานสเกลใหญ่ บรรยากาศรอบตัวก็ถูกแช่แข็งด้วยสายตาคู่คมที่ตวัดมองรินรดา ราวกับจะเฉือนร่างของศิลปินสาวให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยด้วยสันบรรทัดเหล็ก
"คุณปกรณ์..." เสียงของพิมพ์มาดาลอดไรฟันออกมาทีละคำ ราوกับต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวดในการสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด ดวงตาคู่สวยที่เคยนิ่งสงบราวกับผิวน้ำในบึงลึก บัดนี้ไหวระริกด้วยเปลวเพลิงแห่งความกรุ่นโกรธ "คุณดึงเขาเข้ามาในโปรเจกต์นี้ทำไม รินรดา"
รินรดาไหล่ง่ามเล็กน้อย เธอทิ้งตัวพิงขอบโต๊ะทำงานสีขาวสะอาดตาอย่างไม่ยี่ห-ระ ขายาวภายใต้กางเกงสแลคเข้ารูปไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเพลงร็อกเบาๆ ที่ชวนให้คนมองรู้สึกหงุดหงิดจนแทบคลั่ง
"อ้าว ทำไมฉันจะดึงเขาเข้ามาไม่ได้ล่ะคะคุณสถาปนิก" รินรดาเอטיเสียงใส แววตาระยิบระยับด้วยความท้าทาย "ในเมื่อคุณปกรณ์เขาเป็นถึงอดีตที่ปรึกษาแถวหน้า แถมยังเชี่ยวชาญเรื่องการปรับปรุงโครงสร้างเก่าให้ร่วมสมัย... ฉันในฐานะเจ้าของโปรเจกต์นี้ มีสิทธิ์เต็มที่ในการเลือกทีมงานที่จะมาช่วย 'คานอำนาจ' เอ๊ย... มาช่วยเสริมทัพให้งานมันสมบูรณ์แบบที่สุดไม่ใช่เหรอคะ"
คำว่า 'คานอำนาจ' ลอยเคคว้างอยู่ในอากาศ แม้เจ้าตัวจะรีบแก้เก้อด้วยรอยยิ้มกวนประสาท แต่พิมพ์มาดาจับความหมายที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำพูดนั้นได้ทันที ร่างเพรียวบางในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาประชิดโต๊ะทำงาน พื้นห้องสะท้อนเสียงส้นสูงกระทบพื้นดัง *ก๊อก... ก๊อก...* เป็นจังหวะที่บีบคั้นหัวใจคนฟัง
พิมพ์มาดายืนจ้องหน้าอีกฝ่ายในระยะประชิด กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมความเย็นยะเยือกของอีกฝ่ายลอยเข้าแตะจมูก รินรดาชะงักไปนิดหนึ่งเมื่อถูกรุกไล่ แต่เธอก็ยังเชิดคางขึ้นสู้สายตา ไม่ยอมแสดงความอ่อนแอให้อีกฝ่ายได้ใจเด็ดขาด
"คุณก็รู้ว่าปกรณ์กับฉันมีปัญหาเรื่องส่วนตัวกันมากแค่ไหน" พิมพ์มาดากดเสียงต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารด1ขอบแก้มของคนตรงข้าม "การดึงเขาเข้ามา ไม่ได้ช่วยให้โปรเจกต์นี้ดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย รินรดา... คุณกำลังเล่นกับไฟ"
"ไฟเหรอคะ?" ศิลปินสาวหัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตากลมโตแพรวพราวด้วยความเย้ายวนใจ "ฉันชอบเล่นกับไฟนะคะ ยิ่งไฟร้อนๆ อย่างคุณพิมพ์มาดาเนี่ย... มันน่าสนุกจะตายไปไม่ใช่เหรอคะ?"
จังหวะหัวใจของพิมพ์มาดากระตุกวูบไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดที่ฉับพลันจนได้กลิ่นกายหอมละมุนของศิลปินสาว แววตาของรินรดาที่ทอดมองมาไม่ได้มีความหวาดกลัวเลยสักนิด มีเพียงความดื้อรั้นและความท้าทายที่เชื้อเชิญให้คนอยากเอาชนะ
"คุณมันเด็กไม่รู้จักโต" พิมพ์มาดาเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามดึงสติกลับมาที่ประเด็นสำคัญ นิ้วเรียวสวยชี้ไปที่แปลนพิมพ์เขียวแผ่นใหญ่ที่กางอยู่บนโต๊ะ "แล้วดูสิคะ สิ่งที่คุณทำ..."
"อุ๊י!"
รินรดาอุทานเสียงหลงแกล้งทำเป็นตกใจ มือเรียวที่ถือแก้วกาแฟลาเต้อาร์ตอุ่นๆ อยู่ปัดปาดไปโดนขอบแก้วอย่างจงใจ ของเหลวสีน้ำตาลเข้มและฟองนมสีขาวนวลจึงไหลทะลักลงมานองบนกระดาษพิมพ์เขียวแผ่นใหญ่ที่พิมพ์มาดาเพิ่งนั่งหลังขดหลังแข็งร่างเส้นสายมาตลอดทั้งคืนอย่างรวดเร็ว
ซ่า!
รอยสีและคราบกาแฟเปรอะเปื้อนลามเลียไปทั่วลายเส้นสถาปัตยกรรมอันประณีต เส้นสายที่คำนวณมาอย่างแม่นยำด้วยสเกลที่สมบูรณ์แบบถูกกลืนหายไปใต้คราบสีน้ำตาลเข้มในพริบตา
พิมพ์มาดาเบิกตากว้าง ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน ความทรงจำวัยเด็กแวบเข้ามาในหัว สมุดวาดเขียนเล่มโปรดที่ถูกฉีกทิ้งและละเลงด้วยสีอย่างไร้ความปรานีซ้อนทับขึ้นมาในม่านตา ความโกรธเกรี้ยว ความเจ็บปวด และความรู้สึกถูกทำลายล้างพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดจนมือเรียวของสถาปนิกสาวสั่นเทา
"รินรดา!" พิมพ์มาดาหวีดร้องชื่อนั้นออกมาสุดเสียง ดวงตาสั่นระริกด้วยหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ แต่มันถูกแทนที่ด้วยความเกรี้ยวกราดในวินาทีต่อมา มือเรียวคว้าหมับเข้าที่ปกเสื้อเชิ้ตของศิลปินสาวทันทีโดยไม่ทันคิด
รินรดาเองก็ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะมีปฏิกิริยารุนแรงขนาดนี้ ร่างบางเซถลาเข้าไปกระแทกกับแผงอกของสถาปนิกสาวตามแรงดึง ความเย็นชาที่เคยมีมลายหายไปในพริบตา เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคู่สวยที่แดงก่ำด้วยความโกรธจัดและหยาดน้ำตาที่คลอหน่วยอยู่ริมขอบตา
หัวใจของรินรดากระตุกวูบอย่างแรง ความตั้งใจเดิมที่จะแกล้งให้อีกฝ่ายโมโหเพื่อทลายกำแพงความเย็นชา พังทลายลงในวินาทีที่เธอได้เห็นความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้เกราะเหล็กของพิมพ์มาดา
"คุณ..." รินรดาเสียงแผ่วลง ความกวนประสาทหายวับไปกับตา "ฉัน... ฉันไม่ได้ตั้งใจ..."
"คุณมันใจร้าย..." พิมพ์มาดาเค้นเสียงสั่นเครือ ใบหน้าสวยคมอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่คืบ ลมหายใจร้อนผ่าวปะทะกันจนรับรู้ถึงความรุ่มร้อนที่แผดเผาอยู่ข้างใน "คุณทำลายมัน... คุณทำลายทุกอย่างที่ฉันตั้งใจสร้างมันขึ้นมา"
"พิมพ์..." รินรดาเผลอหลุดปากเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างลืมตัว มือเรียวที่เคยถือแก้วกาแฟยกขึ้นแตะแขนของสถาปนิกสาวโดยไม่รู้ตัว "ฉันแค่อยากให้คุณสนใจฉันบ้าง... ฉันขอโทษ..."
บรรยากาศในห้องทำงานเงียบกริบลงทันที มีเพียงเสียงหอบหายใจเบาๆ ของคนทั้งคู่ที่ยืนแนบชิดกันจนแทบไร้ช่องว่าง เคมีอันตรายที่ปะทะกันอย่างรุนแรงเมื่อครู่ บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นความร้อนรุ่มที่สั่นสะท้อนไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ รินรดาแหงนมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นของคนตรงหน้าอย่างเผลอไผล ส่วนพิมพ์มาดาก็จ้องมองริมฝีปากอิ่มที่เอ่ยคำขอโทษด้วยแววตาที่ซับซ้อนเกินกว่าจะคาดเดา
ทว่า ในขณะที่ความเงียบงันกำลังถักทอความรู้สึกแปลกประหลาดระหว่างพวกเธอให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นนั้นเอง...
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูกระจกใสบานใหญ่ดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างไม่เกรงใจใคร ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกด้วยมือของชายหนุ่มร่างสูงโปรดในชุดสูทเนียบกริบ พร้อมรอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้า
"ขอโทษที่ขัดจังหวะนะครับ..." เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้น พร้อมกับการก้าวเข้ามาในห้องของปกรณ์ "พอดีผมมาตามนัดประชุม... เอ๊ะ ดูเหมือนผมจะมาในเวลาที่ไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่เลยนะครับเนี่ย?"
พิมพ์มาดาและรินรดาสะดุ้งสุดตัวราวกับถูกกระแสไฟฟ้าช็อต ทั้งคู่รีบผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว พิมพ์มาดากลืนก้อนสะอื้นลงคอแล้วปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบสนิทดังเดิมในเสี้ยววินาที ขณะที่รินรดากัดริมฝีปากตัวเองแน่น หันขวับไปจ้องหน้าแขกผู้มาใหม่ด้วยสายตาที่พร้อมจะแผดเผาให้เป็นจุล
---
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ แล้วมาลุ้นกันต่อในตอนหน้าค่ะ!
เซฟเฮาส์หัวใจของยัยสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 3
รอยสีที่เปื้อนแปลน
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของยัยสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!