เซฟเฮาส์หัวใจของยัยสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 2

กฎเหล็กของคนคุมงาน

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
เสียงเคาะแฟ้มพลาสติกแข็งลงบนโต๊ะไม้กระดานอัดชั่วคราวกลางไซต์งานดังปังจนฝุ่นผงซีเมนต์ที่เกาะอยู่ตามขอบหลุดร่วงลงมา พิมพ์มาดากลืนก้อนความหงุดหงิดลงคออย่างยากลำบาก ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมคมกริบกวาดมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยสายตาที่พร้อมจะพิฆาตคนให้แหลกเป็นจุลด้วยกระดาษเอสี่แผ่นเดียว เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดตัดกับรอยเปื้อนสีอะคริลิกสีฟ้าจางๆ ตรงปลายแขน รินรดาไม่ได้สะทกสะท้านแม้แต่น้อย เธอกลับยกมือขึ้นกอดอก พนักพิงเก้าอี้พับเอียงไปข้างหลังเล็กน้อยด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับกำลังนั่งจิบชาชมวิวในหอศิลป์ มากกว่าจะมายืนเถียงกับสถาปนิกคุมงานก่อสร้างที่ขึ้นชื่อเรื่องความเคี่ยวลากดินที่สุดในบริษัท "คุณรินรดาคะ... นี่คือแบบแปลนโครงสร้างที่ผ่านการคำนวณและเซ็นอนุมัติจากวิศวกรโยธาแล้วสามรอบ ไม่ใช่กระดาษวาดเล่นในชั่วโมงศิลปะสมัยมัธยมปลายที่จะมานึกอยากจะทุบผนังรับน้ำหนักทิ้งแล้วเปลี่ยนเป็นซุ้มโค้งสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนตามใจชอบ!" น้ำเสียงของพิมพ์มาดาราบเรียบแต่เฉียบคมทุกพยางค์ มันคือความเยือกเย็นที่เคลือบด้วยน้ำแข็งแห้ง พร้อมจะกัดกร่อนความมั่นหน้าของอีกฝ่ายให้มลายหายไปในพริบตา "อ้าวเหรอคะ? นึกว่าฉันจ้างสถาปนิกมาเพื่อเนรมิตบ้านในฝันเสียอีก ไม่ใช่จ้างหุ่นยนต์โปรแกรมบล็อกคอนกรีตบล็อกเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา" รินรดาเอียงคอเล็กน้อย ดวงตากลมโตแพรวพราวด้วยประกายความท้าทาย เธอจงใจโน้มตัวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานชั่วคราวอีกนิด กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ กลิ่นวานิลลาผสมกลิ่นเฟรชแอนด์คลีนลอยมาแตะจมูกพิมพ์มาดาราวกับตั้งใจจะกวนประสาท "อีกอย่างนะคะ... ซุ้มโค้งที่คุณว่าน่ะ ฉันสเก็ตช์เองกับมือเมื่อคืน มันช่วยลดความทึบของห้องนั่งเล่นลงได้ตั้งสามสิบเปอร์เซ็นต์ คุณจบสถาปัตย์เกียรตินิยมอันดับหนึ่งมาเสียเปล่า มองไม่ออกหรือไงคะว่าแสงธรรมชาติมันจะสาดส่องเข้ามาสวยขนาดไหนถ้าตรงนั้นเป็นส่วนโค้ง?" "ฉันมองออกค่ะ... มองออกด้วยซ้ำว่าถ้าทุบตรงนั้นตามที่คุณต้องการ คานชั้นสองจะร้าวและทรุดลงมาทับหัวคุณก่อนที่บ้านหลังนี้จะสร้างเสร็จ!" พิมพ์มาดาตอกกลับทันควันโดยไม่เว้นจังหวะให้หายใจ ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาท้าทายคู่นั้นอย่างไม่ยอมแพ้ "สถาปัตยกรรมไม่ได้มีไว้แค่สวยงามนะคะคุณศิลปิน มันต้องมีความปลอดภัยเป็นพื้นฐาน ถ้าคุณอยากอยู่บ้านที่สวยแต่เสี่ยงตาย แนะนำให้ไปสร้างบ้านบนกระดาษวาดรูปของตัวเองเถอะค่ะ ที่นี่... ฉันเป็นคนคุมกฎ" ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัวชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องมือช่างและเสียงตัดเหล็กจากชั้นบนดังแว่วมาเป็นระยะ รินรดายืดตัวตรงรอยยิ้มมุมปากหยักขึ้นเล็กน้อยอย่างนึกสนุก ผู้หญิงคนนี้ดื้อรั้น ชัดเจน และน่ารังแกให้หลุดจากมาดผู้ดีเจ้าระเบียบเสียเหลือเกิน ยิ่งพิมพ์มาดาทำหน้าเคร่งเครียด คิ้วขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นโบได้ รินรดากยิ่งรู้สึกว่าโลกใบนี้มีสีสันขึ้นมาทันทีหลังจากความน่าเบื่อครอบงำมาหลายสัปดาห์ "ดุจังเลยนะคะ... ระวังริ้วรอยก่อนวัยนะคะคุณสถาปนิก" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงลากยาวเย้าแหย่ พลางใช้นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนขอบโต๊ะเป็นจังหวะ "แต่ก็นะ... ฉันชอบคนดุค่ะ ยิ่งดุ ยิ่งอยากเอาชนะ" พิมพ์มาดาสูดหายใจเข้าลึก3วินาที พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนเลือดลมสูบฉีด เธอยื่นมือไปหยิบม้วนกระดาษแปลนขึ้นมาถือไว้แน่นจนปลายนิ้วขาวซีด "ถ้าคุณยังไม่เลิกเล่นสนุกกับโครงสร้างบ้านหลังนี้ ฉันจะขอถอนตัวจากการเป็นสถาปนิกโปรเจกต์นี้ทันที เชิญคุณไปหาคนอื่นที่ตามใจคุณเถอะค่ะ!" คำขู่ที่คิดว่าจะทำให้อีกฝ่ายตกใจกลัว กลับทำให้รินรดาหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่สดใสแต่กวนประสาทเสียจนพิมพ์มาดาอยากจะคว้าหมวกกันน็อกไซต์งานมาครอบหัวอีกฝ่ายให้รู้แล้วรู้รอด รินรดาก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวพิมพ์มาดาอย่างรวดเร็ว กลิ่นวานิลลาจางๆ เข้ามาใกล้เสียจนพิมพ์มาดารู้สึกเหมือนพื้นที่หายใจรอบตัวถูกย่อส่วนลงครึ่งหนึ่ง สัญชาตญาณการป้องกันตัวสั่งให้พิมพ์มาดาถอยหลังกรูดจนสะโพกไปชนกับชั้นวางเอกสารด้านหลัง แต่รินรดากลับใช้มือข้างหนึ่งเท้าลงกับขอบชั้นวาง ปิดกั้นทางหนีไว้อย่างสมบูรณ์แบบ ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบเดียว ดวงตากลมโตของศิลปินสาวพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ ขณะที่แววตาของสถาปนิกสาวตื่นตระหนกปนความโกรธขึงที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้ความนิ่ง "ถอนตัวเหรอคะ?" รินรดากระซิบเสียงแผ่วเบา ริมฝีปากระเรื่ออยู่ห่างจากแก้มของอีกฝ่ายไม่มากนัก "ลองดูสิคะ... ถ้าคุณทิ้งฉันไว้กับผู้ชายรับเหมาหน้าหนวดพวกนั้น รับรองว่าบ้านหลังนี้กลายเป็นโบสถ์สไตล์โกธิกแน่ๆ... คุณกล้าพอที่จะปล่อยให้งานศิลปะชิ้นเอกของคุณพังคามือคนอื่นหรือไงคะ พิมพ์มาดา?" คำพูดนั้นสะดุดลมหายใจของพิมพ์มาดาไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะสัมผัสบางเบาจากปลายนิ้วเรียวของรินรดาที่ยื่นมาแตะเบาๆ ตรงปกเสื้อเชื้อที่พับอยู่เพื่อจัดให้เข้าที่อย่างถือวิสาสะ "อย่า... อย่ามาแตะต้องตัวฉันนะคะ!" พิมพ์มาดาปัดมือรินรดากระเด็นออกไปอย่างแรง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวผิดจังหวะจนน่ากลัว เธอยกมือขึ้นดันไหล่อีกฝ่ายให้ออกห่าง "ถอยไป! เรากำลังคุยเรื่องงาน ไม่ใช่เรื่องเล่นสนุก!" รินรดายอมผอยตัวถอยหลังไปสองก้าวด้วยรอยยิ้มพอใจ ดวงตาคู่สวยมองสำรวจอาการกระวนกระวายใจของคนตรงหน้าอย่างสนุกสนาน "ก็ได้ค่ะ เรื่องงานก็เรื่องงาน... งั้นเรามาตกลงกันใหม่ คุณยอมปรับซุ้มโค้งให้ฉันหน่อย สักครึ่งหนึ่งก็ได้ แล้วฉันจะยอมฟังที่คุณอธิบายเรื่องโครงสร้าง... ดีไหมคะ?" พิมพ์มาดากำหมัดแน่นในกระเป๋าเสื้อกั๊ก เธอเกลียดการถูกต้อนจนมุม และเกลียดรอยยิ้มเจ้าเล่ห์นั่นเป็นที่สุด แต่ก่อนที่เธอจะได้เปิดปากปฏิเสธข้อเสนอสุดกวนประสาทนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมเสียงทักทายดังขึ้นที่ทางเข้าสำนักงานชั่วคราว "ขอโทษครับคุณรินรดา... พอดีผมเอาเอกสารสัญญางวดงานล่าสุดมาให้เซ็นครับ" ร่างสูงของชายหนุ่มในชุดสูทภูมิฐานก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าประตู รินรดาหันไปมองเล็กน้อยก่อนจะขมวดคิ้วมุ่นด้วยความรำคาญใจที่ถูกขัดจังหวะ แต่สำหรับพิมพ์มาดากลับต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อใบหน้าของแขกผู้มาเยือนปรากฏชัดเจนผ่านแสงสว่างจากภายนอก มือที่กำหมัดแน่นเมื่อครู่กลับสั่นเทาขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ รอยยิ้มเย่อหยิ่งและท่าทีแข็งกร้าวเมื่อครู่วันนี้มลายหายไปในพริบตา เมื่อพบว่าผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือ "อดีตคู่หมั้น" ที่เพิ่งประกาศถอนหมั้นเธอไปอย่างไร้เยื่อใยเมื่อครึ่งปีก่อน—และเขาก็คือ "สถาปนิกที่ปรึกษาคนใหม่" ที่ทางโครงการเพิ่งจ้างเข้ามาตรวจสอบงานของเธอนั่นเอง! "อ๋อ... ลืมบอกไปเลยค่ะคุณพิมพ์มาดา..." รินรดาหันกลับมามองสถาปนิกสาวด้วยรอยยิ้มแปลกๆ ที่ซ่อนความนัยบางอย่างไว้ "พอดีฉันเพิ่งเซ็นสัญญาให้คุณปกรณ์เข้ามาเป็นที่ปรึกษาอิสระประจำโปรเจกต์นี้... หวังว่าพวกคุณคงจะร่วมงานกันอย่างราบรื่นนะคะ" ขอบคุณที่แวะมาอ่านตอนนี้นะคะ แล้วมาลุ้นบทเชือดเฉือนบทต่อไปด้วยกันค่ะ!
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของยัยสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%