กลิ่นกาแฟคั่วบดเข้มข้นลอยอบอวลตัดกับกลิ่นอายความอับชื้นของกระดาษแปลนเก่าๆ ในห้องประชุมใหญ่ชั้นสิบห้าของบริษัทสถาปัตยกรรมชื่อดัง แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของพิมพ์มาดามากที่สุด กลับไม่ใช่ความหรูหราของตึกระฟ้าเบื้องล่าง หรือแม้แต่จอโปรเจกเตอร์ที่กำลังฉายภาพร่างโปรเจกต์มิลليออนเบื้องหน้า
มันคือแผ่นหลังของใครบางคน
ร่างโปร่งในชุดสูทผ้าลินินสีครีมตัดเย็บอย่างประณีตกำลังยืนหันหลังให้เธอ เส้นผมสีดำสนิทที่เคยยาวสลวยถูกรวบเก็บไว้เป็นมวยต่ำอย่างลวกๆ แต่กลับดูน่ามองอย่างประหลาด ท่าทางการยืนกอดอกเคาะนิ้วเรียวลงกับข้อศอกเบาๆ นั้น... เป็นจังหวะที่พิมพ์มาดาจำฝังใจ แม้เวลาจะผ่านไปเนิ่นนานถึงห้าปีเต็ม
"ขอโทษที่มาช้านะคะ พอดีรถติดนิดหน่อย"
เสียงหวานทุ้มที่ติดจะกวนประสาทเล็กน้อยดังขึ้น พร้อมกับร่างนั้นที่หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับทุกคนในห้อง
โลกทั้งใบของพิมพ์มาดาราวกับหยุดหมุน
ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมคมกริบเบิกกว้างขึ้นเสี้ยววินาที ก่อนที่กลไกการป้องกันตัวอันยอดเยี่ยมของสถาปนิกสาวจอมเ、ยบจะทำงาน หัวใจที่เคยกระตุกวูบตกลงไปถึงตาตุ่มถูกดึงกลับมาตั้ง
รินรดา...
ผู้หญิงคนที่เคยทิ้งรอยแผลเป็นไว้ในใจเธออย่างไร้เยื่อใย หายตัวไปจากชีวิตของเธอในคืนที่ฝนตกหนักโดยไม่แม้แต่จะเอ่ยคำลา ตอนนี้กลับมายืนอยู่ตรงหน้าเธอ ในฐานะ ‘ศิลปินอิสระชื่อดังระดับประเทศ’ ผู้กุมชะตากรรมร่วมในโปรเจกต์รีโนเวทหอศิลป์โบราณมูลค่าหลายร้อยล้านที่เธอเป็นหัวหน้าทีม
"ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะคะ... คุณพิมพ์มาดา"
รอยยิ้มมุมปากที่ส่งมาให้นั้นไม่ได้มีความหมายเชิงบวกแม้แต่น้อย มันคือรอยยิ้มท้าทายของคนที่รู้ดีว่ากำลังถือไพ่เหนือกว่า และรู้ด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายกำลังรู้สึกปั่นป่วนแค่ไหน
พิมพ์มาดากลืนก้อนความขมขื่นลงคออย่างยากลำบาก เธอยืดหลังตรงโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณนักออกแบบบ้านผู้รักความสมบูรณ์แบบสั่งให้เธอต้องควบคุมทุกตารางนิ้วของสีหน้าและร่างกายให้กลับมานิ่งสนิท เธอหยิบปากกาหมึกซึมด้ามโปรดขึ้นมาหมุนเล่นในมือช้าๆ เพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวของปลายนิ้ว
"เช่นกันค่ะ หวังว่ารสนิยมของคุณจะพัฒนาขึ้นจากเมื่อก่อน จนไม่ทำให้งานของฉันต้องพังลงกลางคันนะคะ... คุณรินรดา"
น้ำเสียงของพิมพ์มาดาราราบเรียบ เย็นชา และเชือดเฉือนพอดิบพอดี ไดอะล็อกคมคายถูกพ่นออกมาด้วยความเร็วและจังหวะจะโคนที่ไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว บรรยากาศในห้องประชุมพลุกพล่านไปด้วยกระแสไฟฟ้าแรงสูงที่คนนอกอาจมองไม่เห็น แต่ทว่าเฉียบคมจนผู้ช่วยโปรเจกต์ที่นั่งข้างๆ ถึงกับต้องกลืนน้ำลายเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มเอกสารมากอดไว้แน่น
รินรดาหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่เคยทำให้พิมพ์มาดาใจสั่นระรัวในอดีต บัดนี้กลับฟังดูระคายหูราวกับเสียงเสียดสีของโลหะ
"ปากจัดไม่เปลี่ยนเลยนะคะ สถาปนิกคนเก่ง... แต่ก็นั่นแหละค่ะ เสียดายจังที่ฉันดันชอบอะไรที่มันยากๆ ซะด้วยสิ" รินรดาแกล้งเอียงคอมองด้วยสายตาแพรวพราว กวาดมองสำรวจชุดสูทรัดรูปสีเทาเข้มที่สวมใส่เพื่อปกปิดความเปราะบางภายในของพิมพ์มาดาอย่างจงใจ "หวังว่าโครงสร้างหัวใจ... เอ๊ย โครงสร้างงานของคุณ จะแข็งแรงพอที่จะไม่พังทลายลงมาซะก่อนที่เราจะทำงานกันเสร็จนะคะ"
คำพูดกำกวมที่จงใจเล่นคำเมื่อครู่ทำเอาแก้มเนียนของพิมพ์มาด้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เธอกัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็น The Sharp Line อย่างชัดเจน
*ผู้หญิงคนนี้... ร้ายกาจขึ้นเป็นกอง*
"โครงสร้างของฉันคำนวณมาอย่างแม่นยำด้วยหลักวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมชั้นสูงค่ะ มันไม่มีทางพังลงมาแค่เพราะลมปากของศิลปินเร่ร่อนที่เพิ่งกลับประเทศหรอกค่ะ" พิมพ์มาดาตอกกลับทันควัน ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่สวยที่เธอเคยหลงใหลอย่างไร้ความเกรงกลัว
รินรดาก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะประชุมตัวยาวมากขึ้น ระยะห่างที่เคยถูกคั่นด้วยเก้าอี้และเอกสารลดลงเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาเจือกลิ่นเฟรชออเรนจ์จางๆ ที่คุ้นเคยโชยเข้าแตะจมูก พิมพ์มาดารู้สึกเหมือนออกซิเจนในห้องประชุมลดฮวบลงครึ่งหนึ่งโดยอัตโนมัติ
"งั้นเหรอคะ..." รินรดายื่นมือเรียวลงมาทาบลงบนขอบโต๊ะทำงานฝั่งตรงข้ามโน้มตัวลงมาเล็กน้อยจนใบหน้าสวยเฉี่ยวอยู่ห่างจากเธอไม่ถึงคืบ ดวงตาคมกวาดมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นของพิมพ์มาดาก่อนจะกระซิบเสียงแผ่วเบาที่ได้ยินกันแค่สองคน
"แต่ระวังหน่อยนะคะ... บางทีสิ่งที่พังง่ายที่สุด อาจจะไม่ใช่ตัวตึกหรอกค่ะ แต่เป็น 'เซฟเฮาส์' ที่คุณพยายามสร้างขึ้นมาขังตัวเองไว้ต่างหากล่ะคะ"
สิ้นคำพูดนั้น รินรดาก็ผละตัวออกไปพร้อมรอยยิ้มมุมปาก ทิ้งให้พิมพ์มาดายืนแข็งทื่ออยู่กับที่ หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล ประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัวถึงขีดสุดท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุม
ก่อนที่พิมพ์มาดาจะทันได้เรียบเรียงคำพูดเผ็ดร้อนเพื่อสวนกลับ ประตูห้องประชุมบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำของผู้บริหารฝ่ายจัดซื้อที่ก้าวเข้ามาขัดจังหวะความตึงเครียด
"คุณพิมพ์มาดาครับ! แย่แล้วครับ... คุณรินรดาเขาเพิ่งแจ้งเปลี่ยนคอนเซปต์งานศิลปะทั้งหมดของชั้นใต้ดินใหม่หมดเลย โดยไม่ผ่านการอนุมัติจากคุณครับ!"
พิมพ์มาดาหันขวับกลับไปมองคนข้างตัวทันที รินรดายักไหล่ให้เธออย่างไม่ยี่หระ พร้อมกับส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มมาให้อย่างท้าทาย
"อุ๊ย ลืมบอกไปค่ะ... พอดีฉันชอบงานที่มันอยู่นอกกรอบน่ะค่ะ คุณสถาปนิกจอมเนี้ยบ... ช่วยตามแก้ให้ฉันทีนะคะ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเปิดประตูห้องหัวใจดวงนี้ไปพร้อมกับลิลลี่นะคะ หวังว่าจะชอบความแซ่บพริกสิบเม็ดนี้ค่ะ!
เซฟเฮาส์หัวใจของยัยสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 1
เส้นขนานที่มาบรรจบ
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของยัยสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!