เซฟเฮาส์หัวใจของยัยสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 16

ศัตรูหัวใจคนใหม่

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
"คุณพิมพ์มาดาคะ กาแฟแก้วนี้ถ้าชงด้วยสัดส่วนนมสดเพิ่มอีกสองเปอร์เซ็นต์ มันจะช่วยลดความเกร็งในตารางงานสามสัปดาห์นี้ของคุณลงได้นะคะ" ปลายนิ้วเรียวสวยของรินรดาเคาะลงบนแก้วเซรามิกสีเอิร์ธโทนเบาๆ เจ้าของนามปากกา 'กลิ่นลิลลี่สีขาว' ขอต้อนรับรี้ดที่รักทุกคนเข้าสู่บทที่สิบหกของความสัมพันธ์ที่กำลังไต่ระดับความร้อนแรงจนปรอทแทบแตกนะคะ พิมพ์มาดาช้อนตาขึ้นจากจอแท็บเล็ตที่มีแปลนบ้านสไตล์มินิมอลอยู่ตรงหน้า ดวงตาสีเข้มคู่นั้นนิ่งสนิทตามแบบฉบับสถาปนิกสาวผู้เคร่งครัดในระเบียบวินัยทุกตารางนิ้ว ทว่าเสี้ยววินาทีที่สบเข้ากับรอยยิ้มกวนประสาทของศิลปินสาว ปลายจغหาสะท้อนความหงุดหงิดที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่งเรียบอย่างแนบเนียน "ฉันไม่ได้ต้องการกาแฟที่ช่วยลดความเกร็งค่ะรินรดา ฉันต้องการความถูกต้องตามหลักวิศวกรรมโครงสร้างและแปลนที่ส่งตรงเวลา ไม่ใช่ภาพวาดสีน้ำมันเซอร์เรียลลิสต์ที่คุณกำลังพยายามยัดเยียดให้มันกลายเป็นผนังรับน้ำหนัก" พิมพ์มาดากระแทกเสียงตอบกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมเหมือนใบมีดโกนที่เคลือบด้วยน้ำตาล รินรดาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่กวนใจสถาปนิกสาวที่สุดในรัศมีสามกิโลเมตร ร่างเพรียวในชุดเสื้อเชิ้ตลินินย้วยๆ กับกางเกงยีนส์เซอร์ๆ ขยับเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานไม้สักทรงเรขาคณิตที่ถูกจัดวางทุกอย่างอย่างเป็นระเบียบเป๊ะจนน่าหมั่นไส้ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาอ่อนๆ เจือกลิ่นสีอะคริลิกโชยเข้าจมูกพิมพ์มาดาจนสถาปนิกสาวต้องเผลอกลั้นหายใจ "ความถูกต้องมันน่าเบื่อจะตายไปค่ะคุณสถาปนิก... เหมือนชีวิตคุณนั่นแหละ ตื่นตีห้าครึ่ง จิบกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล เดินทางถึงออฟฟิศแปดโมงตรงเป๊ะ ไม่เคยมีช่องว่างให้ความผิดพลาดหลุดรอดเข้ามาเลยสักมิลลิเมตรเดียว คุณไม่เหนื่อยบ้างหรือไงคะที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมตลอดเวลาแบบนี้" "เพราะฉันรู้ว่าถ้าชีวิตมันหลุดจากกรอบ... มันจะพังทลายลงมาไม่มีชิ้นดีต่างหากล่ะคะ" พิมพ์มาดาตอกกลับทันที ดวงตาคู่คมจ้องเขม็ง ใบหน้าหวานตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ปมในวัยเด็กที่เธอต้องเติบโตมาท่ามกลางความไม่แน่นอนและการถูกทอดทิ้ง ทำให้เธอเกลียดความเซอร์ไพรส์และความยุ่งเหยิงที่สุดในชีวิต แต่รินรดากลับทำตัวเหมือนพายุลูกใหญ่ที่คอยจะพัดพาความระเบียบเรียบร้อยเหล่านั้นให้กระจัดกระจายอยู่เรื่อย "แต่บางครั้ง... สิ่งที่พังทลายมันอาจจะเปิดพื้นที่ให้เราสร้างห้องใหม่ที่สวยกว่าเดิมก็ได้นะคะ" รินรดาโน้มตัวลงมาใกล้ ใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ จนพิมพ์มาดาต้องเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนี หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะขึ้นมาดื้อๆ เสียอย่างนั้น บรรยากาศในเซฟเฮาส์ส่วนตัวที่ควรจะเงียบสงบ กลับเต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าแรงสูงที่ปะทะกันจนอากาศร้อนระอุขึ้นมาทันตาเห็น ก๊อก ก๊อก ก๊อก! เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ขัดจังหวะวิกฤตหัวใจของคนทั้งคู่ พิมพ์มาดาสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติตัวเองกลับมาสู่โหมดมืออาชีพ ก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบตึงดังเดิม ส่วนรินรดาเบะปากอย่างขัดใจเล็กน้อยที่โดนขัดจังหวะความสนุก แล้วถอยหลังกลับไปยืนกอดอกพิงผนังห้องด้วยท่าทางกวนๆ เหมือนเดิม "เชิญค่ะ" พิมพ์มาดาส่งเสียงอนุญาต บานประตูเปิดออกเผยให้เห็นร่างสูงโปรดของชายหนุ่มในชุดสูททقเอร์ลุคเนี๊ยบกริบ เส้นผมเซ็ตเข้ารูปอย่างดี ใบหน้าคมคายประดับด้วยรอยยิ้มอบอุ่นที่เป็นมิตร 'กรณ์' นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รุ่นใหม่ไฟแรง และที่สำคัญที่สุดคือเขาคือ 'เจ้าของโปรเจกต์รีสอร์ทหรู' มูลค่าหลายร้อยล้านที่กำลังเป็นงานใหญ่ที่สุดของบริษัทสถาปนิกแห่งนี้ในตอนนี้ "สวัสดีครับคุณพิมพ์มาดา ขอโทษที่มาขัดจังหวะนะครับ พอดีผมผ่านมาแถวนี้เลยแวะเอาเอกสารเพิ่มเติมมาให้ แล้วก็... อ้าว คุณรินรดา ศิลปินคนเก่งก็อยู่ด้วยเหรอครับเนี่ย" กรณ์ส่งยิ้มพราวเสน่ห์มาให้ทั้งคู่ สายตาที่เขามองรินรดามีความประกายระยิบระยับบางอย่างที่ทำเอาสถาปนิกสาวขมวดคิ้วมุ่นโดยไม่รู้ตัว "สวัสดีค่ะคุณกรณ์ เชิญนั่งก่อนค่ะ" พิมพ์มาดาลุกขึ้นยืนผายมือไปยังโซฟาต้อนรับ น้ำเสียงกลับมาเป็นทางการอย่างรวดเร็ว "เรื่องเอกสารที่ขอเพิ่ม ทางเรากำลังดำเนินการให้อยู่ค่ะ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร" "ผมรู้ฝีมือคุณพิมพ์มาดาดีครับ ทำงานเนียบและไร้ที่ติเสมอ ไม่มีอะไรต้องห่วงเลย" กรณ์เดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน แต่แทนที่จะนั่งฝั่งตรงข้าม เขากลับโน้มตัวลงมาใกล้พิมพ์มาดาเกินความจำเป็นเพื่อชี้จุดบนแปลน "แต่เรื่องดีไซน์ส่วนล็อบบี้ต้อนรับ ผมอยากให้คุณรินรดาเข้ามาช่วยเพ้นท์ผนังลายพิเศษให้ด้วย จะได้เพิ่มมูลค่าและความอาร์ตให้กับรีสอร์ท ผมคิดว่าถ้าเป็นฝีมือคุณรินรดา... น่าจะทำให้แขกที่มาพักประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกแน่นอนครับ" กรณ์หันไปยิ้มให้รินรดา ศิลปินสาวยักิ้วรับเล็กน้อยตามมารยาท แต่สายตาของเธอกลับเหลือบมองพิมพ์มาดาที่ยืนนิ่งสนิทอยู่ข้างๆ สีหน้าของสถาปนิกสาวตอนนี้เรียบเฉยจนน่ากลัว รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากตัวจนอุณหภูมิรอบกายลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว "เรื่องงานเพ้นท์ผนัง... ไว้เราค่อยคุยรายละเอียดกันทีหลังนะคะคุณกรณ์ ตอนนี้ฉันขอตัวไปหยิบเอกสารสัญญาฉบับจริงมาก่อนค่ะ" พิมพ์มาดาตัดบทด้วยน้ำเสียงที่แข็งกระด้างขึ้นกว่าเดิมอย่างปิดไม่มิด ร่างบางก้าวฉับๆ ออกจากห้องทำงานไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้รินรดายืนอยู่กับกรณ์ตามลำพัง รินรดามองตามแผ่นหลังบางที่เดินลับหายออกไป หัวใจกระตุกวูบแปลกๆ เธอมองออกว่าพิมพ์มาดากำลังแสดงอาการ 'หวงก้าง' หรือไม่ก็หงุดหงิดที่ลูกค้าหนุ่มคนนี้เข้ามาแทรกกลางระหว่างพื้นที่ส่วนตัวที่พวกเธอเพิ่งจะสร้างกำแพงความรู้สึกพังลงไปเมื่อครู่ "ดูเหมือนคุณพิมพ์มาดาจะจริงจังกับงานนี้มากเลยนะครับ" กรณ์พูดขึ้นพร้อมกับขยับเข้าไปหารินรดาอีกก้าว "แต่ผมสนใจคุณมากกว่างานรีสอร์ทซะอีกนะคุณรินรดา สนใจไปทานมื้อค่ำกับผมสักมื้อไหมครับ? ผมมีเรื่องศิลปะอยากคุยกับคุณเป็นการส่วนตัวหลายเรื่องเลย" รินรดายกยิ้มมุมปาก ดวงตากลมโตฉายแววเจ้าเล่ห์ขึ้นมาทันที เธอชอบเล่นกับไฟ... และเธอก็อยากรู้เหมือนกันว่าสถาปนิกจอมเนี้ยบที่เพิ่งเดินหนีไป จะทนเห็น 'ศัตรูหัวใจคนใหม่' มาจีบศิลปินในสังกัดต่อหน้าต่อตาได้สักกี่น้ำกันเชียว "ดินเนอร์เหรอคะ? ก็น่าสนใจดีนะคะคุณกรณ์..." รินรดาจงใจลากเสียงยาว ให้ดังพอที่จะสะท้อนก้องไปถึงคนที่เพิ่งก้าวกลับเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือพอดี พิมพ์มาดาหยุดชะงักฝีเท้าที่หน้าประตู สันจมูกรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจที่พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุดเมื่อได้ยินคำตอบนั้นชัดเจน ขอบคุณรี้ดที่น่ารักทุกคนที่ติดตามอ่านตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของยัยสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%