"พี่พิมพ์... นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันคะ"
เสียงสั่นพร่าของรินรดาลอยเคว้งคว้างอยู่กลางห้องทำงานที่ปิดทึบ บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยไอร้อนที่ไม่ได้มาจากเครื่องปรับอากาศ แต่มาจากระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่ที่ถูกย่นย่อจนแทบไม่เหลือช่องว่าง พิมพ์มาดาในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวรีดเรียบกริบกำลังยืนชิดขอบโต๊ะทำงานอย่างไร้ทางหนี โดยมีร่างเพรียวบางของศิลปินสาวเจ้าปัญหาตรึงเธอไว้ด้วยวงแขนที่กักขังทั้งตัวและหัวใจ
สถาปนิกสาวผู้ไม่เคยยอมให้เส้นกริดในชีวิตเอียงแม้แต่มิลลิเมตรเดียว กำลังกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาคู่คมที่มักจะมองโลกด้วยความเย็นชาและประเมินค่า ปรากฏรอยไหวระริกอย่างปิดไม่มิด เมื่อปลายนิ้วเรียวยาวของรินรดาเอื้อมมาแตะเบาๆ ที่ปกเสื้อของเธอ ไล่ระดับต่ำลงมาจนถึงกระดุมเม็ดบนสุดที่ถูกปลดออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
"ถอยไปนะริน" พิมพ์มาดากดเสียงต่ำ พยายามงัดเอาความเยือกเย็นทั้งหมดในฐานะเจ้าของเซฟเฮาส์และสถาปนิกจอมเนี้ยบมาใช้ ทว่าน้ำเสียงนั้นกลับสั่นพร่าเสียจนคนฟังจับพิรุธได้ทันที "คุณกำลังล้ำเส้น... และฉันไม่ชอบให้ใครมาทำลายระเบียบของฉัน"
"ระเบียบเหรอคะ?" รินรดายิ้มมุมปาก ดวงตากลมโตพราวระยับด้วยประกายความท้าทายที่ร้อนแรงจนน่ากลัว เธอยกมือขึ้นอีกข้าง เกลี่ยปอยผมสีเข้มที่หลุดลุ่ยของพิมพ์มาดาอย่างเบามือ "ตลอดเวลาที่ผ่านมา พี่เอาแต่สร้างกำแพง เอาแต่ขีดเส้นว่าใครเข้าใกล้ได้แค่ไหน... แต่กับริน พี่กลับปล่อยให้เข้ามาลึกที่สุด ตั้งแต่เมื่อไหร่กันล่ะคะที่พี่ลืมล็อกประตูห้องนี้"
คำพูดนั้นคมกริบราวกับใบมีดที่กรีดผ่านเกราะป้องกันอันเปราะบาง พิมพ์มาดาสูดหายใจเข้าลึก ภายในอกไหววูบราวกับมีแผ่นดินไหวขนาดย่อม เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ปมในวัยเด็กที่ถูกทอดทิ้งและสอนให้เธอต้องควบคุมทุกอย่างให้อยู่ในมือเสมอ กำลังถูกสั่นคลอนด้วยความไร้ระเบียบของศิลปินสาวคนนี้ คนที่เข้ามาแต้มสีสันฉูดฉาดลงบนกระดาษสีขาวสะอาดของเธอจนพังพินาศ
"ฉันไม่ได้ลืมล็อก... แค่ไม่คิดว่าคุณจะไร้มารยาทถึงขั้นปีนหน้าต่างเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของคนอื่น" พิมพ์มาดาเชิดหน้าขึ้น พยายามสบตาเพื่อกลบเกลื่อนความปั่นป่วนข้างใน ทว่ายิ่งเข้าใกล้ กลิ่นหอมจางๆ ของสีน้ำมันและดอกไม้ป่าจากตัวรินรดากยิ่งทำให้สติสัมปชัญญะของเธอกระเจิดกระเจิง
"ถ้าไม่ปีนเข้ามา รินก็คงไม่มีวันได้เห็น..." รินรดากระซิบแผ่วเบาริมใบหู ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่จนพิมพ์มาดาต้องสะท้านเฮือก "...ว่าข้างใต้ความเย็นชาและเกราะเหล็กพวกนั้น หัวใจของสถาปนิกคนเก่งกำลังเต้นแรงขนาดไหน"
สิ้นคำพูดนั้น รินรดาไม่ได้ถอยห่าง แต่กลับขยับเข้ามาประชิดยิ่งขึ้นจนแผ่นอกแนบชิด พิมพ์มาดาผะหนีโดยสัญชาตญาณ แต่แผ่นหลังกลับชนเข้ากับชั้นหนังสือไม้สักหนักอึ้ง เส้นทางหนีถูกปิดตายอย่างสมบูรณ์แบบ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเมื่อจู่ๆ รarinda ก็โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากแทบจะสัมผัสกัน
ความนิ่งสนิทและระเบียบวินัยที่พิมพ์มาดาเพียรสะสมมาทั้งชีวิตพังทลายลงในพริบตา เมื่อรินรดาใช้มือข้างหนึ่งประคองกรามเรียวของเธอไว้เบื้องล่าง บังคับให้เธอต้องรับสัมผัสและการจ้องมองที่เต็มไปด้วยความคลั่งรักแบบไม่คิดจะปิดบังอีกต่อไป
"ริน... เดี๋ยว..." พิมพ์มาดาพยายามเปล่งเสียงท้วติง แต่คำพูดทั้งหมดก็ถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อรินรดาใช้ความถือวิสาสะปิดกั้นริมฝีปากของเธอด้วยความนุ่มนวลแต่เด็ดขาด เป็นจูบที่ไม่ยอมให้ปฏิเสธ เป็นรสชาติของความดื้อรั้นและอิสระเสรีที่ซัดสาดเข้ามาในชีวิตอันแสนน่าเบื่อของสถาปนิกสาวราวกับคลื่นลูกใหญ่
ในวินาทีแรก พิมพ์มาดาร่างกายแข็งทื่อ หัวสมองขาวโพลน เธอกำลังจะผลักไสคนที่บังอาจล้ำเส้นออกไปตามสัญชาตญาณของการป้องกันตัว แต่ทว่า... ปลายมือที่ยกขึ้นตั้งท่าจะผลัก กลับเปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของรินรดาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากสัมผัสและการรุกรานอย่างไร้ความเกรงใจนี้ กำลังกัดเซาะกำแพงในใจเธอทีละน้อย ความรู้สึกโหยหาที่ถูกฝังกลบไว้ภายใต้ความเนี้ยบและระเบียบถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอย่างไม่มีชิ้นดี
รินรดารุกหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ ราวกับต้องการทวงคืนทุกวินาทีที่พิมพ์มาดาเคยผลักไส ไล่ต้อนความรู้สึกของเธอจนมุม จนในที่สุดคนที่เป็นฝ่ายคุมเกมมาตลอดอย่างพิมพ์มาดา ก็เริ่มเป็นฝ่ายหายใจไม่ทันและต้องยอมเผยอริมฝีปากรับสัมผัสที่วาบหวามนั้นอย่างจำนน กลิ่นอายความพ่ายแพ้หอมหวานอบอวลอยู่ทั่วพื้นที่ระหว่างลมหายใจของคนทั้งคู่
ทว่า ในจังหวะที่หัวใจของพิมพ์มาดากำลังเต้นระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก และเผลอปล่อยตัวปล่อยใจไปกับสัมผัสอันเร่าร้อนนั้น เสียงกริ่งหน้าประตูกลับดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน... ติ๊ด! ตามด้วยเสียงปลดล็อกประตูอัตโนมัติจากรหัสผ่านที่ถูกกดโดยบุคคลที่สาม
"พิมคะ! พี่เอาเอกสารแบบแปลนโครงสร้างที่เธอรีเควสต์มาให้... เอ๊ะ ทำไมห้องเงียบจัง"
เสียงใสของ 'มีน' รุ่นน้องร่วมสำนักงานดังขึ้นพร้อมกับการผลักประตูห้องทำงานเปิดผัวะเข้ามาอย่างไร้การเคาะเตือน!
รินรดากับพิมพ์มาดาผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับถูกไฟช็อต พิมพ์มาดายืนหอบหายใจจนอกกระเพื่อม ใบหน้าแดงก่ำลามไปถึงใบหู รีบยกมือขึ้นจัดเสื้อผ้าและผมเผ้าให้เข้าที่เข้าทางในเสี้ยววินาที ส่วนรินรดาก็ก้าวถอยหลังไปสองก้าว ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทว่าดวงตากลับพราวระยับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่จงใจส่งให้พิมพ์มาดา
พิมพ์มาดากลืนก้อนสะอื้นแห่งความตกใจลงคอ พยายามปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบนิ่งเป็นปกติโดยเร็วที่สุด แม้ว่าหัวใจจะยังเต้นรัวแรงราวกับกลองเพล เธอกวาดสายตาคมกริบมองไปยังรุ่นน้องที่ยืนอ้าปากค้างอยู่หน้าประตูห้อง ก่อนจะเปล่งเสียงลอดไรฟันออกมาด้วยความเคืองระคนอับอาย
"มีน... ใครใช้ให้เธอเข้ามาโดยไม่เคาะประตูก่อน!"
ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอ่านและร่วมฟินไปกับความสัมพันธ์ที่กำลังจะหลุดจากการควบคุมนี้นะคะ
เซฟเฮาส์หัวใจของยัยสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 11
ก้าวแรกของความพ่ายแพ้
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของยัยสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!