เซฟเฮาส์หัวใจของยัยสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 10

ช็อตฟีลกลางสตูดิโอ

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
"ถ้าคุณยังเดินเข้ามาล้ำเส้นเขตตารางมิลลิเมตรบนโต๊ะทำงานฉันอีกก้าวเดียว ฉันจะถือว่าคุณจงใจก่อวินาศกรรมโปรเจกต์นี้ค่ะ รินรดา" ปลายปากกาหมึกซึมราคาแพงถูกกระแทกลงบนแปลนกระดาษไขอย่างแม่นยำ เสียงนั้นไม่ได้ดังกระโชกตื่นตูม แต่คมกริบและเย็นเยียบจนคนฟังสามารถสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวสถาปนิกสาวผู้เคร่งครัดในระเบียบทุกกระเบียดนิ้ว พิมพ์มาดายืนกอดอกแน่น แผ่นหลังเหยียดตรงราวกับมีไม้บรรทัดเหล็กดามไว้ภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวรีดเรียบกริบ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาจดจ้องมองศิลปินสาวตัวแสบที่ยืนลอยชายอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างเอาเรื่อง รินรดาไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด เธอกลับยกยิ้มมุมปาก ยกมือขึ้นกอดอกเลียนแบบท่าทางของอีกฝ่ายได้อย่างน่าหมั่นไส้ ดวงตากลมโตคู่สวยพราวระยับด้วยประกายความสนุกสนาน ยามเมื่อได้เห็นสถาปนิกจอมเนี้ยบกำลังพยายามสร้างกำแพงน้ำแข็งสูงตระหง่านขึ้นมาปกป้องหัวใจที่กำลังสั่นคลอนของตัวเอง "ตารางมิลลิเมตรอะไรกันคะคุณพิมพ์คะ นี่มันสตูดิโอศิลปะนะ ไม่ใช่ห้องผ่าตัดหัวใจ... อ้อ หรือว่าที่จริงแล้ว คุณกำลังกลัวว่าหัวใจตัวเองจะเต้นผิดจังหวะเวลาที่ฉันยืนใกล้ๆ กันแน่ล่ะ" รินรดาจงใจก้าวเท้าเข้ามาประชิดอีกหนึ่งก้าวอย่างท้าทาย กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาอ่อนๆ เจือกลิ่นสีอะคริลิกจางๆ ลอยมาแตะจมูกพิมพ์มาดาจนสถาปนิกสาวต้องรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนร่องรอยความปั่นป่วนที่พุ่งพล่านขึ้นมาในอก ให้ตายเถอะ ผู้หญิงคนนี้อันตรายต่อระบบประสาทและสมาธิในการทำงานของเธอเสียเหลือเกิน ตั้งแต่รินรดาก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในโปรเจกต์รีโนเวตสตูดิโอแห่งนี้ ชีวิตอันเป็นระเบียบเรียบร้อยราวกราฟฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์ของพิมพ์มาดาก็พังทลายไม่เป็นท่า พิมพ์มาดาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกสติ เธอยกนิ้วขึ้นดันกรอบแว่นเบาๆ พยายามงัดเอาความเยือกเย็นทั้งหมดที่มีในชีวิตมาใช้เป็นเกราะกำบัง "โปรดจำไว้นะคะรินรดา ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเรามีแค่ 'สถาปนิก' กับ 'ศิลปินเจ้าของพื้นที่' ไม่มีสถานะอื่น และไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องล้ำเส้นเข้าไปกู้ภัยเรื่องส่วนตัวของกันและกัน กฎข้อแรกของฉันคือห้ามยุ่งเรื่องส่วนตัว... หวังว่าคุณจะมีความจำที่ดีพอจะจำมันได้นะ" คำพูดที่เฉียบคมและห่างเหินนั้นทำรอยยิ้มบนเรียวปากของรินรดาชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคู่สวยฉายแววไหววูบเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความดื้อรั้นตามประสาคนที่ไม่เคยยอมแพ้ให้กับอะไรง่ายๆ "กฎมีไว้แหกค่ะคุณสถาปนิก... โดยเฉพาะกฎงี่เง่าที่คนใจแข็งแถวนี้ตั้งขึ้นมาเพื่อปิดกั้นตัวเอง" รินรดาก้าวเข้ามาประชิดจนแทบไม่มีช่องว่างระหว่างกัน น้ำเสียงที่เคยขี้เล่นเปลี่ยนเป็นจริงจังและลึกล้ำขึ้นจนน่าใจหาย "คุณกลัวอะไรอยู่เหรอพิมพ์... กลัวว่าถ้าปล่อยให้ฉันเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวแล้ว คุณจะรู้ตัวว่าขาดฉันไม่ได้ใช่ไหมล่ะ" พิมพ์มาดาชะงัก หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างรุนแรง คำพูดแทงใจดำนั้นพุ่งตรงเข้ากลางเป้าหมายราวกับลูกศรที่ถูกเล็งมาอย่างแม่นยำ เธออยากจะสวนกลับด้วยถ้อยคำเจ็บแสบเหมือนเช่นเคย แต่ริมฝีปากกลับหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้ด้วยสายตาคู่คมที่จ้องมองมาอย่างอ่านทะลุปรุโปร่ง ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่สตูดิโอชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ กับจังหวะการเต้นของหัวใจที่ดังจนน่ากลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน พิมพ์มาดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอกำมือเข้าหากันจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อดึงสติกลับมา หญิงสาวตัดสินใจถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง แล้วเชิดหน้าขึ้นพยายามทำเสียงให้ราบเรียบที่สุด "กรุณาให้เกียรติพื้นที่ทำงานของฉันด้วยค่ะ ถ้าคุณยังไม่มีงานอะไรจะทำ ก็เชิญกลับออกไปก่อนได้..." "ถ้าฉันบอกว่าสิ่งที่ฉันอยากทำที่สุดตอนนี้ คือการทลายกำแพงบ้าๆ นี่ลงล่ะ..." รินรดาไม่ยอมถอย เธอก้าวตามมาติดๆ จนหลังของพิมพ์มาดาชนเข้ากับชั้นวางอุปกรณ์สถาปัตยกรรมด้านหลังอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ พิมพ์มาดาเบิกตากว้างเมื่อพบว่าตอนนี้ตัวเองถูกกักตัวไว้ระหว่างโต๊ะทำงานกับวงแขนเรียวของศิลปินสาว รินรดายื่นหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนพวงแก้มเนียน กลิ่นอายความดื้อรั้นและเสน่ห์อันตรายแผ่ซ่านจนสถาปนิกสาวผู้เจ้าระเบียบแทบจะลืมวิธีหายใจ ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่งงัน ท่ามกลางบรรยากาศที่ร้อนรุ่มและชวนให้หัวใจเต้นระส่ำ พิมพ์มาดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนเคว้ง ความตั้งใจที่จะผลักไสอีกฝ่ายกระเจิงหายไปในอากาศ ชั่วขณะหนึ่งเผลอไล่สายตาลงมองเรียวปากอิ่มที่แย้มยิ้มท้าทายอย่างลืมตัว เพล้ง! เสียงโลหะกระทบพื้นดังสนั่นหวั่นไหวมาจากทางประตูสตูดิโอ ทำลายภวังค์สีชมพูแกมความตึงเครียดให้แตกละเอียดในพริบตา ทั้งคู่สะดุ้งสุดตัวผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับถูกไฟช็อต พิมพ์มาดารีบปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบตึงเป็นปกติแล้วหันขวับไปมองยังต้นเสียงด้วยความตกใจ ขณะที่รินรดาสบถเบาๆ อย่างขัดใจที่จังหวะสำคัญถูกขัดจังหวะ ร่างสูงโปรดของใครคนหนึ่งก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงธรณีประตู สีหน้าของแขกผู้มาเยือนคนนั้นเต็มไปด้วยความตกตะลึงระคนความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด "พี่พิมพ์... นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันคะ" ...กราบบขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความสัมพันธ์ซึนๆ ของทั้งคู่มา ณ ที่นี้นะคะ
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของยัยสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%