เซฟเฮาส์หัวใจของยัยสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 28

ตามล่าหาความจริง

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
กระดาษเอกสารปึกหนาในมือของพิมพ์มาดากำลังสั่นน้อยๆ ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่เป็นแรงอัดอั้นจากความจริงที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้พรมมานานนับสิบปี เสียงถอนหายใจยาวเหยียดในห้องทำงานสถาปนิกส่วนตัวดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน มีเพียงแสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะสีเหลืองนวลที่สาดส่องลงบนเอกสารทะเบียนราษฎร์และบันทึกข้อตกลงเก่าคร่ำครึ "พิมพ์จ๋า... แม่มาหาลูกแล้ว..." ประโยคสั้นๆ จากตอนที่แล้วยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท มันไม่ใช่เสียงแห่งความอบอุ่นโหยหาอย่างที่เด็กกำพร้าคนหนึ่งเคยจินตนาการไว้ตลอดชีวิต แต่มันคือชนวนระเบิดที่ทำลายล้างภาพจำอันสวยงามเกี่ยวกับ 'ครอบครัว' ที่เธอพยายามสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องหัวใจตัวเอง พิมพ์มาดากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก สถาปนิกสาวผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี้ยบและควบคุมทุกตารางนิ้วในชีวิต กลับพบว่าโครงสร้างชีวิตที่เธอออกแบบมาอย่างดีเยี่ยม พังทลายลงในพริบตาเมื่อพบว่าเอกสารทางกฎหมายฉบับนี้ระบุชัดเจนว่า การหายตัวไปของมารดาในวัยเด็กของเธอ ไม่ใช่การถูกทอดทิ้งอย่างไร้เยื่อใยตามคำบอกเล่าของสถานสงเคราะห์ แต่เป็น ‘การขายสิทธิ์’ แลกกับเงินก้อนโตเพื่อใช้หนี้พนันของคนเป็นพ่อต่างหาก! "โกหก... มันต้องไม่ใช่เรื่องจริงสิ" เสียงพึมพำลอดไรฟัน ร่างเพรียวในชุดสูทเข้ารูปสั่นเทาเล็กน้อย เธอยกมือขึ้นกุมขมับเมื่อภาพความทรงจำสีจางในวัยเด็กย้อนกลับมาทำร้าย ภาพผู้หญิงใจร้ายที่หิ้วกระเป๋าเดินทางออกจากบ้านในวันฝนตก แท้จริงแล้วไม่ได้หนีไปมีครอบครัวใหม่ แต่ถูกบังคับให้ออกจากบ้านโดยที่ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะหันกลับมามองลูกสาวในไส้ แกร็ก! เสียงเปิดประตูห้องทำงานเบาหวิว แต่กลับทำให้พิมพ์มาดาสสะดุ้งสุดตัว เธอรีบกวาดเอกสารบนโต๊ะให้พ้นสายตา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นด้วยแววตาแข็งกร้าวที่ใช้เป็นเกราะกำบัง รินรดา ศิลปินสาวเจ้าของรอยยิ้มกวนประสาทและนัยน์ตาพราวเสน่ห์ก้าวเข้ามาพร้อมแก้วโกโก้อุ่นๆ ในมือ บรรยากาศรอบตัวของรินรดานุ่มนวลและเป็นอิ스ระตัดกับความตึงเครียดในห้องนี้อย่างสิ้นเชิง "หน้าเครียดเป็นตูดหม้ออีกแล้วนะคะคุณสถาปนิก" รินรดาวางแก้วลงบนโต๊ะทำงานอย่างถือวิสาสะ ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองใบหน้าซีดเผือดของคนตรงข้ามด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ใต้รอยยิ้มหยอกล้อ "นั่งหลังขดหลังแข็งมาสามชั่วโมงแล้วนะ งานออกแบบพาร์ทเมนต์หรูนั่นมันสูบวิญญาณขนาดนั้นเลย หรือว่า... กำลังเครียดเรื่องที่มีคนมาเคาะประตูห้องเมื่อเย็นนี้กันแน่?" พิมพ์มาดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอยังไม่พร้อมจะแบ่งปันความโสมมของอดีตครอบครัวให้ใครรับรู้ โดยเฉพาะกับรินรดา ผู้หญิงที่มองทะลุปรุโปร่งยิ่งกว่า X-ray "ไม่ใช่เรื่องของคุณค่ะรินรดา งานฉัน ฉันจัดการเองได้ คุณกลับห้องไปเถอะ ฉันอยากอยู่คนเดียว" รินรดาหรี่ตามอง ปฏิกิริยาตั้งกำแพงแบบนี้แปลว่าอีกฝ่ายกำลังเจาะจงซ่อนแผลสดไว้แน่นอน ศิลปินสาวไม่ยอมถอยหลังกลับง่ายๆ เธอสาวเท้าเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้นโน้มตัวลงใช้มือเรียวค้ำขอบโต๊ะ โน้มใบเข้าหาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ประจำตัวของรินรดาโชยปะทะนาสิก ดึงสติที่กระเจิดกระเจิงของพิมพ์มาดาให้กลับมาจดจ่ออยู่ตรงหน้า "ไล่เก่งจังนะคะ ระวังเถอะ... วันไหนฉันเบื่อแล้วไม่มาตื๊อไล่กอดคุณ คุณจะเหงาจนร้องไห้ขี้มูกโป่งไม่รู้ด้วย" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงยียวนแต่แววตากลับจริงจังขึ้น "แล้วก็... เลิกใช้สายตาแบบนั้นมองฉันสักที ฉันไม่ใช่ลูกน้องในไซต์งานของคุณนะพิมพ์มาดา ที่จะต้องมานั่งกลัวเวลาคุณทำหน้ายักษ์" "ฉันไม่ได้กลัวใครทั้งนั้น!" พิมพ์มาดาเผลอเสียงDแข็งใส่ เธอผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเพื่อสร้างระยะห่าง แต่เพราะความรีบร้อนทำให้ข้อศอกไปปัดโดนแฟ้มเอกสารลับที่ซ่อนไว้ใต้กองกระดาษร่วงหล่นกระจายเกลื่อนพื้น พรึบ! กระดาษนับสิบแผ่นปลิวว่อนลงแทบเท้าของรินรดา ศิลปินสาวก้มลงมองตามสัญชาตญาณ สายตาคมกริบกวาดอ่านข้อความบนหัวกระดาษแผ่นบนสุดอย่างรวดเร็ว รอยยิ้มขี้เล่นบนใบหน้าของรินรดามลายหายไปในเสี้ยววินาที ความเงียบงันเข้าปกคลุมบรรยากาศในห้องทันทีจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นโครมคราม "นี่มัน... อะไรกันคะพิมพ์?" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตา สายตาที่เคยพราวระยับแปรเปลี่ยนเป็นความตระหนักรู้และเห็นอกเห็นใจอย่างสุดซึ้ง "เรื่องที่คุณตามสืบมาตลอดสัปดาห์นี้... คือเรื่องนี้เองเหรอ?" "เก็บมันขึ้นมาเดี๋ยวนี้! อย่ามาสอดเรื่องของฉันนะรินรดา!" พิมพ์มาดาปรี่เข้าไปหวจะแย่งกระดาษคืน ความอับอายและบาดแผลในใจถูกเปิดเปลือยต่อหน้าคนที่เธออยากให้เห็นแต่ด้านที่แข็งแกร่งที่สุด มือเรียวสั่นเทาพยายามก้มลงเก็บเอกสาร แต่รินรดากลับไวกว่า ก้มลงหยิบแผ่นกระดาษสำคัญขึ้นมาถือไว้ รินรดาไม่ได้อ่านมันต่อ เธอรู้ดีว่าขอบเขตความเป็นส่วนตัวคืออะไร แต่เธอกลับทิ้งกระดาษในมือลงพื้นอย่างไร้ใยดี แล้วก้าวเข้าไปคว้าข้อมือเรียวของสถาปนิกสาวที่กำลังพยายามซ่อนน้ำตาแห่งความคับแค้นไว้ภายใต้ใบหน้าเย็นชา "ปล่อยฉัน!" พิมพ์มาดาพยายามสะบัดออก แต่รินรดากลับใช้แรงมากกว่าดึงร่างบางเข้าหาตัว ปะทะเข้ากับแผ่นอกอุ่นจนพิมพ์มาดาต้องหยุดชะงัก "หยุดทำตัวเป็นเม่นสักทีได้ไหมคะ!" รินรดาเอ็ดเบาๆ แต่เสียงนั้นสั่นเครือด้วยความเจ็บปวดแทน "คุณจะแบกโลกทั้งใบไว้คนเดียวทำไมวะ... พิมพ์มาดา ฉันอยู่นี่ไง ฉันไม่ได้จะมาซ้ำเติมคุณสักหน่อย" ความอบอุ่นจากอ้อมกอดที่ไม่ได้ตั้งตัวทำให้เกราะป้องกันที่พิมพ์มาดาสร้างมาตลอดชีวิตพังทลายลงในพริบตา น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลทะลักออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ สถาปนิกสาวผู้สมบูรณ์แบบซบหน้าลงกับไหล่บางของศิลปินสาว ปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาย "ฮຶือก... เขาทิ้งฉัน... เขาขายฉัน... ริน... ทำไมล่ะ ทำไมฉันต้องเกิดมาเพื่อถูกทิ้งด้วย..." เสียงสะอื้นฮักขาดห้วงพรั่งพรูออกมาพร้อมกับมือเรียวที่กำเสื้อของรินรดาแน่นราวกับเป็นที่ยึดเหนี่ยวเดียวในโลกใบนี้ รินรดากอดร่างที่สั่นเทานั้นไว้แนบแน่น มือเรียวลูบเส้นผมสลวยอย่างเบามือเพื่อปลอบประโลม ริมฝีปากนุ่มกระซิบชิดใบหูด้วยน้ำเสียงจริงจังและหนักแน่น "คุณไม่ได้ถูกทิ้งเพราะไม่มีค่าหรอกนะคะพิมพ์... คนที่ไร้ค่าคือพวกเขาก็ต่างหาก และจำไว้... ต่อจากนี้ไป คุณไม่ได้ตัวคนเดียวอีกแล้ว มีฉัน... ที่จะไม่มีวันปล่อยมือจากคุณเด็ดขาด" บรรยากาศในห้องทำงานที่เคยอึมครึมถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นลึกซึ้ง หัวใจสองดวงเต้นแนบชิดกันจนแทบเป็นจังหวะเดียวกัน พิมพ์มาดาเงยหน้าขึ้นสบตากับรินรดาในระยะประชิด ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่คืบ แววตาสั่นระริกของสถาปนิกสาวเจือด้วยความซาบซึ้งใจและความรู้สึกแปลกใหม่ที่กำลังตีรวนอยู่ในอก รินรดายกมือขึ้นเกลี่ยหยาดน้ำตาบนแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา ปลายนี้วเรียวปัดผ่านริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่น สายตาของศิลปินสาวร้อนแรงขึ้นจนพิมพ์มาดารู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งร่าง จังหวะหัวใจเต้นรัวระทึกยิ่งกว่าตอนที่เผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้ายเสียอีก ทว่า... ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะได้ขยับเข้าใกล้กันมากกว่านี้เพื่อเติมเต็มความโหยหา ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีมารยาท ตามด้วยเสียงบิดลูกบิดประตูที่ดังลั่นห้อง ทั้งที่พิมพ์มาดาล็อคกลอนไว้อย่างแน่นหนาแล้ว แต่กุญแจสำรองจากด้านนอกกำลังถูกไขเข้ามา! ร่างของหญิงสูงวัยแต่งกายภูมิฐานแต่แววตาเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งก้าวเข้ามาในห้องทำงาน พร้อมกับรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก... และประโยคทักทายที่ทำให้เลือดในกายของพิมพ์มาดาเย็นเฉียบลงทันที "อ้าว... ลูกสาวแม่... ยังไม่นอนอีกเหรอจ๊ะ ทำไมถึงต้อนรับแขกแปลกหน้าในห้องส่วนตัวแบบนี้ล่ะ?" ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกของตัวละครด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของยัยสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%