ทายาทตระกูลดังปะทะอดีตภรรยาที่เคยถูกลืม•ตอนที่ 7

เมื่อความลับรั่วไหล

ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
ความเงียบงันภายในห้องประชุมใหญ่ของตึก “ศิลาภัทร” กำลังถูกบีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก ราวกับอากาศถูกสูบออกไปจนหมดสิ้นเมื่อร่างเล็กจ้อยในชุดเอี๊ยมยีนส์ขาสั้นก้าวเข้ามาพร้อมกับมือเรียวบางที่กุมข้อมือเขาไว้—มือของผู้หญิงคนที่ศิลาเคยคิดว่าได้ถูกฝังกลบไว้ในอดีตอันไร้ค่า และไม่มีวันหวนคืนกลับมาสร้างความปั่นป่วนให้ชีวิตอันมั่นคงของเขาได้อีก รินรดายืนนิ่งสงաբ ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นกันแดดสีชาไม่ได้ฉายแววหวาดหวั่นแม้แต่น้อย เธอกวาดสายตามองเหล่าคณะกรรมการบริหารที่กำลังอ้าปากค้างด้วยความตะลึง ก่อนที่สายตานั้นจะเคลื่อนมาหยุดนิ่งอยู่ที่ประธานบริษัทผู้ทรงอิทธิพล—อดีตสามีผู้เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี ดวงตาคมกริบของศิลาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เป็นปฏิกิริยาทางกายภาพเพียงเสี้ยววินาทีที่หลุดรอดจากเกราะป้องกันอันเยือกเย็น หัวใจของมหาเศรษฐีหนุ่มกระตุกวูบลงไปถึงตาตุ่ม ราวกับมีใครเอาค้อนหนักอึ้งมาทุบเข้าที่กลางอกจนจุกแน่น ภาพอดีตภรรยาผู้เคยเจียมเนื้อเจียมตัว ร้องไห้อ้อนวอนขอความเห็นใจในวันที่เขาเซ็นใบหย่าอย่างไร้เยื่อใย ถูกลบเลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงผู้บริหารสาวพราวเสน่ห์ในชุดสูทเข้ารูปสีเพลิง ที่สะท้อนความเย่อหยิ่งและทรงอำนาจเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการถึง แต่สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของศิลาสะดุดกึกยิ่งกว่าตัวของรินรดาก็คือ... เด็กชายตัวน้อยที่ยืนหลบอยู่ข้างกายเธอ ดวงตากลมโตเป็นประกายจ้า จมูกรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อย และโดยเฉพาะริมฝีปากหยักได้รูปที่กำลังเม้มเข้าหากันด้วยความประหม่า—มันช่างถอดพิมพ์มาจากกระจกเงาของตัวเขาเองไม่มีผิดเพี้ยน! "คุณ... คุณริน..." เสียงทุ้มต่ำของกรรมการอาวุโสคนหนึ่งหลุดลอดออกมาด้วยความตกใจ เมื่อจำได้ว่าผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือใคร "นั่นมัน... หรือว่า..." "สวัสดีค่ะท่านประธาน และคณะกรรมการบริหารทุกท่าน" เสียงหวานใสแต่ทรงพลังดังขึ้น ทำลายความเงียบงันทั้งหมดลง รินรดายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความเคารพยำเกรงแม้แต่น้อย มันคือรอยยิ้มของผู้ล่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม "ดิฉัน รินรดา ในฐานะตัวแทนผู้ถือหุ้นรายใหม่ของกลุ่มบริษัทศิลาภัทร... หวังว่าการปรากฏตัวอย่างกะทันหันของดิฉัน คงจะไม่ทำให้ใครแถวนี้ ‘นอนไม่หลับ’ จนเสียงานเสียการหรอกนะคะ" ศิลากัดกรามแน่นจนกล้ามIสันนูนขึ้นชัดเจน อีโก้ที่ค้ำคอมาตลอดชีวิตพังทลายลงในพริบตา เขายันกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังอดีตภรรยาด้วยความรู้สึกที่ปะปนกันระหว่างความโกรธเกรี้ยว ความตกตะลึง และความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะอธิบาย "รินรดา... เธอเล่นบ้าอะไรอยู่?" ศิลาเค้นเสียงลอดไรฟัน ก้าวเท้าฉับๆ เข้าหาเธอด้วยแรงอารมณ์ที่คุกรุ่นราวกับลาวาใต้พื้นโลก "แล้วเด็กคนนี้... นี่มันหมายความว่ายังไง!" รินรดาไม่ถอยหลังหนีแม้แต่ก้าวเดียว เธอก้มลงลูบศีรษะของเด็กชายตัวน้อยแผ่วเบา ก่อนจะดันตัวลูกชายให้ไปหลบอยู่ด้านหลังอย่างปกป้อง พร้อมกับเงยหน้าสบตากับอดีตสามีอย่างไร้ความเกรงกลัว "ถามตัวเองดูสิคะคุณศิลา... ว่าคุณเคยใส่ใจโลกใบเล็กๆ ของฉันบ้างหรือเปล่า ถึงได้ไม่เคยรู้เลยว่า ตลอดเวลาที่คุณเสวยสุขอยู่บนกองเงินกองทองและชื่อเสียง มีเลือดเนื้อเชื้อไขของคุณถูกขับไล่ให้ไปเติบโตในที่ที่ต่ำต้อยแค่ไหน" น้ำเสียงของเธอราบเรียบ เย็นชา แต่บาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจของคนฟัง ข่าวลือที่แพร่สะพัดในแวดวงธุรกิจช่วงนี้ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน แต่มันคือพายุลูกใหญ่ที่กำลังพัดถล่มอาณาจักรศิลาภัทรให้สั่นคลอน และผู้หญิงที่เคยถูกเขี่ยทิ้งเหมือนเศษผ้าเก่าๆ คนนี้แหละ คือผู้ที่ถือหางเสือพายุลูกนั้นอยู่ บรรยากาศในห้องประชุมตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด เสียงซุบซิบนินทาของบรรดาผู้บริหารดังระงับขึ้นเป็นระยะ เมื่อความจริงเริ่มปรากฏชัดเจนว่า ทายาทตระกูลดังผู้เย่อหยชา กำลังถูกอดีตภรรยาที่เขาเคยเหยียบย่ำ ตลบหลังเข้าซื้อหุ้นจนกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับสอง และที่สำคัญที่สุด... เธอกำลังถือไพ่ตายที่สามารถทำลายชื่อเสียงวงศ์ตระกูลของเขาได้ในชั่วข้ามคืน "คุณไม่มีสิทธิ์..." ศิลาขยับเข้าไปประชิดตัวเธอ กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยที่เคยรัญจวนใจในอดีต บัดนี้กลับผสมปนเปไปกับความกดดันทางอารมณ์ เขาก้มลงกระซิบด้วยเสียงที่สั่นพร่าจากความโกรธ "เอาลูกของผมไปซ่อน แล้วทำเป็นเก่งกลับมาทวงคืนทุกอย่าง... คิดว่าฉันจะยอมให้เธอเหยียบย่ำศักดิ์ศรีได้ง่ายๆ อย่างนั้นเหรอ?" รินรดายิ้มเยาะ เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ระยะห่างระหว่างกันน้อยเสียจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกัน ใบหน้าสวยเฉี่ยวฉายแววเย้ยหยันอย่างไม่ปิดบัง "ศักดิ์ศรีเหรอคะ?" เธอย้อนถาม เสียงกระซิบของเธอนั้นเชือดเฉือนยิ่งกว่ามีดโกน "วันที่ฉันหิ้วท้องโตๆ เดินไปขอความเมตตาจากคุณ... วันที่คุณปัดมือฉันทิ้งแล้วไล่ฉันออกจากบ้านเหมือนหมูเหมือนหมา ศักดิ์ศรีของฉันมันหายไปไหนทำไมคุณไม่ถามตัวเองบ้างล่ะคะคุณศิลา?" คำพูดนั้นสะท้อนก้องในความทรงจำของศิลา ภาพเหตุการณ์ในอดีตวันนั้นผุดขึ้นมาในหัว ราวกับมีคนเอาน้ำร้อนมาสาดซ้ำรอยแผลเป็น เขาเคยใจร้าย... ใจร้ายอย่างไร้ความปรานี และในวินาทีนี้ กรรมตามสนองกำลังทำงานอย่างเที่ยงตรงที่สุด เมื่อเขาเพิ่งตระหนักได้ว่า ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าไม่มีค่าอะไรเลย คือคนเดียวที่มีอำนาจในการชี้เป็นชี้ตายอนาคตของเขา "แต่ถ้าคุณอยากคุยเรื่องศักดิ์ศรีนัก..." รินรดาผละตัวออกห่างเล็กน้อย เธอจัดปกเสื้อสูทให้เข้าที่ด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับไม่ได้กำลังยืนอยู่ท่ามกลางสมรภูมิรบทางธุรกิจ "คืนนี้... สองทุ่มตรง ที่เพนท์เฮาส์ส่วนตัวของคุณ เรามาคุยกันในฐานะ ‘หุ้นส่วนทางธุรกิจ’ และ ‘พ่อแม่ของลูก’ ก็แล้วกันนะคะ หวังว่าคุณจะไม่เบี้ยวนัดคนสำคัญอย่างฉันหรอกนะ" พูดจบ เธอก็ย่อตัวลงอุ้มเด็กชายขึ้นมาแนบอก ส่งยิ้มเย็นเยียบให้ศิลาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปท่ามกลางความอึ้งงันของทุกคนในห้องประชุม โดยไม่เหลียวกลับมามองอดีตสามีที่ยืนแข็งค้างดุจรูปปั้นหินทรายอีกเลย ตลอดช่วงบ่ายจนถึงค่ำ ศิลาไม่เป็นอันทำงาน เอกสารกองโตบนโต๊ะทำงานถูกกวาดลงพื้นจนกระจัดกระจาย ความหงุดหงิดพลุ่งพล่านอยู่ในอกราวกับไฟบรรลัยกัลป์ เขายืนมองออกไปนอกกระจกใสบานใหญ่ของตึกสูงระฟ้า แสงไฟระยิบระยับของเมืองหลวงไม่ได้ช่วยให้จิตใจที่ร้อนรุ่มของเขาสสงบลงได้เลย ภาพรอยยิ้มเย้ยหยันและแววตาท้าทายของรินรดายังคงวนเวียนอยู่ในหัว ซ้ำร้าย... ภาพเด็กชายตัวน้อยที่มีหน้าตาถอดแบบมาจากเขา ยิ่งตอกย้ำความจริงที่ว่า เขากำลังจะสูญเสียทุกอย่าง หากไม่สามารถควบคุมสถานการณ์นี้ไว้ได้ เขารู้ดีว่าการไปพบเธอตามนัดหมายในคืนนี้ เปรียบเสมือนการเดินเข้าสู่หลุมพรางที่เธอขุดรอไว้ แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น เมื่อเข็มนาฬิกาตีบอกเวลาสองทุ่มตรง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งที่หน้าเพนท์เฮาส์ส่วนตัว ศิลาเปิดประตูออกด้วยใบหน้าบึ้งตึง ทว่าภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้ลมหายใจของเขาติดขัด รินรดายืนอยู่ตรงนั้นในชุดเดรสผ้าไหมสีดำสนิทแนบเนื้อ ขับเน้นสรีระเย้ายวนที่เคยเป็นของเขาคนเดียว ปลายผมยาวสลวยคลอเคลียลาดไหล่เปลือยเปล่า แววตาคมกริบฉายแววเจ้าเล่ห์และเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด เธอก้าวล้ำเข้ามาในห้องโดยไม่ได้รับอนุญาต กลิ่นกายหอมหวานรัญจวนใจโชยเข้าจมูกของชายหนุ่มจนสติกระเจิง ศิลาปิดประตูลงล็อกแน่นสนิท ก่อนจะคว้าข้อมือเรียวเล็กแล้วกระชากร่างบางเข้ามาประชิดตัวอย่างหมดความอดทน "เธอต้องการอะไรกันแน่ รินรดา!" เขาคำรามเสียงต่ำชิดริมฝีปากนุ่ม รินรดาไม่สะทกสะท้าน เธอยกมือขึ้นคล้องลำคอแกร่งของเขาไว้ รอยยิ้มยั่วยวนปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างท้าทาย "อยากได้หุ้นคืนเหรอคะ... หรืออยากได้ตัวฉันคืนดีล่ะ?" เธอกระซิบเสียงพร่าข้างใบหูเขา ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนศิลาขนลุกซู่ ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยเพลิงสวาทที่ถูกจุดขึ้นอย่างรวดเร็วดั่งต้องมนต์สะกด ศิลาไม่รอช้า เขาประกบจริมฝีปากลงบนเรียวปากอิ่มของเธอทันที เป็นการจູບที่เต็มไปด้วยความโหยหา ความโกรธ และความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกกดทับมานานนับปี รินรดาผวาเฮือกเล็กน้อยก่อนจะจูบตอบอย่างเร่าร้อนและดุดันไม่แพ้กัน เรียวลิ้นที่เกี่ยวพันกันอย่างดุเดือดสร้างความวาบหวามจนแทบคลั่ง มือหนาลูบไล้ไปตามส่วนโค้งเว้าของสะโพกมน บีบเค้นหนักหน่วงด้วยความโหยหา ร่างระหงถูกดันถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ แต่ความร้อนรุ่มระหว่างพวกเขากลับแผดเผาทุกสิ่งรอบตัวให้มอดไหม้ ลมหายใจหอบกระชั้น เสียงครางแผ่วเบาในลำคอ และสัมผัสอันเร่าร้อนที่ประสานเข้าหากันอย่างไร้ความปรานี ทำให้ค่ำคืนนี้กลายเป็นสมรภูมิแห่งความรักและการแก้แค้นที่เต็มไปด้วยความลุ่มลึกและเร่าร้อนเกินกว่าจะต้านทาน... ทว่า ในขณะที่ร่างทั้งสองกำลังจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางความมืดมิดของห้องนอนใหญ่ รินรดากลับผลักอกเขาออกเบาๆ ด้วยเรียวแรงที่เหลืออยู่ เธอยกยิ้มมุมปากทั้งที่ริมฝีปากยังบวมเจ่อจากการจูบ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลที่วางอยู่บนหัวเตียงขึ้นมา แล้วโยนมันลงบนอกเขา "ก่อนที่เราจะไปถึงตรงนั้น..." รินรดาโน้มตัวกระซิบเสียงหวานเยียบเย็นข้างใบหูของชายหนุ่มที่กำลังหายใจหอบกระชั้นด้วยความปรารถนา "อ่านนี่ให้จบซะก่อนนะคะคุณศิลา... เพราะนี่คือข้อตกลงจริงๆ ที่ฉันเอามาเสนอคุณในฐานะ ‘ภรรยาเก่า’ ที่คุณไม่มีวันหนีพ้น" ศิลาขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ เขาหยิบซองเอกสารนั้นขึ้นมาเปิดดูอย่างลวกๆ ทว่าทันทีที่กวาดสายตาอ่านข้อความบรรทัดแรก ดวงตาคมกริบของเขาก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงจนหัวใจแทบหยุดเต้น เอกสารในมือร่วงหล่นลงสู่พื้นพรมอย่างไม่รู้ตัว เมื่อสิ่งที่ปรากฏอยู่บนกระดาษแผ่นนั้นไม่ใช่แค่เรื่องหุ้น... แต่มันคือใบฟ้องหย่าและข้อตกลงโอนสิทธิ์ขาดในบริษัททั้งหมด ให้ตกเป็นของลูกชายของเธอแต่เพียงผู้เดียว! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนสำหรับการติดตามตอนนี้นะคะ บทต่อไปรับรองว่าเดือดและสะใจยิ่งกว่าเดิมแน่นอนค่ะ!
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดังปะทะอดีตภรรยาที่เคยถูกลืม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%