กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบดำผสมความเยือกเย็นของมัสก์ลอยวนอยู่ในห้องประชุมวีไอพีชั้นห้าสิบ ทว่าสิ่งที่บาดลึกยิ่งกว่ากลิ่นอายความหรูหรา กลับเป็นสายตาคู่คมที่จ้องมองตรงมาโดยไม่แม้แต่จะกระพริบ
ร่างของศิลาชะงักกึก นัยน์ตาคมเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ เขาก้มลงมองผู้หญิงในอ้อมแขนที่ตอนนี้กลับแย้มยิ้มออกมาอย่างเยือกเย็น... รอยยิ้มของผู้ชนะที่แท้จริง
"คุณ... รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำหลุดลอดจากริมฝีปากหยักที่เคยหยิ่งผยอง ทว่าเวลานี้มันกลับสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้ วงแขนแข็งแกร่งที่เผลอรับร่างเธอดwยสัญชาตญาณยามเมื่อเธอแสร้งทำเป็นเซถลำเข้าหา ค่อยๆ เกร็งแน่นขึ้นทีละน้อยจนปลายนิ้วแทบจิกเข้ากับเนื้อผ้าไหมราคาแพงของเธอ
รินรดาไม่ได้ถอยหนี เธอกลับปล่อยให้เขากอดประคองไว้อย่างนั้น ชั่ววินาทีที่ใบหน้าของเราอยู่ใกล้กันจนปลายจมูกแทบจะชนกัน เธอกลับโน้มเข้าไปใกล้เขาอีกนิด กระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทว่าคมกริบราubใบมีดที่เคลือบยาพิษ
"แปลกใจนักหรือคะท่านประธาน... คิดว่าฉันจะยังเป็นผู้หญิงโง่คนเดิม ที่นั่งรอคุณกลับบ้านอย่างไร้ค่าในห้องมืดๆ อย่างนั้นหรือ"
ศิลาสูดลมหายใจเข้าลึก เขารวบสติที่กระเจิดกระเจิงกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว สมองของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลสั่งให้เขาผลักเธอออกเบาๆ ก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยราวน้ำแข็ง ทว่าแววตาที่มองเธอนั้นเต็มไปด้วยคำถามมากมายที่อัดแน่นจนแทบระเบิด
"คุณกล้าดียังไง... กลับมาเหยียบที่นี่ ในฐานะประธานกรรมการบริหารบริษัทคู่แข่ง" ศิลาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาดุจเหยี่ยวจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า รินรดาในวันนี้ไม่ใช่ภรรยาเก่าที่แสนจืดชืดและเอาแต่ร้องไห้คนเดิมอีกต่อไปแล้ว ชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทขับเน้นรูปร่างเพรียวระหงให้ดูทรงอำนาจและเย้ายวนในเวลาเดียวกัน เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบตึงเผยให้เห็นลำคอระหงและใบหน้าที่เฉี่ยวคมราวกับพญาหงส์
"ทำไมฉันจะกล้าไม่ได้ล่ะคะ ในเมื่อศิลากล้าที่จะทิ้งขว้างของมีค่าอย่างฉันลงถังขยะ ฉันก็แค่เก็บมันขึ้นมาปัดฝุ่น แล้วแปลงโฉมใหม่ให้มันมีค่าจนคุณเอื้อมไม่ถึงก็เท่านั้นเอง"
รินรดายกยิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่า เธอดึงตัวออกจากอ้อมแขนของเขาอย่างช้าๆ จงใจจัดปกเสื้อสูทให้เรียบร้อยด้วยท่าทางเย้ายวนระคนเยาะหยัน ก่อนจะเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ประธานฝั่งตรงข้ามอย่างถือดี
การเจรจาธุรกิจระหว่าง "ศิลา กรุ๊ป" และ "แบล็ครอส โฮลดิ้ง" เริ่มต้นขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่คุกรุ่นไปด้วยแรงปะทะทางอารมณ์ใต้หน้ากากมืออาชีพ เอกสารสัญญาโปรเจกต์หมื่นล้านวางอยู่ตรงกลาง แต่สายตาของทั้งคู่กลับไม่ได้มองตัวเลขเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย
"ข้อเสนอของคุณ... มันตลกร้ายสิ้นดี รินรดา" ศิลานั่งไขว่ห้าง มือหนาเคาะโต๊ะกระจกเป็นจังหวะช้าๆ เพื่อข่มความเร่าร้อนในอกที่กำลังตีรวนขึ้นมา เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้โต๊ะ ดวงตาคมกริบกวาดมองเธอด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา "คุณตั้งใจจะฮุบหุ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์สุดท้ายของบริษัทผม... เพื่อสะใจแค่นั้นน่ะหรือ"
"สะใจเหรอคะ?" รินรดาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น แต่มันกลับเซ็กซี่และบาดลึกถึงขั้วหัวใจ เธอยื่นมือเรียวลงไปบนโต๊ะ ปลายนิ้วเรียวกรีดกรายลงบนเอกสารสัญญาอย่างเชื่องช้า "คุณคิดตื้นเกินไปแล้วค่ะศิลา สิ่งที่คุณทำกับฉันในอดีต มันมีมูลค่ามากกว่าหุ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์นี้เสียอีก... ฉันไม่ได้มาเพื่อทวงคืนความยุติธรรม แต่ฉันมาเพื่อเหยียบย่ำศักดิ์ศรีที่คุณหวงนักหวงหนา ให้มันลงไปกองอยู่ใต้ฝ่าเท้าของฉันต่างหาก"
คำพูดนั้นเฉียบคมราวนำHแหลมพุ่งเข้าปักอกแกร่ง ศิลากรามกระตุกแน่นสันนูนขึ้นชัดเจน ความโกรธเกรี้ยวผสมผสานกับความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างกำลังสูบฉีดไปทั่วร่าง เขายอมรับว่าความเย็นชาและท่าทีเย่อหยิ่งของเธอบนความสวยที่เฉิดฉายขึ้นเป็นกอง ทำให้หัวใจที่ด้านชาของเขาเริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง ความรู้สึกเร่าร้อนที่เคยมีต่อเธอในอดีตกำลังตื่นขึ้นมาทักทายราวกับถ่านไฟเก่าที่ถูกลม8ัดกระพือ
"ถ้าคุณอยากได้มันนัก... ทำไมไม่ลองใช้ร่างกายของคุณมาแลกดูล่ะ เผื่อว่าผมจะเมตตาเซ็นอนุมัติให้คุณง่ายขึ้น"
ศิลาเอ่ยเสียงพร่า เขาจงใจโน้มตัวเข้าไปใกล้เธอ กลิ่นกายบุรุษเพศอันคุ้นเคยแผ่ซ่านเข้าจู่โจมประสาทสัมผัสของรินรดา สายตาของเขาเปลี่ยนจากความโกรธเป็นความเร่าร้อนดุดันราวกับเสือร้ายที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อ
รินรดาชะงักไปชั่ววินาที หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนกปนความโกรธ ทว่าเธอกลับไม่แสดงความอ่อนแอออกมาให้เขาเห็นแม้แต่น้อย เธอกลับเชิดหน้าขึ้น รอยยิ้มเย้ายวนถูกจุดขึ้นที่มุมปากอย่างท้าทาย
"เสียใจด้วยนะคะท่านประธาน... ของต่ำๆ แบบคุณ ตอนนี้ฉันต่อให้ฟรีๆ ฉันยังนึกรังเกียจเลยค่ะ"
สิ้นคำพูดนั้น ศิลาก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป มือหนาพุ่งไปคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้แล้วกระชากเข้าหาตัวอย่างแรง แรงดึงทำให้รินรดาลุกขึ้นยืนและเซถลำเข้าไปชนแผงอกแกร่งของเขาอย่างจัง ก่อนที่ประตูห้องประชุมจะถูกเปิดผางขึ้นโดยเลขาหนุ่มที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา
"ท่านประธานครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... มี... มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งอ้างว่าเป็น... เป็น..." เลขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตาเหลือบมองเจ้านายสลับกับรินรดาด้วยความหวาดหวั่น "เด็กคนนั้นบอกว่าเป็นลูกชายของคุณครับ และตอนนี้กำลังยืนรอพบคุณอยู่ข้างนอก!"
ร่างของศิลาแข็งค้างเป็นหินทันที นัยน์ตาคมเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงสูงสุด เขาก้มลงมองหน้าอดีตภรรยาที่เวลานี้กลับแย้มยิ้มออกมากว้างกว่าเดิม รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความลับอันตราย... และความจริงที่กำลังจะทำลายล้างโลกทั้งใบของเขาให้พินาศ
"เชิญสิคะ..." รินรดากระซิบเสียงหวานข้างหูเขาอย่างเยือกเย็น "ไปดูหน้าเลือดเนื้อเชื้อไขที่คุณไม่เคยแม้แต่จะชายตากล่าวถึง... ว่าหน้าตาเหมือนคุณขนาดไหน"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ บทต่อไปรับรองว่าพีกจนวางไม่ลงแน่นอนค่ะ!
ทายาทตระกูลดังปะทะอดีตภรรยาที่เคยถูกลืม•ตอนที่ 3
ขีดจำกัดของความอดทน
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดังปะทะอดีตภรรยาที่เคยถูกลืม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!