กลิ่นอานิสและกาแฟดำเข้มข้นลอยอวลอยู่ในห้องทำงานของศิลา ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาดิจิทัลบนโต๊ะทำงานขยับตัว
ประโยคสุดท้ายของทนายความหนุ่มยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของพริมโรส *“คนที่ฆ่าพ่อของคุณ... อาจจะยังอยู่ในสำนักงานอัยการสูงสุดค่ะ”*
แพทย์นิติเวชสาวนิ่งงัน ร่างเพรียวบางภายใต้เสื้อกาวน์สีขาวสะอาดสะท้านไหวอย่างควบคุมไม่ได้ ดวงตาคู่คมจ้องมองแฟลชไดรฟ์สีดำสนิทในมือของชายหนุ่มราวกับมันเป็นวัตถุมีพิษที่พร้อมจะแผดเผาทุกความเชื่อมั่นที่เธอสะสมมาตลอดชีวิต
“คุณพูดอะไรออกมา... ศิลา” เสียงของพริมโรสแหบพร่า ทว่าเฉียบคมและเต็มไปด้วยแรงสั่นสะเทือนทางอารมณ์ “สำนักงานอัยการสูงสุดคือองค์กรที่ผดุงความยุติธรรม พ่อของฉัน... ท่านอุทิศตนเพื่อกฎหมายจนลมหายใจสุดท้าย คุณกำลังจะบอกว่าคนที่บงการเรื่องทั้งหมดคือคนในระดับสูงอย่างนั้นหรือคะ?”
ศิลาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ความสดใส มีเพียงความเยียบเย็นและเย้ยหยันโชคชะตา เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้าหาเธออย่างช้าๆ ราวกับเสือดาวที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุมในอาณาเขตของมัน
“คุณยังเชื่อในระบบอุดมคติบ้าบอนั่นอยู่อีกหรือคะ พริมโรส?” ศิลาโน้มใบหน้าลงมาใกล้ กลิ่นกายสะอาดผสมผสานกับความดุดันของผู้ชายอันตรายล้อมกรอบตัวเธอไว้จนแทบหมดอากาศหายใจ “โลกใบนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความยุติธรรม แต่มันขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์ และแฟลชไดรฟ์ชิ้นนี้... คือหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่บันทึกเส้นทางการเงินนอกระบบ ระหว่างอัยการระดับสูงกับกลุ่มทุนมืดที่ซื้อสำนวนคดีของพ่อคุณเมื่อสิบปีก่อน”
พริมโรสเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเซียว หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความเจ็บปวดผสมความโกรธแค้น คดีของพ่อที่ถูกตราหน้าว่าเป็นคนรับสินบนจนต้องปลิดชีพตัวเอง... บัดนี้ความจริงกำลังถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอย่างน่าสยดสยอง แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าความจริง ก็คือแววตาของศิลาในยามนี้
แววตาที่ไม่ได้สะท้อนความเห็นอกเห็นใจ แต่มันคือแววตาของนักล่าผู้ถือไพ่เหนือกว่า
“แล้วคุณล่ะศิลา...” พริมโรสเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาสั่นระริกแต่เต็มไปด้วยความท้าทาย “คุณรู้เรื่องนี้มานานแค่ไหนแล้ว? คุณเก็บแฟลชไดรฟ์นี่ไว้เพื่อจะลากตัวคนผิดมารับโทษ... หรือว่าคุณเก็บมันไว้เพื่อใช้เป็น ‘เครื่องมือ’ ในการต่อรองผลประโยชน์ของตัวเองกันแน่คะ?”
คำถามนั้นราวกับคมมีดที่กรีดลงกลางใจ บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง ศิลาชะงักไปชั่วขณะ รอยยิ้มเย็นเยียบจางหายไปจากริมฝีปากหยักลึก เขาจ้องมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะคาดเดา—ความฉลาดและสัญชาตญาณอันเฉียบคมของแพทย์นิติเวชคนนี้มักจะมองทะลุเปลือกนอกของเขาได้เสมอ
“ถ้าผมบอกว่าผมทำเพื่อความยุติธรรม... คุณจะเชื่อไหมล่ะคะ?” ศิลาถามเสียงกระซิบ ชิดริมใบหูของเธอจนลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านผิวแก้มเนียน “แต่ไม่ว่าคุณจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม คืนนี้... เราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องอยู่บนเรือลำเดียวกันแล้วค่ะ”
ก่อนที่พริมโรสจะได้เอื้อnวาจาใดโต้แย้ง แสงไฟนีออนในห้องทำงานก็กะพริบวูบวาบสองครั้งก่อนจะดับสนิท ความมืดมิดโรยตัวลงปกคลุมพื้นที่โดยรอบในเสี้ยววินาที ทว่าสัญชาตญาณการเอาตัวรอดเตือนภัยพริมโรสให้รู้ว่า—พวกมันมาเร็วกว่าที่คาดคิด
“หมอบลง!”
ศิลาคว้าเอวบางของเธอไว้ด้วยแขนข้างเดียวแล้วดึงร่างของเธอกระแทกเข้ากับมุมโต๊ะทำงานอย่างแรง แรงปะทะทำให้ลมหายใจของพริมโรสจุกสะอ้าน ทว่าเสียงกระสุนปืนนัดแรกก็เจาะทะลุกระจกหน้าต่างห้องทำงานเข้ามา เสียงแตกกระจายของเศษแก้วดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับรูกระสุนที่ฝังลงบนผนังด้านหลังอย่างแม่นยำ
“พวกมันตามหาแฟลชไดรฟ์” ศิลาคำรามต่ำในความมืด ร่างสูงใหญ่ทาบทับปกป้องร่างของเธอไว้ภายใต้อ้อมแขน แผงอกกว้างที่แนบชิดทำให้พริมโรสรับรู้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่หนักหน่วงและมั่นคงของเขา ท่ามกลางอันตรายถึงชีวิต แรงดึงดูดทางกายภาพกลับปะทุขึ้นอย่างรุนแรงจนน่าตกใจ
พริมโรสหายใจหอบถี่ มือเรียวเล็กกำเสื้อเชิ้ตสีดำของเขาแน่น ความกลัวถูกแทนที่ด้วยความเร่าร้อนบางอย่างที่วิ่งพล่านไปตามกระแสเลือด สัมผัสจากร่างกายของศิลาทั้งอันตรายและเย้ายวนในเวลาเดียวกัน
“ปล่อยฉัน... ศิลา ฉันช่วยตัวเองได้” เธอเอ่ยเสียงสั่น พยายามผลักแผงอกเขาออกเล็กน้อย
“เงียบซะ ถ้าไม่อยากตาย” ศิลาไม่เพียงแต่ไม่ปล่อย แต่เขากลับพลิกร่างของเธอให้แนบชิดติดผนังห้องที่ปลอดภัยจากแนววิถีกระสุน มือหนาข้างหนึ่งตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือศีรษะอย่างง่ายดาย ขณะที่มืออีกข้างโอบกระชับเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวจนไม่มีช่องว่างให้อากาศแทรกผ่าน
ความมืดมิดทำให้ประสาทสัมผัสส่วนอื่นตื่นตัวถึงขีดสุด พริมโรสเงยหน้าขึ้นสบตาเขาในความสลัว ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุที่แผ่ออกมาจากผิวเนื้อ ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ใกล้กันทำให้สติสัมปชัญญะของแพทย์สาวเริ่มพร่าเลือน
“คุณมันบ้า... ศิลา” เธอพึมพำริมฝีปากสั่นระริก “เรากำลังจะถูกฆ่าตายอยู่แล้วนะ”
“นั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้ตอนนี้มันน่าตื่นเต้นไม่ใช่หรือคะ พริมโรส?” ศิลาโน้มใบลงมา กระซิบชิดริมฝีปากอิ่ม น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าเต็มไปด้วยแรงปรารถนาที่ถูกปลุกเร้าท่ามกลางวิกฤต “ความตายอยู่ใกล้แค่เอื้อม... และเราอาจจะไม่มีพรุ่งนี้ให้อยلแก้ตัวอีกแล้ว”
สิ้นคำพูดนั้น ริมฝีปากหยักลึกก็ทาบทับลงมาบดKขยี้กลีบปากนุ่มของเธออย่างไร้ความปรานี ทว่าเปี่ยมไปด้วยความโหยหา รสจูบดุดัน ร้อนแรง และดึงดูดใจจนพริมโรสแทบละลายคาอ้อมแขน สมองอันมีเหตุผลของแพทย์นิติเวชดับวูบลงในพริบตา เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบของความเป็นมนุษย์ที่ตอบสนองต่อสัมผัสวาบหวาม
พริมโรสเผยริมฝีปากออกอย่างไร้การต่อต้าน เปิดทางให้ลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำอย่างเอาแต่ใจ มือที่เคยถูกตรึงไว้เหนือศีรษะถูกปล่อยเป็นอิสระ ก่อนที่เรียวแขนเนียนจะยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่ง ดึงรั้งร่างสูงให้เข้ามาแนบชิดยิ่งขึ้น เสียงหอบหายใจกระเส่าดังคลอเคล้าไปกับเสียงฝีเท้าและเสียงทุบทำลายประตูห้องด้านนอกที่กำลังดังใกล้เข้ามา
ศิลากวาดต้อนความหอมหวานจากโพรงปากเธออย่างไม่รู้จักพอ มือหนาเลื่อนลงมาลูบไล้แผ่นหลังบอบบางผ่านเนื้อผ้า ก่อนจะสอดแทรกฝ่ามือเข้าไปสัมผัสผิวเนียนนุ่มร้อนรุ่มอย่างจาบจ้วง ความต้องการดิบเถื่อนและอ่อนโยนผสมผสานกันจนกลายเป็นเพลิงอารมณ์ที่แผดเผาทั้งสองคนให้จมดิ่งลงสู่ห้วงเสน่หาอันลึกลึกลงไปทุกที
ท่ามกลางกระสุนที่ยังคงยิงทะลุกระจกเข้ามาเป็นระยะและความตายที่หายใจรดต้นคอ ทั้งคู่กลับเลือกที่จะยอมจำนนต่อแรงดึงดูดทางจิตวิญญาณและสรีระที่เร่าร้อนอย่างไร้ขีดจำกัด
ทว่า... ในวินาทีที่ความสัมพันธ์กำลังก้าวข้ามเส้นแบ่งอันตราย ศิลากลับผละริมฝีปากออกอย่างกะทันหัน ดวงตาคมกริบในความมืดทอดมองเธอด้วยประกายแสงที่อ่านไม่ออก
เขายื่นมือหยิบแฟลชไดรฟ์ที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อกาวน์ของเธอออกไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับรอยยิ้มเย็นชาที่กลับมาประดับบนใบหน้าอีกครั้ง
“ขอบคุณสำหรับความร่วมมือนะคะ, คุณหมอ”
พริมโรสเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อตระหนักได้ว่ารสจูบอันเร่าร้อนเมื่อครู่... เป็นเพียงแค่เกมเบี่ยงเบนความสนใจ เพื่อให้เขาสามารถแย่งชิงหลักฐานชิ้นสุดท้ายไปจากตัวเธอได้อย่างแนบเนียนที่สุด
“ศิลา... แก!”
*ก๊อก! เสียงพังประตูดังสนั่นขึ้น พร้อมกับร่างเงาดำสามร่างที่พุ่งพรวดเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือในความมืด—และสิ่งที่พวกมันเล็งปลายกระบอกปืนใส่... ไม่ใช่ศิลา, แต่เป็นร่างของพริมโรสที่ยืนอยู่เพียงลำพัง!*
ขอบพระคุณที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะคะ
ดีลลับฉบับทนายร้ายกับคุณหมอนิติเวช•ตอนที่ 14
กับดักแห่งความเชื่อใจ
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับทนายร้ายกับคุณหมอนิติเวช นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!