เสียงโลหะกระแทกวงกบไม้ดังสนั่นหวั่นไหว ตามด้วยแรงกระชากจากด้านนอกที่ทำให้กลอนประตูล็อกนิรภัยสั่นสะเทือนจนฝุ่นผงร่วงกราว พริมโรสสะดุ้งสุดตัว หัวใจกระโจนขึ้นมาจุกที่ลำคอ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องลั่น แต่มือหนาของศิลากลับคว้าต้นแขนของเธอไว้ได้อย่างรวดเร็วกว่า แรงดึงอันเด็ดขาดของเขาฉุดเธอล้มพับเข้าไปในซอกมุมอับสายตาหลังตู้เก็บเครื่องมือแพทย์สเตนเลสขนาดใหญ่ทันที
ความมืดและกลิ่นอายเฉพาะตัวของห้องชันสูตรยามวิกาลโอบล้อมทั้งคู่ไว้ ศิลาแนบกายชิดร่างบางจนแทบไม่มีช่องว่าง หน้าอกของเขาไหวสะامตามจังหวะลมหายใจที่กระชั้นชิด ทว่ามือข้างหนึ่งของเขากลับปิดปากเธอไว้สนิท ป้องกันไม่ให้เสียงหลุดรอดออกไปแม้แต่แอะเดียว ปลายจมูกโด่งคมของเขาเฉียดผ่านแก้มเนียน กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นอะดรีนาลีนที่หลั่งออกมาจากความตึงเครียด สร้างแรงดึงดูดประหลาดที่ทำให้สติของพริมโรสพร่าเลือนไปชั่วขณะ
*ปัง!*
บานประตูไม้เนื้อแข็งถูกถีบจนหลุดออกจากวงกบ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงอย่างน้อยสามคู่ก้าวเข้ามาพร้อมกับแสงไฟฉายที่สาดส่องกวาดไปทั่วห้องชันสูตร เงาร่างในชุดสูทสีเข้มเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว พร้อมเสียงกระซิบสั่งการที่เย็นเยียบและเฉียบ
"เช็กให้ละเอียด... เอกสารชุดนั้นต้องอยู่แถวนี้"
พริมโรสตัวเกร็ง ขนกายลุกชันด้วยความหวาดกลัว หากพวกมันพบร่องรอยการเข้าใช้งานคอมพิวเตอร์หรือแฟ้มคดีที่เธอแอบดึงข้อมูลขึ้นมาเมื่อครู่ ชีวิตของเธอคงจบสิ้นในคืนนี้ ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองชายหนุ่มในความมืด แพทย์นิติเวชสาวพบว่าศิลากำลังจ้องมองเธออยู่เช่นกัน ในสถานการณ์ที่ความเป็นความตายอยู่แค่เอื้อม แววตาของทนายความหนุ่มกลับไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความดุดันและคมกริบราวกับสัตว์ป่าที่กำลังซุ่มรอจังหวะขย้ำเหยื่อ
ศิลาขยับริมฝีปากช้าๆ โดยไม่มีเสียง แต่พริมโรสอ่านริมฝีปากนั้นออกอย่างชัดเจน—*‘เงียบ... และเชื่อฉัน’*
ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารดรินอยู่ใกล้ชิดจนผิวเนื้อสัมผัสถึงความร้อนผ่าว ความใกล้ชิดที่เกินเส้นแบ่งของคำว่า "ผู้ร่วมมือทางคดี" ทำให้หัวใจของพริมโรสเต้นรัวระทึกอย่างบ้าคลั่ง มันไม่ใช่ความกลัวต่อผู้บุกรุกอีกต่อไป แต่เป็นความหวั่นไหวที่เกิดจากแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนและลึกซึ้งที่ซ่อนอยู่ภายใต้สถานการณ์อันตราย ศิลาก้มหน้าลงต่ำจนริมฝีปากหยักลึกเกือบชิดใบหูของเธอ มือที่เคยปิดปากเธอเปลี่ยนมาโอบกระชับเอวคอดกิ่วไว้แน่นราวกับต้องการหลอมรวมร่างของเธอให้เป็นเนื้อเดียวกับเขา
นิ้วเรียวของศิลาลูบไล้ผ่านเนื้อผ้าบางเบาอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคง สัมผัสนั้นเต็มไปด้วยอำนาจครอบงำที่ทำให้พริมโรสแทบหมดแรงต้านทาน ความตึงเครียดของสถานการณ์ภายนอกราวกับถูกตัดขาดออกไปจากโลกใบนี้ เหลือเพียงความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านระหว่างคนทั้งคู่ เสียงฝีเท้าของผู้บุกรุกที่เดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ยิ่งทำให้หัวใจเต้นระรัว กระตุ้นเร้าสัญชาตญาณอันตรายที่เย้ายวนจนน่ากลัว
ริมฝีปากของศิลาแตะลงที่ซอกคอขาวผ่องแผ่วเบา สัมผัสนั้นเย็นเยียบในทีแรก ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความร้อนรุ่มที่จงใจขบเม้มอย่างอ้อยอิ่ง พริมโรสสะท้านเฮือก เผลอหลุดเสียงครางแผ่วเบาในลำคอด้วยความวาบหวามที่แล่นพล่านไปทั่วสันหลัง มือบางที่เคยดันแผงอกแกร่งไว้ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อสูทของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว ความสัมพันธ์ที่เคยมีเส้นกั้นบางๆ ของความเป็นมืออาชีพ บัดนี้ถูกพังทลายลงด้วยแรงดึงดูดทางจิตวิญญาณและร่างกายที่ไม่อาจปฏิเสธได้อีกต่อไป
ในจังหวะที่เงาร่างหนึ่งเดินเข้ามาหยุดอยู่ห่างจากซี่กรงตู้เก็บเครื่องมือไม่ถึงคืบ ศิลากลับพลิกตัวเธอให้แผ่นหลังแนบชิดกับผนังห้องเย็นเยียบ โดยมีร่างหนาของเขาทาบทับปกป้องไว้อย่างมิดชิด มือใหญ่สอดเข้า1ในกลุ่มผมนุ่ม ปรับใบหน้าของเธอให้แหงนเงยขึ้นรับสัมผัสจากเขา
ดวงตาทั้งคู่ประสานกันในความมืดที่สลัวราง ปลายจมูกชนกันจนรับรู้ถึงลมหายใจที่ผสานเป็นหนึ่งเดียว ศิลาไม่ปล่อยให้เธอได้ทันตั้งตัว ริมฝีปากร้อนผ่าวประทบจูบลงมาอย่างดูดดื่มและหนักหน่วง เรียวลิ้นร้อนล้ำลึกที่แทรกซึ้งเข้ามาตักตวงความหวานกลืนกินเสียงทักท้วงทุกคำของเธอจนหมดสิ้น รสจูบนั้นทั้งดุดัน เย้ายวน และเปี่ยมด้วยความลับอันตรายที่ชวนให้ลุ่มหลงจนถอนตัวไม่ขึ้น พริมโรสเผยริมฝีปากรับสัมผัสอันเร่าร้อนนั้นอย่างยินยอมพร้อมใจ มือเรียวโอบรอบลำคอแกร่ง ดึงรั้งเขาให้เข้ามาชิดแนบแน่นยิ่งขึ้น ท่ามกลางเสียงค้นหาข้าวของของผู้บุกรุกด้านนอกที่ดังขึ้นเป็นระยะ
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครล่วงรู้ จนกระทั่งเสียงฝีเท้าเหล่านั้นค่อยๆ ถอยห่างออกไป พร้อมกับเสียงประตูกระแทกปิดลงอย่างแรงตามด้วยเสียงเครื่องยนต์รถยนต์ที่แล่นทะยานออกไปจากลานจอดรถด้านล่าง ศิลาจึงค่อยๆ ถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้หอบหายใจถี่กระชั้นด้วยกันทั้งคู่
ใบหน้าคมคายอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่มิลลิเมตร ดวงตาสีนิลคู่นั้นพินิจพิเคราะห์ใบหน้าหวานที่แดงก่ำและบวมเจ่อเล็กน้อยจากรสจูบด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความหมาย
"ดูเหมือนว่า... เราจะข้ามเส้นที่ขีดไว้ด้วยกันเรียบร้อยแล้วสินะคะ คุณหมอพริมโรส" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมฝีปาก แววตาพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ที่ยากจะต่อกร
พริมโรสเม้มปากแน่น หัวใจยังคงเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ เธอพยายามดึงสติอันน้อยนิดกลับคืนมาพร้อมกับดันอกเขาออกเบาๆ ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะได้เอื้อทําลายความเงียบ มือของศิลากลับคว้าวัตถุชิ้นหนึ่งที่หล่นอยู่บนพื้นใต้ตู้สเตนเลสขึ้นมา มันคือแฟลชไดรฟ์โลหะขนาดเล็กที่มีสัญลักษณ์ตราประทับของกระทรวงยุติธรรม ซึ่งกระเด็นหลุดออกมาจากกระเป๋าเสื้อของผู้บุกรุกเมื่อครู่
ศิลาหรี่ตาลงเล็กน้อยเมื่อพลิกดูแฟลชไดรฟ์ในมือ ก่อนจะส่งยิ้มเย็นเยียบให้เธอ "ดูเหมือนว่าพวกมันไม่ได้แค่มาหาเอกสารธรรมดา... แต่วัตถุพยานชิ้นนี้กำลังจะบอกเราว่า คนที่ฆ่าพ่อของคุณ... อาจจะยังอยู่ในสำนักงานอัยการสูงสุดค่ะ"
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุน "มิดไนท์คิส" เสมอมานะคะ
ดีลลับฉบับทนายร้ายกับคุณหมอนิติเวช•ตอนที่ 13
คำโกหกที่แสนหวาน
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับทนายร้ายกับคุณหมอนิติเวช นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!