กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อมันวาวและไอเย็นยะเยือกจากห้องผ่าศพ ดึงสติของพให้กลับมาอยู่กับความเป็นจริงที่โหดร้ายตรงหน้า ความเงียบงันภายในห้องชันสูตรยามวิกาลถูกรบกวนเพียงแค่เสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องมือแพทย์ และเสียงโลหะกระทบกันเป็นจังหวะ
ศิลาหรี่ตาลงเล็กน้อย ความตระหนักรู้บางอย่างพุ่งวาบเข้ามาในสมอง ภาพซ้อนของคดีในอดีตกับปัจจุบันบรรจบกันอย่างสมบูรณ์แบบ แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตานั้นจับจ้องร่างระหงในชุดกาวน์สีขาวที่กำลังยืนนิ่งค้างอยู่หน้าโต๊ะสเตนเลส
“คุณเจออะไรเข้าล่ะ หมอพริมโรส” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ทว่ามันกลับสร้างแรงสั่นสะเทือนในความรู้สึกของแพทย์หญิงสาวมากกว่าเสียงใด
พริมโรสไม่ได้ตอบคำถามทันที ปลายนิ้วเรียวภายใต้ถุงมือยางสีขาวกำลังใช้คีมปลายแหลมคีบบางสิ่งออกมาจากเนื้อเยื่อบริเวณใต้ลิ้นปี่ของร่างไร้ชีวิตบนเตียง มันไม่ใช่ร่องรอยการฆาตกรรมทั่วไป ไม่ใช่รอยมีดหรือรอยกระสุน แต่เป็นวัตถุแปลกปลอมชิ้นเล็กจิ๋วที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน ชนิดที่หากไม่มีการผ่าพิสูจน์อย่างละเอียดด้วยกล้องจุลทรรศน์กำลังขยายสูง ก็ไม่มีทางมองเห็นด้วยตาเปล่า
ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตะลึงระคนหวาดระแวง เธอยกวัตถุชิ้นนั้นขึ้นส่องใต้แสงไฟสีขาวนวล ชิ้นส่วนโลหะทรงกระบอกจิ๋วที่มีสัญลักษณ์สลักไว้ลึกเข้าไปในเนื้อวัสดุ... สัญลักษณ์รูปกางเขนกลับหัวที่เธอคุ้นเคยจากแฟ้มคดีลับเมื่อห้าปีก่อน คดีที่พรากครอบครัวของเธอไป และเป็นคดีเดียวกันกับที่ชายหนุ่มผู้ยืนอยู่ตรงนี้เคยใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายช่วยให้จำเลยหลุดพ้นจากข้อหา
“มันไม่ควรจะอยู่ตรงนี้...” พริมโรสพึมพำกับตัวเอง เสียงของเธอแผ่วเบาจนแทบจะกลืนหายไปกับเสียงเครื่องปรับอากาศ แต่ศิลาที่ยืนอยู่ใกล้พอจะจับใจความทุกคำพูดได้ชัดเจน
ทนายความมือทองก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะชันสูตรทีละน้อย กลิ่นอายความเป็นอันตรายและทรงอำนาจแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนบรรยากาศรอบกายพลอยอึดอัด ศิลามองข้ามไหล่บางไปยังวัตถุในมือของแพทย์สาว นัยน์ตาคมกริบหรี่แคบลงทันทีเมื่อเห็นสัญลักษณ์นั้นชัดเจน รอยยิ้มเยдяเยือกที่มักจะประดับอยู่บนมุมปากของเขาหายวับไป ถูกแทนที่ด้วยความตึงเครียดที่ฉายชัดบนสันกรามคมสัน
“ดูเหมือนว่าเกมนี้... จะไม่ได้เล่นตามกติกาที่เราคิดไว้แต่แรกแล้วสินะคะ” พริมโรสเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของเธอไม่ได้มีความหวาดกลัว เจือปนอยู่เพียงความโกรธเกรี้ยวและคำถามมากมายที่ต้องการคำตอบจากปากผู้ชายคนนี้
“คุณคิดว่าผมเกี่ยวข้องกับไอ้ชิ้นส่วนบ้านี่งั้นเหรอ หมอ” ศิลาโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้โดยไม่รักษาระยะห่าง ความใกล้ชิดที่อันตรายทำให้กลิ่นกายเฉพาะตัวของเขาลอยปะปนกับกลิ่นไอเย็นของห้องดับจิต ลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านกรอบหน้าของเธอจนพริมโรสต้องถอยหลังไปครึ่งก้าว แต่สะโพกกลับชนเข้ากับขอบโต๊ะสเตนเลสจนไม่มีทางหนี
“คุณรู้ดีที่สุดว่าสิ่งนี้หมายความว่าอะไร ศิลา” เธอเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาดุดันไม่แพ้กัน “คนไข้รายนี้ไม่ได้อุบัติเหตุเสียชีวิตตามใบชันสูตรเบื้องต้น และฉันมั่นใจว่าคุณก็คงได้กลิ่นความเน่าเฟะของคดีนี้ตั้งแต่แรกแล้ว ถึงได้เสนอตัวเข้ามาวุ่นวายในนิติเวชของฉัน”
ศิลาหัวנסในลำคอ เสียงนั้นต่ำทุ้มและแหบพร่า ฟังดูเย้ายวนใจแต่น่าขนลุกในเวลาเดียวกัน มือหนายื่นออกไปวางทราบลงบนขอบโต๊ะสเตนเลส กักร่างบางเอาไว้ตรงกลางระหว่างอ้อมแขนของเขาและเตียงผ่าศพ เป็นท่าทีที่ก้ำกึ่งระหว่างการคุกคามทางอำนาจและความปรารถนาอันลึกซึ้งที่ซ่อนเร้นมานาน
“ระวังคำพูดหน่อยนะคะ หมอ... การกล่าวหาทนายความโดยไม่มีหลักฐาน อาจทำให้คุณตกเป็นจำเลยในข้อหาหมิ่นประมาทได้ง่ายๆ” เขาโน้มใบหน้ากระซิบชิดใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดลาดไหล่เนียนภายใต้เสื้อกาวน์ “แต่ถ้าคุณอยากรู้ความจริงนัก... ทำไมเราไม่มาลองดีลกันดูล่ะคะ ว่าความลับของใครจะรั่วไหลออกมาก่อนกัน”
ปลายนิ้วอุ่นจัดของศิลาเลื่อนขึ้นแตะเบาๆ ที่คางอิ่ม บังคับให้เธอเงยขึ้นมารับจูบจากเขา ความดุดันและความตึงเครียดทางอารมณ์ที่สะสมมาตลอดทั้งวันปะทุขึ้นในสัมผัสนี้อย่างไร้การควบคุม พริมโรสสะดุ้งเฮือกยามที่เรียวปากหยักระเบิดความเร่าร้อนลงมาทาบทับริมฝีปากของเธออย่างเอาแต่ใจ รสจูบที่ทั้งดุดันและเรียกร้อง รุกไล่จนสติสัมปชัญญะของแพทย์หญิงผู้ยึดมั่นในเหตุผลแทบแหลกสลาย
มือบางยกขึ้นพยายามดันแผงอกกว้างของเขาออก ทว่าแรงกายของเธอกลับเทียบไม่ได้เลยกับความแข็งแกร่งของชายหนุ่ม ศิลาใช้มืออีกข้างรวบเอวคอดกิ่วของเธอเข้ามาชิดแนบกายจนแทบไม่มีช่องว่าง ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นระรัวราวกับกลองศึก ความตึงเครียดจากคดีฆาตกรรมถูกเปลี่ยนผ่านเป็นความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์อันสมบูรณ์แบบของคนทั้งคู่
เรียวลิ้นร้อนล้ำรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานภายในโพรงปากอย่างหิวกระหาย พริมโรสครางแผ่วในลำคอด้วยความวาบหวามที่ตีตื้นขึ้นมาจนขอบตา ร่างกายทรยศต่ออุดมการณ์ด้วยการตอบสนองสัมผัสอันเร่าร้อนนี้อย่างไม่น่าเชื่อ มือที่เคยผลักไสเปลี่ยนเป็นกำสาบเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว ท่ามกลางกลิ่นอายความตายของห้องชันสูตร ความสัมพันธ์ของพวกเขากลับยิ่งมีชีวิตชีวาและร้อนแรงขึ้นจนน่ากลัว
ศิลาถอนริมฝีปากออกช้าๆ อย่างเสียดาย ปล่อยให้แพทย์สาวหอบหายใจโกกอากาศเข้าปอดด้วยใบหน้าแดงก่ำ ริมฝีปากบวมเจ่อจากรสจูบอันดุเดือด นัยน์ตาคู่คมพินิจมองเรือนร่างที่สั่นเทิ้มด้วยแรงอารมณ์ของเธอด้วยความพึงพอใจ ก่อนที่รอยยิ้มร้ายกาจจะปรากฏขึ้นอีกครั้ง
“หลักฐานชิ้นนั้น... ไม่ได้เปลี่ยนแค่ทิศทางของคดีหรอกนะคะ หมอพริมโรส” เขากระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากที่ยังคงบวมแดง “แต่มันกำลังจะดึงเราสองคนให้ดิ่งลงไปในนรกขุมเดียวกัน”
ยังไม่ทันที่พริมโรสจะได้เอ่ยปากโต้
ก๊อก... ก๊อก... เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงบิดลูกบิดประตูที่ถูกล็อกไว้จากด้านใน และเสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ที่หยุดยืนอยู่หน้าห้องชันสูตร พร้อมกับแสงไฟจากเงาร่างผ่านกระจกฝ้าที่บ่งบอกว่า... มีใครบางคนกำลังพยายามพังเข้ามา!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความลับอันดำมืดนี้นะคะ
ดีลลับฉบับทนายร้ายกับคุณหมอนิติเวช•ตอนที่ 12
หลักฐานชิ้นสุดท้าย
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับทนายร้ายกับคุณหมอนิติเวช นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!