คมกระสุนพุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงหวีดหวิวแหลมคม เสียงโลหะปะทะเข้ากับผนังปูนด้านหลังดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับเศษปูนที่แตกกระจายร่วงกราวลงมากลบเกลื่อนพื้นห้องผ่าพิสูจน์ร่างไร้วิญญาณ
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้น ร่างสูงตระหง่านของศิลาไม่ได้ถอยหลังหนีแม้แต่ก้าวเดียว ทนายความมือทองพุ่งเข้าประชิดตัวพริมโรส ปัดแขนเรียวของเธอให้หลบพ้นรัศมีวิถีกระสุน ก่อนที่น้ำหนักตัวทั้งหมดจะพาพวกเขาล้มกลิ้งหลบหลังโต๊ะสแตนเลสสำหรับผ่าตัด กลิ่นควันปืนฉุนกึกผสมปะปนกับกลิ่นฟอร์มาลีนลอยคลุ้งในอากาศมืดสลัว
"คุณเสียสติไปแล้วหรือไง ถึงได้ยืนเป็นเป้านิ่งแบบนั้น!"
เสียงกระซิบต่ำลอดไรฟันของศิลาเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธ ปลายจมูกของเขาเฉียดผ่านแก้มเนียนของเธอในความมืด ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ใกล้ชิดทำให้หัวใจของพริมโรสกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ แม้ในสถานการณ์ที่ความตายอยู่ห่างแค่คืบ
ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นตาสะท้อนประกายความดื้อรั้น เธอมองสบตาเขาผ่านความมืด พริมโรสไม่ได้หวาดกลัวกระสุนปืนของมือสังหารเท่ากับความใกล้ชิดที่อันตรายยิ่งกว่าระหว่างเธอกับผู้ชายคนนี้
"ฉันไม่ใช่คนโง่ศิลา แต่ฉันเลือกที่จะไม่วิ่งหนีความจริง เหมือนที่คุณคอยวิ่งหนีมันมาตลอดต่างหาก" เธอย้อนเสียงเฉียบคมไม่แพ้กัน
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงสามคู่กำลังก้าวเข้ามาใกล้ประตูห้องผ่าพิสูจน์ ศิลาส่งสัญญาณให้เธอเงียบด้วยการใช้ฝ่ามือหนาปิดริมฝีปากอิ่มไว้สนิท ความนุ่มนวลจากสัมผัสกะทันหันทำให้ทั้งคู่ชะงักไปชั่วขณะ แรงดึงดูดทางจิตวิญญาณที่ทั้งผลักไสและดึงดูดเข้าหากันพุ่งพล่านขึ้นในความเงียบงัน ศิลาค่อยๆ ชักปืนพกสั้นออกจากเอวด้วยมือข้างเดียว สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวจดจ้องที่เงาร่างซึ่งทาบทับอยู่หลังกระจกฝ้าของประตู
เพล้ง!
กระจกประตูแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ มือสังหารคนแรกก้าวเท้าเข้ามาพร้อมกระบอกปืนติดลำกล้องเก็บเสียง ในจังหวะที่ความตายกำลังเงื้อมมือเข้าหา ศิลาไม่ลังเลที่จะลั่นไกสวนกลับออกไปอย่างแม่นยำ กระสุนพุ่งเจาะเข้าที่หัวไหล่ของคนร้ายจนล้มคว่ำไป ทว่าอีกสองคนกลับระดมยิงทะลุกระจกเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง
"จับมือฉันไว้พริมโรส!"
ศิลาคว้าข้อมือเรียวของแพทย์นิติเวชสาวแล้วพุ่งตัวออกทางประตูด้านข้างที่เชื่อมไปยังห้องเก็บศพ ความเย็นยะเยือกของห้องแช่ร่างผู้เสียชีวิตโอบล้อมพวกเขาทันทีที่ก้าวเข้าไป เสียงฝีเท้าของมือสังหารยังคงไล่ตามมาติดๆ ท่ามกลางความมืดมิดที่มีเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีแดงกะพริบสลัว
พวกเขาวิ่งลัดเลาะผ่านตู้แช่ศพสแตนเลสเรียงรายเป็นแถียวยาว ศิลาผลักพริมโรสเข้าไปซ่อนตัวในช่องเก็บศพขนาดใหญ่ที่ยังว่างอยู่ ก่อนที่เขาจะตามเข้าไปแล้วดึงประตูเหล็กปิดสนิท ความมืดมิดสนิทและไอความเย็นจัดโอบกอดร่างทั้งสองไว้ในพื้นที่แคบๆ จนต้องแนบชิดกันอย่างไร้ช่องว่าง
สรีระบอบบางแนบสนิทอยู่กับแผงอกกว้างที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะลมหายใจหอบกระชั้น รสสัมผัสแห่งความหวาดกลัวผสมผสานกับ adrenaline ที่สูบฉีดอย่างรุนแรงทำให้บรรยากาศในที่แคบนี้ร้อนระอุขึ้นอย่างประหลาด ความเงียบงันภายในห้องเก็บศพถูกแทนที่ด้วยเสียงหัวใจเต้นโครมครามที่ดังแข่งกัน
ศิลาโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ลมหายใจของเขารดรั้นอยู่บริเวณซอกคอหอมกรุ่น ความตึงเครียดจากความเป็นความตายหลอมละลายกลายเป็นความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกกดทับมานาน ในความมืดมิดไร้ซึ่งแสงสว่าง มีเพียงสัมผัสจากปลายนิ้วหยาบกร้านของทนายหนุ่มที่ไล้ไปตามแนวคางมน บังคับให้พริมโรสแหงนเงยขึ้นรับสัมผัส
"เราควรจะจบเรื่องบ้าๆ นี่ตั้งแต่คืนนี้..." เสียงทุ้มต่ำพร่าสั่นกระซิบชิดริมฝีปากเธอ
"ถ้าคุณคิดว่านี่คือจุดจบ... ทำไมมือของคุณถึงยังสั่นตอนที่แตะต้องฉันล่ะศิลา" พริมโรสสวนกลับด้วยน้ำเสียงท้าทาย แม้ร่างกายของเธอจะสั่นเทาด้วยความหนาวเหน็บแต่ดวงตากลับพราวระยับด้วยแรงอารมณ์
ไม่มีคำพูดใดหลุดรอดออกมาอีก ศิลาประกบเรียวปากลงบนกลีบปากอิ่มของเธออย่างไร้ความปรานี จูบที่เริ่มต้นด้วยความดุดันและโกรธเกรี้ยวค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งเร่าร้อน พริมโรสเผยอริมฝีปากต้อนรับความวาบหวามที่เขาหยิบยื่นให้อย่างเต็มใจ มือเรียวเลื่อนขึ้นโอบรอบลำคอแกร่ง จิกปลายนิ้วลงบนลาดไหล่กว้างเพื่อระบายความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย
ความหนาวเย็นของห้องเก็บศพถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิงแห่งความเสน่หา เสื้อผ้าอุปสรรคถูกร่นออกตามสัญชาตญาณ สัมผัสจากเรียวลิ้นที่เกี่ยวพัน กลิ่นกายเฉพาะตัว และเสียงครางแผ่วเบาที่ดังเล็ดลอดท่ามกลางความเงียบงัน ยิ่งตอกย้ำถึงพันธนาการทางจิตวิญญาณที่ไม่มีวันตัดขาด แม้ทั้งสองจะเคยลั่นวาจาว่าจะ "แยกทาง" กันก็ตามที
เมื่อเสียงฝีเท้าด้านนอกเงียบหายไปพร้อมกับเสียงรถยนต์ที่แล่นออกไปไกล ศิลาและพริมโรสจึงผละออกจากกันด้วยความอาลัยอาวรณ์ เสื้อผ้าถูกจัดให้เข้าที่อย่างเร่งรีบ ความเงียบงันกลับมาปกคลุมอีกครั้ง ทว่าแววตาที่พวกเขามองกันและกันได้เปลี่ยนไปตลอดกาล มันไม่ใช่แค่ความสัมพันธ์เชิงผลประโยชน์อีกต่อไป แต่มันคือพันธะเลือดที่ผูกมัดพวกเขาไว้ด้วยกัน
ทั้งคู่ก้าวออกจากที่ซ่อน กลับมาสู่ห้องผ่าพิสูจน์ที่เสียหายยับเยิน ศิลาเดินไปสำรวจจุดที่กระสุนนัดแรกพุ่งชนผนัง เขาพบว่าแรงกระแทกได้ทำให้แผ่นปูนชั้นนอกกะเทาะออก เผยให้เห็นวัตถุบางอย่างที่ถูกซ่อนฝังอยู่ภายในกำแพงมานานหลายปี
ทนายหนุ่มใช้ด้ามปืนเคาะเศษปูนออกอย่างระมัดระวัง ก่อนจะหยิบ "แฟ้มเอกสารสีน้ำตาล" เก่าคร่ำคร่าที่ห่อด้วยพลาสติกกันน้ำไว้อย่างดีออกมา พริมโรสขยับเข้าไปใกล้ ใช้แสงจากไฟฉายโทรศัพท์ส่องดูตราประทับลับบนหน้าปกแฟ้มนั้น
ดวงตาของศิลาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นชื่อคดีที่ระบุไว้บนแฟ้ม—มันคือคดีฉ้อฉลและฆาตกรรมอำพรางเมื่อสิบปีก่อน คดีแรกที่พ่อของเขาทำหน้าที่เป็นผู้พิพากษา และเป็นชนวนเหตุให้พ่อต้องจบชีวิตลงด้วยข้อหาทุจริต!
และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ ลายเซ็นต์อนุมัติคำสั่งลับในหน้าสุดท้ายของแฟ้มนั้น... เป็นลายมือชื่อของผู้อำนวยการสำนักงานอัยการสูงสุดคนปัจจุบัน ซึ่งเป็นพ่อแท้ๆ ของพริมโรสเอง!
"นี่มันหมายความว่ายังไง..." พริมโรสพึมพำด้วยเสียงสั่นเครือ สีหน้าซีดเผือดลงทันทีเมื่อตระหนักว่าความจริงที่เธอกับศิลาตามหา แท้จริงแล้วมันเกี่ยวพันกับครอบครัวของพวกเขาเองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ศิลาเงยหน้าขึ้นสบตากับหญิงสาว แววตาเย็นชาที่เคยมีบัดนี้กลับลุกโชนด้วยเพลิงแห่งความแค้นและความจริงที่กำลังจะถูกเปิดเผย "ดูเหมือนว่า... เส้นทางที่เราพยายามจะแยกจากกันเมื่อกี้ จะไม่มีวันเกิดขึ้นได้อีกแล้วล่ะคุณหมอ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ
ดีลลับฉบับทนายร้ายกับคุณหมอนิติเวช•ตอนที่ 15
ทางแยก
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับทนายร้ายกับคุณหมอนิติเวช นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!