กลิ่นอับชื้นของโกดังร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยาผสมผสานกับกลิ่นสนิมเหล็กและฝุ่นผง คล้ายกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยวนอยู่ในอากาศ ปลายรองเท้าหนังขัดเงาของศaิลาก้าวเหยียบลงบนพื้นคอนกรีตที่แตกกร้าว เกิดเสียงก้องกังวานน่าขนลุก ท่ามกลางความมืดสลัวที่มีเพียงแสงไฟนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ จากเพดานเบื้องบน
แฟ้มประวัติคดีเก่าเมื่อห้าปีก่อนของครอบครัวพริมโรส—แฟ้มเอกสารที่ถูกเปิดคาไว้บนอกของศพในกล้องวงจรปิด—ยังคงวนเวียนอยู่ในสมองของเขา ราวกับตะปูที่ตอกย้ำว่าเกมนี้ไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือ "การแก้แค้น" ที่เจาะจงเป้าหมายมาที่คนรอบตัวเขาและเธอ
ศิลาไม่ได้บอกพริมโรส ทนายความหนุ่มเลือกที่จะก้าวเข้ามาในสมองกลกติกาของฆาตกรเพียงลำพัง ด้วยสูทเข้ารูปสีเข้มที่ไม่ได้ช่วยลดทอนความเยือกเย็นในแววตาคู่คมลงเลยแม้แต่น้อย มือหนาล้วงกระเป๋ากางเกงอย่างไร้ความหวาดกลัว ทว่าทุกประสาทสัมผัสกลับตื่นตัวถึงขีดสุด
"มาเร็วกว่าที่คิดนี่... ท่านทนายผู้ไร้พ่าย"
เสียงทุ้มต่ำดังสะท้อนมาจากมุมมืดของเสาปูนต้นใหญ่ ร่างของชายคนหนึ่งก้าวออกมาจากเงาลึก แสงไฟนีออนสาดส่องกระทบใบหน้าครึ่งซีก เปิดเผยรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก มันคือบุคคลที่ซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังคดีทั้งหมด... คนที่กุมความลับของคดีเมื่อห้าปีก่อนไว้ในกำมือ
ศิลาหยุดฝีเท้าลง ห่างจากเป้าหมายเพียงไม่กี่ก้าว ดวงตาสีนิลทอดมองคู่สนทนาด้วยความนิ่งสงบ ราวกับกำลังประเมินราคาสินค้าในตลาดมืด มากกว่าจะรู้สึกเกรงกลัวต่อปลายกระบอกปืนที่อีกฝ่ายชูขึ้นมาขู่
"ผมคิดว่าคนระดับคุณ น่าจะมีวิธีต้อนรับที่สร้างสรรค์กว่าการเอาแฟ้มคดีเก่ามาขุดคุ้ยเล่นนะ" ศิลาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อยไร้ซึ่งความตื่นตระหนก ทว่าเฉียบคมจนอีกฝ่ายชะงักไปชั่วขณะ
"ปากกล้าดีนี่... หวังว่าตอนที่ความจริงทั้งหมดถูกเปิดเผยว่าแกเองก็มีส่วนรู้เห็นในคดีนั้น แกจะยังรักษาน้ำเสียงแบบนี้เอาไว้ได้นะ ศิลา" คนร้ายหัวسเราะในลำคอ แววตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชังที่สะสมมานาน
ศิลาไม่ตอบโต้ด้วยวาจา เขารู้ดีว่าการต่อรองกับคนประเภทนี้ต้องใช้จังหวะที่เหมาะสม ดวงตาคมกวาดตามองรอบตัวอย่างรวดเร็วเพื่อประเมินทางหนีทีไล่ ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะขยับตัวเข้าประชิด เสียงฝีเท้าฝีมืออาชีพอีกคู่หนึ่งก็ดังแทรกขึ้นจากความมืดด้านหลัง
"คุณศิลา!"
เสียงหวานที่คุ้นเคยแต่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและหงุดหงิดระคนกันดังขึ้น พริมโรสในชุดเสื้อคลุมแล็บสีขาวยังคงติดตัว วิ่งฝ่าความมืดเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างเขา ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตกใจเมื่อเห็นสถานการณ์ตรงหน้า ก่อนจะหันมาตวาดใส่ชายหนุ่มเสียงเขียว
"คุณบ้าไปแล้วหรือไง ถึงได้มาที่นี่คนเดียว!"
ศิลาเหลือบมองหญิงสาวที่อุตส่าห์สะกดรอยตามเขามาจนถึงที่นี่ หัวใจที่เคยด้านชาและเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอมาตลอดชีวิต กลับกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ เขากัดกรามแน่นด้วยความไม่พอใจที่เธอเอาตัวเข้ามาเสี่ยงในรัศมีกระสุน
"คุณไม่ควรมาที่นี่ พริมโรส" เขากระซิบเสียงต่ำลอดไรฟัน
"แล้วคุณคิดว่าฉันจะนั่งรอให้คุณเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่คนเดียวหรือไงคะ!" เธอสวนกลับทันควัน นัยน์ตาคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความโกรธและ... ความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ใต้ชั้นเชิงของความเป็นมืออาชีพ
บรรยากาศในโกดังร้างตึงเครียดขึ้นในพริบตา เมื่อกระบอกปืนของคนร้ายไม่ได้เล็งมาที่ศิลาอีกต่อไป หากแต่หันมาทางพริมโรสที่ยืนขวางอยู่
"เยี่ยม... มากันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ คดีเก่าเมื่อห้าปีก่อนจะได้ปิดฉากลงพร้อมกับลมหายใจของพวกแกสองคนในคืนนี้เลย!" คนร้ายตะโกนลั่น นิ้วชี้เริ่มกดน้ำหนักลงบนไกปืน
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้น ศิลาไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว ร่างสูงพุ่งเข้าประชิดตัวพริมโรส ผลักเธอล้มลงไปหลบหลังแนวเสาปูนพร้อมกับที่เสียงปืนนัดแรกดังสนั่นลั่นโกดัง กระสุนเจาะทะลุกระจกและฝุ่นปูนกระจายฟุ้ง
ความโกลาหลเริ่มต้นขึ้นในความมืด ศิลาอาศัยจังหวะที่คนร้ายกำลังจะลั่นไกนัดที่สอง พุ่งตัวเข้าประชิดวงใน กระแทกศอกเข้าที่ข้อมือของอีกฝ่ายจนอาวุธปืนหลุดร่วงลงพื้น ทั้งสองยื้อยุดฉุดกระชากกันอย่างดุเดือด เสียงหอบหายใจและเสียงเนื้อกระทบกันดังสะท้อนไปทั่วบริเวณ
พริมโรสที่ตั้งสติได้ รีบพุ่งเข้าไปคว้าแฟ้มคดีเก่าที่ตกอยู่ไม่ไกล มือเรียวเปิดหน้ากระดาษแผ่นสุดท้ายออกอย่างเร่งรีบ ท่ามกลางแสงสลัว แววตาของเธอบาดลึกเมื่อกวาดสายตาอ่านข้อความที่ถูกเขียนด้วยลายมือคุ้นเคย... ลายมือของพ่อเธอก่อนเสียชีวิต และลายเซ็นกำกับที่มุมกระดาษ ซึ่งเป็นลายมือของคนที่เธอยืนอยู่ใกล้ที่สุดในตอนนี้
มือที่ถือแฟ้มสั่นเทาเล็กน้อย เธองยหน้าขึ้นมองศิลาที่กำลังกดร่างคนร้ายให้นอนราบกับพื้น หอบหายใจโยนตัวด้วยความเหนื่อยอ่อน
ศิลาเงยหน้าขึ้นสบตากับพริมโรส แววตาคู่คมที่เคยเยือกเย็น บัดนี้กลับไหววูบด้วยความรู้สึกผิดที่ปิดบังมาตลอดห้าปี
"มันจบแล้ว... พริมโรส" ศิลาเอ่ยเสียงพร่า
ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบสงบกำลังจะกลับคืนมา เสียงไซเรนรถตำรวจนับ10คันก็ดังผ่าความเงียบเข้ามาจอดสนิทล้อมรอบโกดังร้างแห่งนี้ แต่ทว่า... เสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาทางด้านหลังของพวกเขา กลับไม่ใช่เสียงของตำรวจในสังกัดที่พวกเขาคาดคิด
ศิลาขมวดคิ้วแน่นเมื่อเห็นเงาร่างของบุคคลในเครื่องแบบระดับสูงก้าวเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก... คนที่ควรจะอยู่ที่สถานีตำรวจ กลับยืนอยู่ตรงนี้ พร้อมกับปืนที่เล็งตรงมาที่ศีรษะของเขาเอง!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอารมณ์อันดำมืดและลุ่มลึกนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
ดีลลับฉบับทนายร้ายกับคุณหมอนิติเวช•ตอนที่ 35
เดิมพันด้วยชีวิต
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับทนายร้ายกับคุณหมอนิติเวช นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!