ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวราวกับจะพังกรอบไม้สักทองเข้ามา พร้อมกับเสียงตะโกนแหบพร่าด้วยความตื่นตระหนกของเจ้าหน้าที่เวรเปลที่ดังทะลุเข้ามาในโสตประสาท "คุณพริมโรส! คุณพริมโรสครับ! แย่แล้วครับ เกิดเรื่องใหญ่ที่ห้องเก็บศพชั้นใต้ดิน ศิลา... ทนายศิลาเขา... เขาถูกแจ้งข้อหาฆาตกรรมอำพราง เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังจะบุกเข้ามาจับตัวเขาแล้วครับ!"
หัวใจของพริมโรสกระตุกวูบ ดิ่งหล่นลงสู่พื้นท้องน้อยราวกับถูกแรงโน้มถ่วงมหาศาลกระชาก ร่างบางในเสื้อกาวน์สีขาวที่ยืนอยู่เบื้องหน้าโต๊ะผ่าศพแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อครู่เธอกับเขายังยืนปะทะคารมกันด้วยสายตาอันคุุกกรุ่น ท่าhaftความเงียบงันของห้องแล็บนิติเวชยามวิกาล บรรยากาศยังอวลไปด้วยกลิ่นอายความดึงดูดอันตรายที่เธอพยายามผลักไส แต่วินาทีนี้... ทุกอย่างกลับพังทลายลงด้วยข่าวร้ายที่คมกริบยิ่งกว่ามีดผ่าตัด
ศิลาที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่ถึงก้าว ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ใบหน้าหล่อเหลาที่มักเรียบเฉยราวกับรูปสลักหินอ่อนกลับยิ่งเย็นชาลงไปอีก ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นกวาดมองเธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ราวกับเขารู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าจุดจบนี้กำลังจะมาถึง
"ฉันเตือนคุณแล้ว พริมโรส" เสียงทุบประตูดังขึ้นอีกระลอก แต่ศิลากลับเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับเสียงรอบกายเป็นเพียงธาตุอากาศ "ว่าความจริงที่คุณศรัทธามันช่างเปราะบาง และโลกใบนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์... แต่มันขับเคลื่อนด้วยอำนาจและเกมที่ถูกจัดฉาก"
"คุณหมายความว่ายังไง ศิลา?" พริมโรสขยับริมฝีปากถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นระริก ความระแวงที่เธอพยายามกดไว้ใต้ก้นบึ้งของหัวใจกลับมาตีตื้นขึ้นอีกครั้ง ความไว้ใจที่เพิ่งจะก่อตัวขึ้นจากรอยร้าวในอดีต บัดนี้กลับถูกแช่แข็งจนเหลือเพียงความเย็นชา "คุณรู้อยู่แล้วใช่ไหมว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้น หรือทั้งหมดนี่... คือแผนที่คุณวางไว้เพื่อดึงฉันเข้าไปพัวพันกับเกมสกปรกของคุณตั้งแต่แรก?"
ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มีเพียงความเย้ยหยันต่อโชคชะตาและต่อตัวเธอ เขา้าวเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็วจนพริมโรสต้องผอยหลังชนกับขอบโต๊ะสแตนเลสเย็นเยียบ กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ของเขาล้อมกรอบเธอไว้ในพื้นที่แคบๆ
"ถ้าฉันจะวางแผนจริงๆ พริมโรส..." นิ้วเรียวยาวของทนายหนุ่มเอื้อมขึ้นมาแตะที่ปลายคางของเธออย่างถือวิสาสะ บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นสบตา เขากดน้ำหนักนิ้วลงบนผิวเนื้อเบาๆ แต่หนักแน่นพอที่จะทำให้เธอหายใจติดขัด "คนที่ฉันอยากดึงเข้ามาในเกมนี้ ไม่ใช่ในฐานะพยานหรือผู้สมรู้ร่วมคิด... แต่เป็นคนที่ฉันยอมแลกทุกอย่างเพื่อให้เธอปลอดภัยต่างหาก"
"อย่ามาพูดจาหว่านล้อมเพื่อกลบเกลื่อนความผิดของคุณนะ!" พริมโรสสะบัดหน้าหนีจากการสัมผัสของเขา ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ด้วยความโกรธและผิดหวังระคนกัน "หลักฐานในแฟ้มคดีฆาตกรรมเมื่อคืนนี้... รอยนิ้วมือบนกริชเคลือบยาพิษนั่น มันคือชื่อของคุณ ศิลา! คุณปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าคุณมีส่วนเกี่ยวข้องกับตระกูลอิทธิพลพวกนั้น!"
"แล้วถ้าฉันบอกว่า ฉันกำลังปกป้องคุณจากเงาที่กำลังไล่ล่าคุณอยู่ล่ะ?" ศิลาโน้มใบหน้าลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียน น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นทุุ่มต่ำและจริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "คุณจะเชื่อสัญชาตญาณของตัวเอง... หรือจะเชื่อเศษกระดาษพวกนั้นที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำลายเรา?"
ปัง! เสียงพังประตูดังขึ้นพร้อมกับร่างของเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบสามนายที่พุ่งพรวดเข้ามาในห้องแล็บ พร้อมอาวุธปืนที่ถูกยกขึ้นเล็งตรงมายังร่างของศิลาทันที!
"ศิลา! คุณถูกจับในข้อหาฆาตกรรมอำพรางและครอบครองวัตถุอันตรายผิดกฎหมาย ห้ามขัดขืน มิฉะนั้นเราจะใช้กำลัง!" นายตำรวจยศสารวัตรตะโกนก้อง พร้อมส่งสัญญาณให้ลูกน้องเข้าชาร์จ
พริมโรสสะดุ้งสุดตัว ร่างกายของเธอถูกสัญชาตญาณความเป็นแพทย์และมนุษย์ผลักดันให้ขยับไปขวางหน้าทนายหนุ่มโดยไม่รู้ตัว มือเรียวบางกางออกเล็กน้อยราวกับต้องการปกป้องผู้ชายอันตรายที่เพิ่งจะหักหลังความไว้ใจของเธอ ภาพเหตุการณ์ซ้อนทับกันระหว่างอดีตอันเลวร้ายของครอบครัวกับปัจจุบันที่กำลังพังทลายทำให้เธอหายใจไม่ออก
ศิลาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นวูบหนึ่งเมื่อเห็นท่าทางปกป้องของเธอ ร่องรอยความเย็นชาในแววตาถูกแทนที่ด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่ล้ำลึกและอันตรายยิ่งกว่าเดิม เขาไม่ยอมขัดขืนเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจพุ่งเข้าใส่กุญแจมือเหล็กเข้ากับข้อมือแกร่งทั้งสองข้าง เสียงโลหะกระทบกันดังเช้งวับบาดลึกเข้าไปในความเงียบ
ขณะที่ร่างสูงกำลังถูกควบคุมตัวให้เดินออกไปตามทางเดิน ศิลาไม่ได้หันกลับมามองเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประกบข้างเลยแม้แต่น้อย สายตาคู่คมกริบนั้นยังคงตรึงแน่นอยู่กับร่างของพริมโรสที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่ข้างโต๊ะผ่าศพ
ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความลับและความหมายอันลึกซึ้ง ก่อนที่เขาจะขยับริมฝีปากพูดอย่างไร้เสียง แต่พริมโรสกลับอ่านคำพูดนั้นออกได้อย่างชัดเจนจากรูปปากของเขา—
*‘เกมเพิ่งเริ่มต้น... ที่รัก’*
ประตูกระจกบานใหญ่ปิดสนิทลงตามหลังเจ้าหน้าที่และผู้ต้องหา ทิ้งให้พริมโรสยืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและบรรยากาศอันเย็นเยียบ ความเงียบงันกลับมาครอบงำอีกครั้ง แต่หัวใจเธอกลับเต้นระรัวราวกับกลองศึก ความไว้ใจที่เคยมีมอดไหม้จนไม่เหลือซาก หลงเหลือเพียงความเย็นชาที่เกาะกุมขั้วหัวใจ
ทว่า... ในวินาทีที่เธอกำลังจะหันหลังเดินกลับไปเก็บอุปกรณ์บนโต๊ะ สายตากลับเหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่ถูกสอดไว้ใต้ฐานโคมไฟสแตนเลส ซึ่งศิลายืนอยู่ใกล้เมื่อครู่
พริมโรสขมวดคิ้วด้วยความสงสัย นิ้วเรียวสั่นเทาเอื้อมไปหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาคลี่ออก ลายมือหวัดแต่ทรงพลังของทนายหนุ่มเขียนข้อความสั้นๆ เอาไว้ด้วยหมึกสีดำสนิท—
*‘ระวังตัวให้ดี คนที่ฆ่าพ่อของคุณ... กำลังยืนอยู่ข้างหลังคุณในตอนนี้’*
โลหิตในกายของพริมโรสเย็นเฉียบลงฉับพลัน ลมหายใจสะดุดกักค้างอยู่ที่ลำคอ เมื่อพร้อมกันนั้น... เสียงฝีเท้าฝ่าความเงียบย่ำเข้ามาใกล้จากทางด้านหลังของมุมมืดที่ไร้แสงไฟในห้องแล็บ!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ
ดีลลับฉบับทนายร้ายกับคุณหมอนิติเวช•ตอนที่ 30
ช่องว่างระหว่างเรา
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับทนายร้ายกับคุณหมอนิติเวช นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!