เสียงหัวเราะเบาๆ ที่ลอดผ่านริมฝีปากเคลือบลิดปาร์ติกสีไวน์แดงของรตา ไม่ได้ทำให้บรรยากาศในเซฟเฮาส์ชั้นบนสุดอบอุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับทำให้อุณหภูมิรอบตัวดิ่งวูบลงจนรินรดาต้องเผลอกำมือเข้าหากันแน่นใต้โต๊ะทำงานกระจกนิรภัย
"ดูเหมือนว่า... คุณจะไม่ได้มาคนเดียวสินะคะ รินรดา"
ประโยคทิ้งท้ายจากตอนที่แล้วยังคงลอยเคว้งอยู่ในอากาศ พร้อมกับร่างโปร่งในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปที่ก้าวเข้ามาประชิดพื้นที่ส่วนตัวของเธออย่างไม่เกรงใจ รตากวาดสายตาคมกริบราวกับพญาเหยี่ยวสำรวจไปทั่วหน้าจอคอมพิวเตอร์สามจอที่กำลังรันโค้ดมหาศาล ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่เซิร์ฟเวอร์สำรองขนาดพกพาซึ่งเชื่อมต่ออยู่กับพอร์ตแลนลับ
"ถอยไปค่ะคุณรตา นี่มันพื้นที่ทำงานของฉัน และคุณกำลังล้ำเส้น" รินรดาดีดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ส่วนสูงของเธอจะด้อยกว่าอีกฝ่ายอยู่เล็กน้อย แต่แววตาที่จ้องกลับไปไม่มีความหวาดกลัวเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงประกายไฟแห่งความถือดีที่พร้อมจะแผดเผาทุกคนที่กล้ามาล้ำอาณาจักรโค้ดดิ้งของเธอ
"ล้ำเส้นเหรอคะ?" รตาทวนคำ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบจนน่าขนลุก CEO สาวก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูผสมผสานกับกลิ่นกายเย็นๆ ลอยเข้าแตะจมูกจนรินรดาต้องผะแผ่วลมหายใจ "คุณกำลังเอาชีวิตรอดในเซฟเฮาส์ที่ฉันเป็นคนจ่ายเงินสร้าง และข้อมูลบนหน้าจอนั่น... กำลังจะตัดสินว่าเราสองคนจะได้รอดออกไปจากที่นี่ หรือจะกลายเป็นศพในโกดังร้างเหมือนพาร์ทเนอร์คนก่อนของคุณ"
ชื่อของพาร์ทเนอร์เก่าที่ถูกลากขึ้นมาขยี้กลางวงสนทนาทำให้รินรดากรามกระตุก ความโกรธพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ ปมในอดีตที่เธอพยายามฝังกลบมันด้วยตรรกะและบรรทัดโค้ดถูกสะกิดขึ้นมาอย่างจงใจ รรินรดากัดฟันกรอด ดวงตาสองคู่จ้องประสานกันราวกับสนามรบขนาดย่อมที่ไม่มีใครยอมถอยให้ใคร
"อย่ามาเล่นเกมจิตวิทยาไร้สาระกับฉันค่ะ!" รินรดาตวัดเสียงใส่ด้วยความเหลืออด นิ้วเรียวชี้ไปที่หน้าจอหลักที่กำลังรันระบบป้องกันความปลอดภัย "ระบบ AI ที่ฉันเขียนขึ้นมามันสมบูรณ์แบบในแง่ของตรรกะ ไม่มีช่องโหว่ ไม่มีอารมณ์มาเจือปน แต่วิธีการบุกรุกแบบดิบเถื่อนที่คุณสั่งให้ลูกน้องทำเมื่อคืนต่างหาก ที่มันทำลายโครงสร้างทั้งหมดจนฉันต้องมานั่งแก้โค้ดใหม่ตั้งแต่ศูนย์!"
"โคร่งสร้างที่ไร้ความยืดหยุ่นต่างหากค่ะ ที่กำลังจะฆ่าเรา" รตาตอบกลับทันควันอย่างไร้ความปรานี ดวงตาสองสีเข้มจัดมองตรงมาที่วิศวกรสาวด้วยความเหนือกว่า "คุณเชื่อมั่นในตัวเลขและตรรกะบ้าบอพวกนั้นมากเกินไป จนลืมไปว่าโลกความจริงมันไม่ได้รันด้วยคำสั่ง If-Else ที่สวยหรู ศัตรูของเราไม่ได้เล่นตามกฎ มันพร้อมจะสาดกระสุนใส่คุณก่อนที่คุณจะทันได้กดคอมไพล์โค้ดบรรทัดสุดท้ายเสียอีก"
"แต่นั่นมันคือหลักการวิศวกรรมค่ะคุณรตา! ถ้าเราไม่เริ่มจากฐานรากที่มั่นคง ทุกอย่างพังหมด!"
"แล้วถ้าฐานรากของคุณมันแข็งทื่อจนขยับหนีตายไม่ทันล่ะคะ รินรดา?"
รตาก้าวประชิดเข้าไปอีกขั้น จนรินรดาต้องถอยหลังไปชนขอบโต๊ะทำงานอย่างไร้ทางหนี ร่างสูงโปร่งของ CEO สาวโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนเหลือเพียงแค่คืบ ลลมหายใจอุ่นที่ปะทะกันทำให้หัวใจที่ควรจะเต้นเป็นจังหวะโค้ดกลับรวนเรอย่างไร้สาเหตุ รินรดาผะแผ่วลมหายใจด้วยความตื่นตระหนก ไม่ใช่เพราะกลัวอันตราย แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดประหลาดที่แผ่ออกมาจากผู้หญิงคนนี้ต่างหากที่กำลังทำลายสติสัมปชัญญะของเธอ
"คุณมัน... ดื้อด้านและเผด็จการที่สุด" รินรดาเค้นเสียงกระซิบลอดไรฟัน แม้ใบหน้าจะอยู่ใกล้กันแค่เอื้อมจนเห็นแพขนตางอนงามและเงาสะท้อนของตัวเองในดวงตาคู่สวยนั้น แต่เธอก็ยังคงเชิดหน้าท้าทาย
"และคุณก็ปากเก่ง หัวรั้น จนน่าจับมาดัดนิสัยเสียให้เข็ด" รตาตอบกลับด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำที่แฝงความเย้ายวนอันตราย ริมฝีปากสีไวน์แดงยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างผู้เหนือกว่า "แต่ก็นั่นแหละค่ะ... วิศวกรสติแตกอย่างคุณนี่แหละ ที่ฉันดันขาดไม่ได้เสียด้วยสิ"
คำพูดกำกวมและสายตาคู่คมที่กวาดมองริมฝีปากของเธอนิ่งๆ ทำให้รินรดารู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งพล่านไปทั่วผิวหนัง สมองอันชาญฉลาดที่เคยประมวลผลโค้ดความเร็วสูงกลับหยุดชะงักไปชั่วขณะ เธอเม้มปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน
ทว่า... ก่อนที่บรรยากาศจะเลยเถิดไปมากกว่าการปะทะคารมทางธุรกิจ เสียงแจ้งเตือนจากระบบรักษาความปลอดภัยภายนอกก็ดังขึ้นทำลายความเงียบกริบในห้อง
*ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!*
ไฟสีเขียวที่เคยกระพริบแสดงสถานะปลอดภัยบนจอภาพหลัก เปลี่ยนเป็นสีแดงฉานสว่างวาบทั่วห้องทำงานทันที รินรดารีบผลักร่างของรตาออกห่างแล้วพุ่งตัวกลับมาหน้าจอ ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นกราฟิกเรดาร์แสดงการเคลื่อนไหวบางอย่างที่กำลังพุ่งตรงมายังเซฟเฮาส์หลังนี้ด้วยความเร็วสูง
"คุณรตา..." รินรดาเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนก "ระบบไม่ได้โดนเจาะจากโลกออนไลน์... แต่มันกำลังถูกถล่มจาก *ข้างใน* ตึกนี้ต่างหาก"
รตาหุบยิ้มทันที แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นความเย็นชาเฉียบขาด ร่างสูงหมุนตัวกลับไปคว้าปืนพกสั้นเก็บเสียงที่ซ่อนไว้ใต้โซฟาขึ้นมาปลดเซฟอย่างคล่องแคล่วว่องไว ก่อนจะหันมามองวิศวกรสาวด้วยสายตาที่ทำให้รินรดาต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"ดูลูกน้องคนสนิทที่คุณไว้ใจนักหนาสิคะ รินรดา..." รตาเอ่ยเสียงเรียบ พร้อมกับชี้ปลายกระบอกปืนไปที่หน้าจอวงจรปิดมุมอับสายตา ซึ่งภาพที่ปรากฏบนจอทำเอาสติของรินรดาแทบหลุดกระเจิง เมื่อร่างของชายหนุ่มทีมงานคนสนิทกำลังเดินถือคีย์การ์ดมาสเตอร์คีย์ตรงมาที่หน้าประตูลับห้องนี้ พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มองทะลุกล้องวงจรปิดมายังพวกเธอราวกับรู้อยู่แล้วว่ากำลังถูกมองอยู่!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ หวังว่าจะสนุกจนวางไม่ลง แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เซฟเฮาส์ลับกับยัยวิศวกรสายดิ่ง•ตอนที่ 2
เมื่อไฟเขียวกลายเป็นไฟแดง
ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับยัยวิศวกรสายดิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
