"เซ็นซะ... แล้วชีวิตอิสระที่คุณโหยหานักหนาจะกลับคืนมาในสามวินาที"
น้ำเสียงเรียบเฉยแต่ทรงอำนาจดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันในห้องประชุมเพนท์เฮาส์ชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางกรุง เอกสารหนาปึกถูกผลักมาตรงหน้าด้วยปลายนิ้วเรียวสวยที่สวมแหวนเพชรเม็ดโต รินรดาเหลือบมองกระดาษแผ่นนั้นสลับกับใบหน้าของเจ้าของตักศิลาที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม รตากำลังมองเธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ราวกับนักล่าที่กำลังจดจ้องเหยื่อในกรงเล็บ
วิศวกรสาวหัวรั้นอย่างรินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ เธอไม่แม้แต่จะชายตามองกระดาษสัญญาบ้าบอนั่นด้วยซ้ำ เรียวปากบางเฉียบเหยียดยิ้มเยาะ เผยให้เห็นความพยศที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์สาวมั่น
"อิสระเหรอคะคุณ CEO? หรือควรเรียกว่า 'การตกเป็นทาสทางกฎหมาย' ในโปรเจกต์ลับที่คุณแหกกฎทุกข้อของบริษัทเพื่อสร้างมันขึ้นมากันแน่" รินรดาตอกกลับทันควัน ดวงตากลมโตฉายแววท้าทาย ไร้ความเกรงกลัวต่อบารมีของผู้หญิงตรงหน้าแม้แต่น้อย
รตาไม่โกรธ เธอกลับยกมุมปากขึ้นนิดหน่อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา คู่นظَرคมกริบกวาดสำรวจใบหน้าเนียนใสของวิศวกรสาวที่กำลังพยายามตั้งกำแพงสูงลิบลิ่วเพื่อปกปิดความวิตกกังวล รตารู้ดี... ว่ารินรดากำลังจนมุม
"คุณไม่มีสิทธิ์เลือกหรอกค่ะ รินรดา" รتاลุกขึ้นยืนช้าๆ ความสูงโปร่งภายใต้สูทสั่งตัดเข้ารูปทำให้เธอดูลึกลับและน่าเกรงขามยิ่งขึ้น รตาก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานทีละน้อย ส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนเกิดเสียงก้องกังวานที่บีบหัวใจคนฟัง "โปรเจกต์ 'ซีเคร็ทพาร์ตี้' ที่คุณแอบเจาะระบบเข้ามาเมื่อคืนก่อน... มันมีโทษทางอาญามากพอที่จะทำให้คุณไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันไปอีกสิบปี"
รินรดาชะงัก หัวใจกระตุกวูบไปชั่วขณะ ข้อมูลชุดนั้นเธอมั่นใจว่าลบร่องรอยสะอาดหมดจดแล้ว ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงรู้เร็วนัก หรือว่า... มันคือหลุมพรางตั้งแต่แรก?
"คุณเล่นสกปรก!" รินรดาลุกขึ้นยืนพรวดจนเก้าอี้ไถลไปด้านหลัง เสียงลมหายใจเริ่มติดขัดเมื่อรตาก้าวเข้ามาประชิดตัว ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนได้กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระเหยแตะจมูก กลิ่นกุหลาบผสมความเย็นชาที่ชวนให้ใจสั่นอย่างน่าประหลาด
รตาโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ใบหน้าสวยเฉี่ยวอยู่ห่างจากปลายจมูกของรินรดาเพียงคืบเดียว ดวงตาสสีเข้มคู่นั้นสะท้อนภาพความตื่นตระหนกในแววตาของวิศวกรสาว ปลายนิ้วเรียวยื่นออกไปแตะปอยผมที่หลุดลุ่ยของรินรดาอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะทัดมันไว้ข้างหูอย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนนั้นทำให้รินรดายืนแข็งทื่อ ราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน
"ฉันไม่ได้เล่นสกปรกค่ะ... ฉันแค่ฉลาดพอที่จะต้อนแมวพยศให้กลับเข้ากรง" เสียงกระซิบแผ่วเบาข้างใบหูทำเอารินรดากลืนน้ำลายไม่ลงคอ ความโกรธผสมปนเปกับความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่วิ่งพล่านไปทั่วแผ่นหลัง
รินรดาเม้มปากแน่น พยายามดึงสติสัมปชัญญะที่กระเจิงให้กลับมา เธอปัดมือของรตาออกอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะก้าวถอยหลังเพื่อสร้างระยะห่างที่ปลอดภัย
"ฉันเกลียดคนบังคับ... โดยเฉพาะคนที่คิดว่าเงินซื้อได้ทุกอย่าง" รินรดากล่าวเสียงลอดไรฟัน ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความแค้นเคือง "ต่อให้ฉันต้องติดคุก ฉันก็จะไม่ยอมเอาสมองของฉันมาช่วยคนอย่างคุณเด็ดขาด!"
รตานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง มองท่าทีดื้อรั้นนั้นด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา แทนที่จะโกรธ เธอกลับหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างชอบใจ ร่างระหงหมุนตัวกลับไปหยิบแท็บเล็ตบนโต๊ะขึ้นมาเลื่อนดูข้อมูลบางอย่าง ก่อนจะหันมาสบตากับรินรดาตรงๆ อีกครั้ง
"งั้นเหรอคะ... ถ้าอย่างนั้น ฉันคงต้องให้คุณดูนี่หน่อย" รตาแตะหน้าจอเปิดภาพถ่ายใบหนึ่งขึ้นมา แล้วหันหน้าจอเข้าหาตัววิศวกรสาว
รินรดาขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ แต่พอสายตาปะทะเข้ากับภาพบนหน้าจอ เลือดในกายก็เย็นเฉียบลงในทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ลมหายใจสะดุดกึก ภาพนั้นคือ... บ้านพักชานเมืองของพี่ชายเธอ ที่มีเงาร่างของชายชุดดำหลายคนยืนล้อมรอบอยู่!
"คุณทำอะไรพี่ชายฉัน!" รินรดาพุ่งตัวเข้าไปกระชากคอเสื้อสูทของรตาอย่างลืมตัว ความโกรธพุ่งทะยานจนควบคุมตัวเองไม่อยู่ น้ำตารื้นขึ้นมาด้วยความคับแค้นใจ "ปล่อยเขาไปนะ! คนเลว!"
รตาไม่ขัดขืน ปล่อยให้รินรดากระชากเสื้อจนยับยู่ยี่ ใบหน้าสวยยังคงนิ่งสงบ แววตาสะท้อนความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหยั่งถึง รตากุมข้อมือเล็กทั้งสองข้างที่กำเสื้อเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นหนักหน่วงพอที่จะทำให้รินรดารู้สึกเจ็บ แต่ไม่ยอมปล่อย
"ฉันไม่ได้ทำอะไรเขา... ตอนนี้เขายังปลอดภัยดี" รตากล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังเป็นครั้งแรก ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตารินรดา "แต่ถ้าคุณยังปฏิเสธฉัน... ฉันรับรองไม่ได้ว่าพรุ่งนี้เช้า เขาจะยังตื่นมาเจอแสงแดดหรือเปล่า"
การข่มขู่ที่ไร้ซึ่งรอยยิ้มนี้ทรงพลังยิ่งกว่าปืนจ่อหัว รินรดารู้ซึ้งทันทีว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ขู่เล่นๆ รตากุมอำนาจทุกอย่างไว้ในมือ และเธอกำลังใช้จุดอ่อนเดียวที่รินรดามีมาเป็นเดิมพัน
มือเล็กๆ ที่กำเสื้อของรตาค่อยๆ คลายแรงลง ความพยศเมื่อครู่ถูกบดขยี้จนแหลقสลาย รินรดากัดริมฝีปากจนห่อเลือด ความรู้สึกพ่ายแพ้ตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่อก เธอเกลียดรตา... เกลียดรอยยิ้มนั้น เกลียดอำนาจนั้น และที่สำคัญที่สุด... เธอเกลียดตัวเองที่ไร้ทางสู้
รตาสังเกตเห็นความยอมจำนนในแววตานั้น เธอลดมือลงมาจับข้อมือบาง แล้วดึงรินรดาเข้ามาใกล้จนแทบจะแนบชิด ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรับรู้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวของอีกฝ่าย รตาโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้กระซิบข้างริมฝีปากที่สั่นเทาของวิศวกรสาว
"ฉลาดมากค่ะ... เด็กดี" รตากล่าวเสียงพร่า "เซ็นสัญญาซะ แล้วย้ายไปอยู่กับฉันที่ 'เซฟเฮาส์' คืนนี้เลย"
รินรดานิ่งค้าง หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ย้ายไปอยู่... เซฟเฮาส์? หมายความว่าเธอยังต้องไปติดอยู่ในกรงของปีศาจตนนี้ตลอด 24 ชั่วโมงอย่างนั้นเหรอ?
ในจังหวะที่รินรดากำลังจะอ้าปากปฏิเสธคำสั่งอันเอาแต่ใจนั้น เสียงเคาะประตูก็รัวขึ้นสามครั้งอย่างเร่งรีบ ก่อนที่ประตูห้องเพนท์เฮาส์จะถูกผลักเปิดออกโดยผู้ช่วยส่วนตัวของรตา ใบหน้าของอีกฝ่ายซีดเผือด หอบหายใจโยนตัวด้วยความตื่นตระหนก
"ท่านประธานคะ! แย่แล้วค่ะ... ระบบความปลอดภัยของเซฟเฮาส์เราถูกเจาะแล้ว!"
รตาหันขวับไปมองผู้ช่วยทันที แววตาเยือกเย็นเปลี่ยนเป็นคมกริบในพริบตา รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเหลือบไปเห็นหน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะที่รatáลืมปิด ระบบโค้ดสีแดงฉานกำลังวิ่งพล่าน และรูปแบบการเจาะระบบนั้น... มันเป็น ลายเซ็นดิจิทัล ที่คุ้นตาเธอเสียยิ่งกว่าอะไร
รตากลับหันมาจ้องหน้ารินรดาช้าๆ แววตานั้นเต็มไปด้วยความสงสัยระคนอันตราย รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันน่ากลัวเสียยิ่งกว่าเดิม
"ดูเหมือนว่า... คุณจะไม่ได้มาคนเดียวสินะคะ รินรดา"
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนแรก และมาร่วมลุ้นระทึกไปกับเกมรักและเกมลับนี้ด้วยกันนะคะ! — สการ์เล็ตโรส
เซฟเฮาส์ลับกับยัยวิศวกรสายดิ่ง•ตอนที่ 1
รหัสลับใต้ตึกระฟ้า
ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับยัยวิศวกรสายดิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
