“ล็อกประตูซะ รินรดา ก่อนที่มันจะถึงตัวเรา”
รตาเอ่ยสั่งพลางลดกระบอกปืนลง แต่ดวงตาคู่คมกริบยังคงจดจ้องที่หน้าจอ ไม่ใช่ด้วยความตื่นตระหนก แต่เป็นความเยือกเย็นที่น่าขนลุก รินรดาแทบหยุดหายใจ มือไม้ที่เคยคุมโปรแกรมเมอร์นับร้อยกลับสั่นเทา เธอโผเข้าหาแผงควบคุมระบบความปลอดภัย ปลายนิ้วรัวพิมพ์คำสั่งอย่างบ้าคลั่ง เสียงสัญญาณเตือนภัยดังแว่วมาจากโถงทางเดินชั้นนอก ประตูลับที่ควรจะเป็นป้อมปราการที่แข็งแกร่งที่สุดในบริษัทกำลังถูกท้าทายด้วยคีย์การ์ดของคนที่เธอ 'ไว้ใจ' ที่สุด
“ไอ้ทศ... มันมีสิทธิ์เข้าถึงเลเวลสูงสุดได้ยังไง? ฉันเป็นคนตั้งค่าระบบเองกับมือ!” รินรดาแผดเสียงในลำคอ ดวงตาคู่สวยสั่นไหวด้วยความโกรธปนผิดหวัง
“ตรรกะของเธอมันมีช่องโหว่เสมอแหละ รินรดา โดยเฉพาะเรื่องความไว้ใจ” รตาก้าวเข้ามาประชิด กลิ่นน้ำหอมราคาแพงแนว woody ผสมความหอมหวานของกุหลาบดำอบอวลอยู่ในอากาศจนรินรดาแทบขาดใจตาย รตาโน้มตัวลงมากดปุ่มปิดระบบล็อกอัตโนมัติซ้ำอีกชั้นจนไฟสีเขียวเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน “คนแบบนั้นไม่ได้มีไว้ให้ไว้ใจ แต่มีไว้เพื่อหลอกใช้ให้เป็นประโยชน์... จำบทเรียนแรกของโลกธุรกิจไว้ให้ดี”
ภาพบนจอตัดฉับไปที่ความมืดสนิท เมื่อกล้องวงจรปิดถูกตัดสัญญาณจากฝั่งตรงข้าม รินรดาหอบหายใจถี่ เธอหันขวับมาเผชิญหน้ากับ CEO สาวที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลัง ความใกล้ชิดในพื้นที่จำกัดทำให้เธอสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายของรตา
“คุณรู้... คุณรู้มาตลอดใช่ไหมว่าทศคือไส้ศึก”
“ฉันไม่ได้รู้อนาคต แต่ฉันอ่านคนออก” รตาใช้นิ้วเรียวยาวเชยคางรินรดาขึ้น บังคับให้เธอสบตา “วันนี้เลิกงานแล้วกลับบ้านดีๆ ล่ะ ระวังพวก ‘หมาล่าเนื้อ’ ที่หิวโซอยู่หลังประตูบานนี้ด้วย”
***
สามชั่วโมงต่อมา รินรดาเดินออกจากตึกระฟ้าใจกลางเมืองด้วยสัญชาตญาณที่ตื่นตัวเต็มพิกัด เธอเปลี่ยนเส้นทางกลับบ้านสามรอบ แวะเข้าห้องน้ำห้างสรรพสินค้าเพื่อเช็กเงาสะท้อนในกระจก ความเงียบของถนนยามค่ำคืนในกรุงเทพฯ ดูไม่น่าไว้วางใจกว่าทุกครั้ง เสียงฝีเท้าที่ดังตามหลังมาในจังหวะที่เหลื่อมล้ำกันเพียงนิดเดียวทำให้ขนอ่อนที่ต้นคอเธอลุกชัน
เธอแสร้งเดินเร็วขึ้นก่อนจะเลี้ยวเข้าซอยแคบที่เป็นทางลัดไปคอนโดฯ รินรดากระชับกระเป๋าเป้ที่มีแล็ปท็อปบรรจุข้อมูลสำคัญไว้แน่น เธอรู้ดีว่าการถูกสะกดรอยไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือการประกาศสงคราม
*แกร๊ก...*
เสียงโลหะกระทบพื้นดังขึ้นเบาๆ จากเงามืดข้างกองขยะ รินรดาหยุดกึก หัวใจเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมาข้างนอก เธอไม่มีปืน เธอมีเพียงสมาร์ทโฟนที่เปิดแอปฯ ติดตามตำแหน่งไว้แบบเรียลไทม์ และความมั่นใจว่าถ้ายัย CEO รตาเป็นคนดึงเธอลงมาในเกมนี้ รตาก็ต้องเป็นคนรับผิดชอบ
“ตามมาทำไมคะ? อยากได้งานวิจัยหรืออยากได้ชีวิตฉันกันแน่?” รินรดาตะโกนออกไปในความมืด น้ำเสียงสั่นน้อยๆ แต่แฝงความดุดัน
ร่างหนึ่งค่อยๆ ก้าวออกมาจากมุมตึก แสงไฟสลัวจากเสาไฟฟ้าข้างทางเผยให้เห็นชายในชุดสูทสีเข้ม ใบหน้าของเขาถูกบดบังด้วยหมวกแก๊ป แต่รอยยิ้มมุมปากนั้น... มันคือทศ
“คุณรินรดา... ผมบอกกี่ครั้งแล้วว่าระบบที่คุณเขียนน่ะ มันฉลาดก็จริง แต่มันไม่มีหัวใจ” ทศพูดเสียงเรียบพลางก้าวเข้ามาใกล้ “คุณดึงคนผิดมาเป็นพันธมิตร คุณเอาตัวไปผูกติดกับรตา... ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ต้องการวิศวกรเก่งๆ หรอก เธอต้องการ ‘กุญแจ’ ที่จะปลดล็อกนรก”
“หุบปากซะ!” รินรดาหยิบสเปรย์พริกไทยออกมาเตรียมพร้อม “ถ้าแกคิดจะเอาข้อมูลไปขายให้ฝั่งตรงข้าม ฝันไปเถอะ ระบบล็อกไฟล์ฉันถูกตั้งค่าให้ทำลายตัวเองทันทีถ้าถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต!”
“งั้นเรามาดูกันว่า... คุณจะปกป้องมันได้นานแค่ไหน”
ทศพุ่งตัวเข้ามา รินรดาเบี่ยงหลบอย่างรวดเร็ว เธอไม่ได้สู้แบบวิศวกร แต่เธอสู้แบบคนหลังชนฝา เธอเตะเข้าที่หน้าแข้งเขาเต็มแรงจนทศร้องอออกมาด้วยความเจ็บปวด แต่ในจังหวะที่เธอกำลังจะออกวิ่ง ร่างเพรียวบางของใครบางคนก็ปรากฏตัวขึ้นจากฝั่งตรงข้ามพร้อมกับเสียงส้นสูงที่กระทบพื้นคอนกรีตดัง ‘ฉับ... ฉับ...’
รตาเดินเข้ามาในวงล้อมด้วยท่าทางผ่อนคลายราวกับกำลังเดินในรันเวย์ แสงไฟสะท้อนบนใบหน้าสวยคมที่ซ่อนความนัยไว้มหาศาล มือข้างหนึ่งของเธอถือเครื่องช็อตไฟฟ้าขนาดพกพาไว้หลวมๆ
“ทศ... ฉันบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าให้ผู้หญิงของฉันต้องเปื้อนเลือด” รตาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาที่ทรงพลังกว่าเดิม “ไปบอกนายของแกซะว่า ถ้ายังล้ำเส้นเข้ามาอีกนิดเดียว... ฉันจะทำให้คนของพวกแกหายไปจากแผนที่โลกโดยไม่มีใครตามหาเจอ”
ทศชะงัก สายตาเขาสลับมองรินรดาที่ยืนหอบหายใจ กับรตาที่ยืนยิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่า ก่อนที่เขาจะตัดสินใจถอยหนีไปในเงามืด
รินรดาทรุดลงนั่งกับพื้นด้วยความหมดแรง แต่ทันใดนั้น มือของรตาก็เอื้อมมาคว้าข้อมือเธอไว้แล้วดึงให้ลุกขึ้นยืน กระชากตัวเข้ามาแนบชิดจนหน้าอกของพวกเธอสัมผัสกัน กลิ่นหอมฟุ้งจากตัวรตาทำเอารินรดาสมองเบลอ
“ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่?” รินรดาถามเสียงสั่น
“เพราะฉันรู้ว่าเธอโง่พอที่จะเดินเข้ากับดัก และฉันก็ฉลาดพอที่จะตามมาคุมเกม” รตาโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบจะสัมผัสกัน “ทีนี้... รินรดา เธอจะเลิกดื้อแล้วยอมไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัยที่สุดกับฉันได้หรือยัง? หรืออยากจะเสี่ยงโดนลักพาตัวไปมากกว่านี้?”
ก่อนที่รินรดาจะได้ทันอ้าปากเถียง เสียงไซเรนรถตำรวจก็ดังสนั่นมาจากต้นซอย รตาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหันมามองที่ต้นทางด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นความตื่นตระหนกที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อน
“นั่นไม่ใช่ตำรวจของฉัน...” รตากระซิบข้างหูรินรดา “วิ่ง!”
สการ์เล็ตโรสขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามความเข้มข้นมาจนถึงบรรทัดนี้ พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
เซฟเฮาส์ลับกับยัยวิศวกรสายดิ่ง•ตอนที่ 3
กลิ่นอายความอันตราย
ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับยัยวิศวกรสายดิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
