“เจ้ายังกล้าปรากฏตัวต่อหน้าข้าอีกหรือ ศิษย์พี่หยุนจื่อ?”
น้ำเสียงของหลินฟานราบเรียบ ทว่าแฝงด้วยไอสังหารที่ทำให้อากาศรอบกายสั่นไหวราวกับจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เขาไม่แม้แต่จะเหลือบมองสตรีในชุดสีน้ำเงินเข้มที่ยืนอยู่เบื้องหน้า นัยน์ตาสีดำสนิทของเขาจดจ้องเพียง ‘เสี่ยวตู้’ ที่บัดนี้ขนสีขาวนวลเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเงินยวง ดวงตาคู่กลมโตของมันหรี่ลงเป็นเส้นตรงดุจสัตว์ร้ายที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อให้แหลกคามือ
หยุนจื่อคลี่ยิ้มบาง เธอปัดมือที่เปื้อนฝุ่นเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะเบาๆ “ในเมื่อความลับที่ข้าอุตส่าห์เก็บงำมานานถูกเปิดเผยเสียแล้ว การเสแสร้งต่อไปก็ดูจะไร้ประโยชน์ใช่ไหมล่ะ ศิษย์น้องหลินฟาน... เจ้าฉลาดกว่าที่ข้าคิดไว้มาก”
“ฉลาดงั้นหรือ?” หลินฟานแค่นหัวเราะ ปลดปล่อยพลังปราณอสูรที่กดดันจนศิษย์ร่วมสำนักที่ยืนอยู่รอบข้างถึงกับกระอักเลือด “คนที่ยอมขายวิญญาณให้พวกมารนิกายโลหิตเพียงเพื่ออำนาจในสำนักพฤกษาเซียน... สำหรับข้าแล้ว เจ้าก็แค่สุนัขรับใช้ที่โง่เขลาตัวหนึ่งเท่านั้น”
บรรยากาศในโถงกลางสำนักเงียบกริบดุจป่าช้า ศิษย์สำนักคนอื่นๆ ที่ยืนดูเหตุการณ์ต่างถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว บางคนถึงกับทรุดเข่าลงเมื่อรับรู้ถึงกลิ่นอายมรณะที่พุ่งออกมาจากร่างของเสี่ยวตู้ พยัคฆ์มังกรน้อยยืดตัวขึ้น ขนปุยเริ่มเปล่งประกายแสงสีฟ้าจางๆ ท่าทีน่าเอ็นดูหายไปสิ้น เหลือเพียงรังสีอำมหิตที่กดทับมิติรอบข้าง
“เจ้าทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร หยุนจื่อ!” ผู้อาวุโสท่านหนึ่งตะโกนก้อง เสียงของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด “เจ้านั่นแหละที่เป็นคนเสนอชื่อเจ้าให้เข้ารับการทดสอบเข้าสู่ขุมพลังระดับสูง เจ้าทรยศต่อสำนักที่เลี้ยงดูเจ้ามาได้อย่างไร!”
หยุนจื่อหันไปมองผู้อาวุโสด้วยสายตาว่างเปล่า “เลี้ยงดู? พวกท่านเรียกสิ่งนั้นว่าการเลี้ยงดูงั้นหรือ? ที่แห่งนี้ไม่ได้มีไว้ให้คนเก่ง แต่มีไว้ให้คนที่มี ‘สายเลือด’ ที่เหมาะสมเท่านั้น! ข้าต้องกัดฟันสู้มานานเท่าไหร่ ต้องก้มหัวให้พวกเบื้องบนนานแค่ไหน เพียงเพราะข้าไม่มีสกุลใหญ่โตหนุนหลังอย่างเจ้า... หลินฟาน!”
หลินฟานหรี่ตาลง “เจ้าเลยเลือกที่จะทำลายทุกอย่างทิ้ง? เพราะความริษยาอันไร้เหตุผลของเจ้า?”
“ไม่ใช่ความริษยา แต่คือ ‘ความยุติธรรม’ ที่ข้าตัดสินใจสร้างเอง!” หยุนจื่อสะบัดแขนเสื้อ ปรากฏไอปีศาจสีม่วงเข้มพุ่งทะยานขึ้นสู่เพดานโถงสำนัก แรงปะทะของมันรุนแรงจนเสาหินศิลาแกะสลักแตกร้าวในชั่วพริบตา
“เสี่ยวตู้ จัดการ” หลินฟานสั่งสั้นๆ
พยัคฆ์มังกรสีขาวพุ่งทะยานออกไปดุจสายฟ้าฟาด เพียงหนึ่งอุ้งเท้าที่ตะปบลงบนพื้น พลังทำลายล้างที่สะสมอยู่ภายในก็กระจายตัวเป็นวงกว้าง กระแทกไอปีศาจของหยุนจื่อจนแตกกระจาย หยุนจื่อเบิกตากว้าง ถอยหลังกรูดด้วยความตกตะลึง เธอไม่เคยคาดคิดว่าสัตว์เลี้ยงที่ดูไร้พิษสงตัวนี้จะมีพลังที่เหนือกว่าพลังบำเพ็ญเพียรของเธอหลายเท่านัก
“เจ้า... เจ้าไม่ใช่แค่ศิษย์ธรรมดา เจ้าเป็นใครกันแน่!” หยุนจื่อกรีดร้อง มือของเธอกำด้ามกระบี่แน่น พยายามรวบรวมลมปราณเฮือกสุดท้าย
หลินฟานเดินย่างสามขุมเข้าไปหาเธอ แววตาของเขาเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก “ข้าคือคนที่เจ้าไม่ควรริอ่านมาเป็นศัตรูด้วย ข้าคือคนที่ตระกูลเจ้าเคยเหยียบย่ำเมื่อสิบปีก่อนอย่างไรเล่า... จำชื่อของหลินฟานคนนี้ไว้ให้ดี เพราะนี่จะเป็นชื่อสุดท้ายที่เจ้าจะได้ยินก่อนที่ลมหายใจของเจ้าจะดับสูญ”
ความจริงที่หลินฟานพูดออกมาทำให้บรรยากาศในสำนักระส่ำระสาย ศิษย์หลายคนเริ่มหวาดระแวงกันเอง ความเชื่อใจที่เคยมีให้กันถูกทำลายลงในเสี้ยววินาทีเมื่อคำว่า ‘สายลับ’ และ ‘การทรยศ’ เริ่มแพร่สะพัดไปทั่วทุกตารางนิ้วของสำนัก
ทว่า ในขณะที่หลินฟานกำลังจะก้าวเข้าไปเผด็จศึก เสียงหัวเราะแหลมสูงก็ดังขึ้นจากด้านหลังของหยุนจื่อ เงาดำสายหนึ่งพุ่งลงมาจากหลังคาสูงของโถงใหญ่ มันเป็นชายชราในชุดคลุมสีดำสนิทที่มีกลิ่นอายของซากศพโชยออกมาอย่างชัดเจน
“ศิษย์น้อยหลินฟาน... เจ้าใจร้อนเกินไปแล้ว” ชายชราคนนั้นเอ่ย พลางวางมือลงบนบ่าของหยุนจื่อ
หลินฟานชะงักฝีเท้า หัวใจของเขากระตุกวูบเมื่อเห็นป้ายห้อยเอวที่แขวนอยู่บนเอวของชายชราผู้นั้น มันเป็นตราสัญลักษณ์ของ ‘สำนักมารฟ้าหมื่นลี้’ สำนักที่ถูกลบหายไปจากบันทึกประวัติศาสตร์เมื่อหลายร้อยปีก่อน
“ท่านอาจารย์...” หยุนจื่อคุกเข่าลงทันที
ชายชรามองหลินฟานด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม “เจ้าคิดว่าการกำจัดศิษย์ตัวน้อยของข้าจะทำให้นายเหนือหัวของเจ้าพอใจงั้นหรือ? เจ้าประเมินข้าต่ำไปแล้ว... หลินฟาน หรือข้าควรเรียกว่า ‘ทายาทคนสุดท้ายแห่งตระกูลหลิน’ ดี?”
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง หลินฟานกำหมัดแน่น พลังปราณรอบกายแปรปรวนอย่างควบคุมไม่ได้เมื่อความลับที่เขาพยายามปิดบังถูกเปิดเผยออกมาในที่สาธารณะเช่นนี้
“เจ้าพูดเรื่องอะไร!” หลินฟานคำราม
ชายชราคลี่ยิ้มเหี้ยมเกรียม ก่อนจะโยนวัตถุชิ้นหนึ่งลงมาที่เท้าของหลินฟาน มันเป็นชิ้นส่วนของหยกประจำตระกูลที่ควรจะสูญหายไปพร้อมกับกองเพลิงในอดีต “เจ้าอยากรู้ความจริงไม่ใช่หรือ? งั้นก็ลองมองดูนี่ให้ดี... ว่าคนที่เป็นคน ‘สั่งการ’ ฆ่าล้างตระกูลเจ้าในคืนนั้น คือใคร?”
หลินฟานก้มมองชิ้นส่วนหยกที่เปื้อนเลือด บนเนื้อหยกนั้นสลักอักษรชื่อที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนฟ้าผ่ากลางใจ มือของเขาเริ่มสั่นเทาไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความโกรธแค้นที่ปะทุขึ้นจนถึงขีดสุดเมื่อเห็นชื่อของผู้ที่เขานับถือประดุจพ่อแท้ๆ สลักอยู่บนนั้น...
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับข้าและเสี่ยวตู้ในตอนนี้นะครับ!
เซียนอสูรป่วนสวรรค์: ข้ามีสัตว์เลี้ยงเป็นพยัคฆ์มังกรบรรพกาล•ตอนที่ 38
การทรยศของศิษย์ร่วมสำนัก
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนอสูรป่วนสวรรค์: ข้ามีสัตว์เลี้ยงเป็นพยัคฆ์มังกรบรรพกาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!