"ถ้าเจ้ายังทำหน้ามู่ทู่เหมือนปลาเก๋ารอความตายอยู่อีก ข้าจะเอาขนมโก๋ยัดปากเจ้าแทนเนื้อสวรรค์ที่เตรียมไว้ให้เสียเดี๋ยวนี้เลยนะ เสี่ยวตู้!"
หลินฟานตวาดพลางดีดนิ้วลงบนจมูกสีชมพูระเรื่อของพยัคฆ์มังกรที่นอนขดตัวเป็นก้อนกลมอยู่บนตัก สัตว์อสูรบรรพกาลผู้ซึ่งมีพลังทำลายล้างระดับพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน บัดนี้กลับทำเพียงแค่หรี่ดวงตาสีมรกตอันคมกริบมองค้อนเจ้าของด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเอือมระอา ก่อนจะพ่นลมหายใจออกทางจมูกจนเกล็ดน้ำแข็งเกาะตัวที่ปลายจมูกหลินฟานจนเกิดเสียง 'ฟุ่บ'
"รู้แล้วน่า... เจ้ากำลังกังวลเรื่องไอ้โอสถ 'จิตดาราสลาย' นั่นใช่ไหมล่ะ?" หลินฟานเปลี่ยนน้ำเสียงให้เบาลง ลูบไล้แผงคอสีขาวนุ่มนิ่มของสหายคู่ใจอย่างอ่อนโยน "ข้ารู้ว่าบาดแผลในใจของข้ามันทำให้เจ้าเจ็บปวดไปด้วย แต่ตราบใดที่ข้ายังไม่ตาย ข้าก็ต้องล้างมลทินให้คนตระกูลหลิน ทุกหยดเลือดที่หลั่งรินลงบนผืนทรายตอนนั้น... ข้าไม่มีวันลืม"
บรรยากาศภายในรถม้าอาคมที่กำลังควบทะยานผ่านทุ่งหิมะสีครามของแดนเหนือมีความเย็นเยียบเสียดกระดูก แต่ภายในรถกลับอบอวลไปด้วยไออุ่นจากพลังปราณที่หลินฟานแผ่ออกมาคุ้มกันสัตว์เลี้ยงตัวน้อยของเขา รถม้านี้ไม่ได้วิ่งบนพื้นดิน แต่มันร่อนไปบนยอดหญ้าเหมันต์ที่แข็งดั่งเหล็กกล้า มุ่งหน้าสู่ 'ยอดเขาพยัคฆ์ทมิฬ' สถานที่เพียงแห่งเดียวในใต้หล้าที่ 'บุปผาธาราหิมะ' จะเบ่งบาน
"ฟุ่บ... ฟุ่บ!" เสี่ยวตู้ลุกขึ้นยืนช้าๆ บนเบาะนุ่ม มันขยายร่างขึ้นเล็กน้อยจนขนสีขาวฟูฟ่องปัดไปโดนผนังรถม้าที่สลักลวดลายอักขระโบราณ มันหันไปมองหน้าต่างที่เผยให้เห็นพายุหิมะที่เริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างประหลาดคล้ายใบหน้าของอสูรโบราณ พลันแววตาของมันก็เปลี่ยนไปเป็นดุดัน
หลินฟานขยับตัวนั่งตัวตรง มือข้างหนึ่งเลื่อนไปแตะที่ด้ามกระบี่ข้างกาย "เจ้าสัมผัสได้ถึงมันแล้วสินะ? กลิ่นอายของพวกมดปลวกที่คอยตามรังควานเรามาตลอดสามวัน"
คำพูดของเขาขาดช่วงไปเพียงเสี้ยววินาทีเมื่อแรงปะทะมหาศาลกระแทกเข้าที่ด้านข้างของรถม้าจนโครงสร้างไม้หอมหมื่นปีสั่นสะเทือน เสียงไม้แตกหักดังสนั่นหวั่นไหว รถม้าพลิกคว่ำไถลไปกับพื้นน้ำแข็งเป็นทางยาวกว่าร้อยจ้าง ท่ามกลางเสียงหวีดหวิวของพายุที่ดังระงมราวกับเสียงคร่ำครวญของวิญญาณ
หลินฟานไม่รอช้า เขาคว้าคอเสื้อของเสี่ยวตู้แล้วดีดตัวออกมาจากซากรถม้าก่อนที่มันจะระเบิดเป็นเสี่ยงๆ ด้วยไอพลังสีม่วงเข้ม ทั้งสองร่างพุ่งไปหยุดยืนอยู่บนยอดโขดหินที่ยื่นออกมาจากหน้าผา เบื้องหน้าของพวกเขาคือกลุ่มคนสวมชุดคลุมสีดำสนิทนับสิบชีวิต ใบหน้าของแต่ละคนถูกปิดบังด้วยหน้ากากรูปยักษ์ที่ดูอัปลักษณ์และน่าสะพรึงกลัว
"หลินฟาน... วิญญาณที่แปดเปื้อนของเจ้า มีค่าเกินกว่าจะปล่อยให้เดินเพ่นพ่านอยู่ในแดนเหนือ" เสียงแหบพร่าดังมาจากชายรูปร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่หน้าสุด กลิ่นอายของมันรุนแรงจนหิมะรอบข้างระเหยกลายเป็นไอ "ส่ง 'ศิลาผนึกมังกร' มาให้พวกเราเสีย แล้วข้าจะยอมตัดหัวเจ้าให้ตายอย่างรวดเร็ว ดีกว่าปล่อยให้เจ้าต้องตายอย่างทรมานด้วยน้ำมือของข้า"
หลินฟานหัวเราะลั่น เสียงหัวเราะของเขากังวานไปทั่วหุบเขา ชายหนุ่มปัดหิมะที่เกาะตามชุดคลุมออกอย่างใจเย็น ก่อนจะหันไปขยิบตาให้เสี่ยวตู้ที่กำลังแยกเขี้ยวเตรียมขย้ำศัตรู
"ข้าล่ะชอบจริงๆ เวลาพวกไร้สมองพยายามจะมาสอนข้าเรื่องความตาย" หลินฟานกระตุกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาสีดำสนิทของเขาฉายแววเย็นชาดุจน้ำแข็งใต้ทะเลลึก "เสี่ยวตู้... มื้อเย็นนี้ดูเหมือนเราจะได้กินเนื้อที่เหนียวเกินไปหน่อย แต่ข้าเชื่อว่าฟันของเจ้าคงบดขยี้มันได้ไม่ยากใช่ไหม?"
เสี่ยวตู้คำรามเบาๆ ในลำคอ ร่างกายของมันเริ่มเปล่งแสงสีทองสลับขาว พลังปราณมหาศาลม้วนตัวรอบร่างจนเกิดเป็นพายุหมุนขนาดเล็ก หลินฟานก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว รัศมีพลังดุดันถูกปลดปล่อยออกมาจนคนชุดดำถอยกรูดด้วยความหวาดหวั่น การต่อสู้เพื่อแย่งชิงโอสถที่ต้องใช้รักษาบาดแผลในใจกำลังจะเริ่มต้นขึ้นในอีกไม่กี่อึดใจนี้
ทว่า ทันใดนั้นเอง พื้นดินใต้เท้าของหลินฟานกลับสั่นสะเทือนรุนแรงจนก้อนหินแตกกระจาย เสียงคำรามจากใต้พิภพที่ดูคล้ายเสียงมังกรก้องกังวานขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ทั้งหลินฟานและกลุ่มมือสังหารต่างหยุดชะงัก สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังใจกลางหุบเขาที่ซึ่งพื้นน้ำแข็งกำลังแตกร้าวเผยให้เห็นดวงตาขนาดมหึมาที่จ้องมองขึ้นมาด้วยความโกรธแค้น
ร่างเงาที่ก้าวออกมาจากรอยแยกนั้นไม่ใช่สัตว์อสูรทั่วไป แต่มันคือสิ่งมีชีวิตที่ถูกกล่าวขานว่าสูญพันธุ์ไปตั้งแต่ยุคบรรพกาล... มือของมันกุมกระบี่ที่หลินฟานจำได้แม่นยำว่าเป็นกระบี่ประจำตระกูลที่หายสาบสูญไปพร้อมกับเหตุการณ์นองเลือดในอดีต!
หัวใจของหลินฟานเต้นรัวเป็นจังหวะที่ผิดปกติ เสี่ยวตู้หยุดคำรามและถอยกรูดไปอยู่ข้างหลังเขาด้วยความหวาดเกรง ชายปริศนาที่ยืนอยู่เบื้องหน้าค่อยๆ เงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์ราวกับหลินฟานในกระจกเงา เพียงแต่ดวงตานั้นกลับเป็นสีแดงฉานดุจโลหิต
"ในที่สุด... เราก็ได้พบกันเสียทีนะ... ตัวข้าที่เหลือรอด"
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับข้าและเสี่ยวตู้ในแดนเหนืออันหนาวเหน็บแห่งนี้ครับ
เซียนอสูรป่วนสวรรค์: ข้ามีสัตว์เลี้ยงเป็นพยัคฆ์มังกรบรรพกาล•ตอนที่ 41
ท่องเที่ยวแดนเหนือ
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนอสูรป่วนสวรรค์: ข้ามีสัตว์เลี้ยงเป็นพยัคฆ์มังกรบรรพกาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!